สุขภาพชุมชน

โครงการตู้ยาเพื่อชุมชนคนกรุงเทพฯ

​ผลงานการวิจัยเกี่ยวกับสุขภาวะหรือสุขภาพของคนในชุมชนเมือง โดยกรุงเทพมหานคร ขณะนี้มี 2,100 ชุมชน เป็นชุมชนด้อยโอกาสจำนวนมาก ปัญหาด้านสุขภาพก็มีมากตามตัว อย่างปัญหาเรื่องของความเครียด รวมไปถึงโรคติดต่อและโรคที่ไม่ติดต่อ อย่างเช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคเกี่ยวข้องกับมะเร็ง และโรคหัวใจ

แต่สิ่งที่กำลังเพิ่มมากขึ้น ที่ไม่น่าจะเป็นโรค แต่เป็นประเด็นที่ทำให้เกิดโรคตามมาได้ก็คือ การใช้ความรุนแรงภายในครอบครัว ซึ่งในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้ง 50 เขตนั้น ก็พบว่า...ปัญหาในครอบครัวดังกล่าว ได้มีสถิติที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นเรื่องการท้องไม่พร้อม ที่มักจะเกิดขึ้นในกลุ่มวัยรุ่น และในกลุ่มเด็กนักเรียน

ที่ปรึกษารองผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร เพียงใจ วิศรุตรัตน์ กล่าวว่า "...สำหรับนโยบายของทางกรุงเทพมหานคร ได้มีความชัดเจนที่จะให้ 'กรุงเทพฯ...เป็นนครแห่งความสุข' นั่นก็คือ...ต้องการให้คนกรุงเทพฯ มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงเรื่องของสุขภาพ โดยได้มีหน่วยงานในภาครัฐ ที่ได้มารับผิดชอบในเรื่องนี้อยู่ คือ สำนักงานแพทย์ และโรงพยาบาล ในสังกัดทั้ง 9 แห่ง โดยเฉพาะโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ด้วยมีกลุ่มผู้สูงอายุ กำลังเพิ่มมากขึ้น จะเป็นสังคมผู้สูงอายุในอนาคต ซึ่งได้เตรียมความพร้อมเอาไว้

...ส่วนโรงพยาบาลในสังกัด ได้มีหน้าที่บำบัดรักษา แต่ว่าที่เราอยากเห็นมากว่าก็คือ การป้องกันและให้ความรู้จากสำนักอนามัย จุดนี้เอง...ถ้าไม่ให้เกิดโรค มีสุขภาวะดีขึ้น สำนักอนามัย...จะต้องเป็นตัวหลัก ส่วนในเรื่องการแก้ไขปัญหา การใช้ความรุนแรงในครอบครัวนั้น ก็ได้มีสำนักพัฒนาสังคม ที่ทำหน้าที่คล้ายๆกับกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ มาคอยดูแลประชาชน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในขณะที่ปัญหาการท้องไม่พร้อม ยังได้มีสำนักการศึกษา มาคอยดูแลให้ความรู้ และแก้ไขปัญหาต่างๆอยู่

...การที่ 'บริษัท ไบโอฟาร์ม' ทำโครงการตู้ยาเพื่อชุมชุน นับว่าเป็นเรื่องดี ที่มาเป็นตัวช่วยให้กับกรุงเทพมหานคร ด้วยลำพังทางภาครัฐเอง มีปัญหางบประมาณที่จำกัด การจัดทำโครงการดังกล่าว เป็นการดูแลเบื้องต้น ให้แก่คนในชุมชน"

เมื่อเร็วๆนี้ ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จัดงานแถลงข่าว การเปิดตัวโครงการ "ตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชน" เพื่อเป็นการตอบแทนสังคม ให้ทุกคนในประเทศไทยเข้าถึงยา โดยกรรมการผู้จัดการ ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ วีระพัฒน์ ถกลศรี กล่าวถึงที่มาของโครงการฯว่า "ชุมชนในกรุงเทพฯ ต่างได้ขาดแคลนเรื่องยา ค่อนข้างจะเยอะ เราในฐานะที่เป็นบริษัทคนไทย จึงอยากตอบแทนสังคม ด้วยการนำยาไปสู่ชุมชน เพื่อที่ให้มีโอกาสใช้ยาคุณภาพกัน จึงเกิดเป็นโครงการตู้ยาเพื่อชุมชน คือ เรามองว่าควรเข้าถึงยา เพื่อป้องกันและรักษา ก่อนที่จะรุนแรงมากกว่านี้ จึงอยากให้คนไทยในชุมชน ได้เข้าถึงยาได้ง่ายมากขึ้น จึงได้จัดทำเป็นโครงการตู้ยาขึ้นมา โดยมีการคัดเลือกจากทีมงาม ก็เริ่มทยอยไปสู่ชุมชน ที่ต้องการและมีความจำเป็น ด้วยการนำร่องใน 100 ชุดแรก และมีการทำรายรับรายจ่ายการใช้ยา ว่าแต่ละชุมชนในกรุงเทพฯ มีความต้องการยาประเภทใด ในจำนวนมากน้อยแค่ไหน และเป็นการทราบผลตอบรับการใช้ยาด้วย"

