อร่อยอย่างไรจึงได้มิชลินสตาร์

โน้ตบุ๊ค

ปักษ์ที่แล้ว "บันนี่" ได้นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจสำหรับผู้รักขนมหวานไปแล้ว ปักษ์นี้จึงขอพาไปรู้จักกับการจัดอันดับอาหารอร่อยระดับโลกที่นักรับประทานทุกคนรู้จักดีในนามของ "มิชลินสตาร์"

มิชลินสตาร์ ที่มีชื่อเหมือนยางรถยนต์นี้ มาเกี่ยวข้องกับอาหารได้อย่างไร? แล้วทำไมใครๆก็ใฝ่ฝันอยากจะไปรับประทานอาหารฝีมือเชฟระดับนี้กันนัก!

"บันนี่" ขอชี้แจงแถลงไขว่ามิชลินสตาร์มาจากยางรถยนต์จริงๆค่ะ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการที่บริษัทยางรถยนต์จากประเทศฝรั่งเศส สองพี่น้องอังเดร และ เอ็ดเวิร์ด มิชลิน ที่คิดอยากกระตุ้นยอดขายยางโดยหาวิธีให้คนเดินทางมากขึ้น ก็เลยออกไกด์บุ๊คเล่มเล็กๆสีแดง เรียกว่า มิชลินไกด์ ในปี 1900 เป็นแผนที่มิชลินที่นำไปใช้ในการบอกเส้นทางของสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านอาหาร (ต่อมาได้ออกปกเขียวสำหรับโรงแรมบาร์ ปั๊ม อู่ซ่อมรถและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ) สำหรับนักเดินทาง โดยได้เริ่มทำครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ศตวรรษที่แล้วๆ เริ่มขยายออกไปหลายต่อหลายเมืองในยุโรป ข้ามไปทำถึงอเมริกาเหนือ เมื่อปี 2006 และได้เริ่มมาทำในเอเชียโดยมีจีน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ได้รับมิชลินสตาร์ไปแล้วเช่นกัน

สำหรับการกำหนดดาวให้ร้านอาหารแต่ละร้านและเชฟ จะแบ่งเป็น 3 ชั้น โดยดูจากหลายองค์ประกอบ ทั้งบรรยากาศภายในร้าน รสชาติของอาหาร การตกแต่งอาหาร การบริการความสะอาด รวมไปถึงรสมือของเชฟ โดยกำหนดความหมายของดาวไว้ดังนี้

1. ดาวสำหรับอาหารระดับที่ดีมาก

2. ดาวสำหรับอาหารที่ดีเลิศ

3. ดาวสำหรับการรับประกันประสบการณ์

ที่พิเศษสุดสุดจากร้านที่มีความเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร และโดยอัตโนมัติร้านอาหารที่ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ เชฟของร้านนั้นๆก็จะได้รับการขนานนามว่า เป็นเชฟระดับมิชลินสตาร์ไกด์

การชิมของนักชิมของมิชลินไกด์ค่อนข้างละเอียดลออ นักชิมเหล่านี้จะมีอาชีพหลักเป็นนายธนาคาร ทนายความ แพทย์ หรือนักธุรกิจที่ยินดีตระเวนชิมด้วยความเต็มใจ โดยบุคคลเหล่านี้จะถูกเทรนจากมิชลินด้วยมาตรฐานเดียวกัน ตามคำมั่นสัญญา 5 ข้อ ที่ยึดถือกันมาตั้งแต่ปี 2005 คือการใช้บริการแบบไม่เปิดเผยตัว จึงมีอิสระที่จะคัดเลือกและตัดสินใจได้เต็มที่

ประเทศที่ได้รับมิชลินสตาร์มากที่สุดตามลำดับ มีฝรั่งเศส จำนวน 594 ร้าน อิตาลี 295 ร้าน เยอรมนี 249 ร้าน สเปนและโปรตุเกส 159 ร้าน และอังกฤษ 151 ร้าน

ร้านอาหารมิชลินสตาร์ที่โด่งดังมากๆมีร้าน L'Auberge Du Pont De Collonges ฝรั่งเศส ได้รางวัลเชฟมิชลินสตาร์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ห้องอาหาร The Waterside INN อังกฤษ เป็นร้านมิชลินสตาร์ระดับ 3 ดาว และเป็นหนึ่งในห้องอาหารชั้นนำของโลก ร้าน 8/12 OTTO E Mezzo Bombana ฮ่องกง ได้รับมิชลินสตาร์ 3 ดาว หลายปีติดต่อกัน และติดอันดับ 10 ของ Asia' s 50 Best Restaurant 2014 ร้านสุกิยะบะชิ จิโร ญี่ปุ่น จุดเด่นอยู่ที่เชฟจิโร โอโนะ เชฟซูชิระดับมิชลิน 3 ดาว ที่อายุมากที่สุดในโลก คือ 88 ปี และปัจจุบันก็ยังคงปั้นซูชิอยู่

สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีร้านใดที่ได้มิชลินสตาร์ แต่เป็นเพียงสาขาหรือไม่ก็มีเชฟที่ได้มิชลินสตาร์ มาเปิดร้านเท่านั้น อาทิ ร้าน "น้ำ" (Nahm) ของเชฟ David Thompson ที่ได้รับมิชลินสตาร์ที่ลอนดอน ร้าน SRA Bua By Kiin Kiin สาขาของ Kiin Kiin ที่ได้มิชลินสตาร์ที่เดนมาร์ก ร้านติ่นไท่ฟง ที่ได้รับมิชลินสตาร์ที่สาขาฮ่องกง และ D'Sens ที่โรงแรมดุสิตธานี เป็นร้านสาขาของพี่น้องเชฟมิชลินชาวฝรั่งเศส

นอกจากนั้นบางโรงแรมชั้นนำยังได้จัดเทศกาลอาหารโดยมีเชฟมิชลินสตาร์มาปรุงเป็นพิเศษ อย่างเช่นเมื่อเร็วๆนี้ โรงแรมวี กรุงเทพฯ ได้จัดประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าคนไทยได้ลิ้มลองฝีมือของเชฟสเตฟาน คาร์โบน ชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเชฟที่ปรุงอาหารถวายสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร มร.บารัค โอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา มร.นักอลา ชาร์กอซี ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส รวมทั้งบุคคลสำคัญของโลกอีกมากมาย เมื่อเร็วๆนี้เอไอเอสก็ได้นำลูกค้าไปร่วมสัมผัสประสบการณ์นี้เช่นกัน


เมื่อรู้จักมิชลินสตาร์ดีแล้ว นักรับประทานอาหารรสนิยมสูง ก็ต้องคอยติดตามข่าวสารและเตรียมหยอดกระปุกไว้ระหว่างรอคอยว่าโรงแรมใดจะนำเชฟมิชลินสตาร์เข้ามาโดยราคาส่วนใหญ่มักจะสนนอยู่ที่เลข 5 หลักเท่านั้นเองค่ะ!