ปัจจุบันบริษัทไบโอฟาร์มฯ มีกลุ่มยาทั้งหมดที่ผลิตจากโรงงานไบโอแลป ทั้งสิ้น 9 กลุ่ม คือ ยาระบบทางเดินอาหาร ยาระบบผิวหนัง ยาตา-หู-คอ-จมูก ยาต่อมไร้ท่อ ยาคุมกำเนิด ยาระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ยาระบบหัวใจและหลอดเลือด ทั้งมีกลุ่มยาทางเดินหายใจ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ซึ่งกลุ่มยาส่วนใหญ่นั้น จะใช้กันอยู่ภายในโรงพยาบาลเป็นหลัก และกลุ่มของอาหารเสริม ก็ได้มีจัดจำหน่ายที่ร้านขายยาชั้นนำทั่วไป

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เศกสุข เกษมสุวรรณ เปิดเผยว่า "...บริษัทฯได้เชิญตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร มาเพื่อรับทราบถึงวัตถุประสงค์ของการจัดทำโครงการฯ โดยทางบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะดำเนินการบริจาคตู้ยาตามโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต. หรือสถานีอนามัยเดิม) และชุมชนในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน 100 ตู้ ซึ่งในตู้ยามียาสามัญประจำบ้าน อาทิ ยาลดกรด Belcid Suspension ยาคลายปวดกล้ามเนื้อ Flanil และยาสามัญอื่นๆ ที่ได้ส่งมอบถึงมือประชาชน ที่ขาดแคลนยาอย่างทั่วถึง

...หลังจากที่ส่งมอบตู้ยาไปเรียบร้อยแล้ว จะมีการตรวจสอบการใช้งาน กับทางผู้รับมอบว่า มีการกระจายอย่างทั่วถึงหรือไม่ หรือมีความล่าช้าหรือไม่ และเป็นประโยชน์ต่อชุมชนหรือไม่ ตัวเราเองก็เป็นผู้ด้อยโอกาสทางยามาก่อนเหมือนกัน แต่ตอนนี้เมื่อเราเป็นผู้นำนวัตกรรมเวชภัณฑ์ยาและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ จึงต้องการนำยาไปสู่ประชาชนที่ขาดแคลน ในเรื่องความเจ็บป่วยของคนไทย เราควรต้องช่วยกันดูแลรักษาอย่างดี"

ภายในงานแถลงข่าว ยังได้มีการจัดเสวนาเกี่ยวกับสุขภาพ โดยได้มีการเชิญ แพทย์หญิงลลนา ก้องธรนินทร์ หรือ หมอเจี๊ยบ อดีตนางสาวไทยปี 2549 มาร่วมพูดคุยให้ความรู้ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ แก่คนวัยเกษียณอายุ และโรคที่เสี่ยงในวัยทำงาน ว่า "จากประสบการณ์ทำงานที่ห้องฉุกเฉินส่วนใหญ่ ปัจจุบันนี้โรคใกล้ตัวในวัยทำงาน คือ โรคอ้วน ความดัน เพราะขาดการออกกำลังกาย บางคนเข้ามาตัดกระเพาะจะได้ไม่อ้วน ปวดท้องเป็นกรดไหลย้อน นอนไม่หลับเป็นโรคเครียด โรคปวดกล้ามเนื้อ จากสาเหตุการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยที่ไม่ขยับเป็นเวลานาน สาเหตุพวกนี้เป็นอาการเริ่มต้นของโรคสโตรก (stroke) สภาวะเส้นเลือดในสมองมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นแตกตีบหรือตัน ต้นเหตุของโรค คือ เริ่มจากโรคความดัน ความเครียดเส้นเลือดก็โตขึ้น ต่อมาคือโรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งเกิดจากเบาหวาน ความดัน ไขมัน ส่วนใหญ่จะเจอในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิต ในอดีตมักจะพบว่า ผู้ป่วยโรคเหล่านี้ เป็นกลุ่มคนอายุมาก แต่ปัจจุบันพบผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มอายุที่น้อยลง ล่าสุดพบผู้ป่วยที่เข้ามารักษาอายุ 38 ปี เนื่องจากในปัจจุบันให้ความสนใจในเรื่องการดูแลสุขภาพลดน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน การดูแลสุขภาพ การพักผ่อนน้อย จึงทำให้มีความเสี่ยง การดูแลสุขภาพของคนแต่ละช่วงวัย อาจจะดูแลไม่เหมือนกัน แต่ช่วยลดความเสี่ยงโรคได้ ด้วยการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย รับประทานอาหาร และดื่มน้ำสะอาด เหล่านี้ช่วยให้แข็งแรง ห่างไกลโรคได้"

โครงการตู้ยา Biopharm เพื่อชุมชน โครงการดีที่จัดทำขึ้น เพื่อตอบแทนสังคม ซึ่งอยากให้เข้าถึงยาดีราคาถูก และมีสุขภาพที่แข็งแรงยั่งยืน