วิหารต้นแบบหอคำหลวง ณ วัดต้นเกว๋น

ศรัทธาสัญจร
ช่างภาพ: 

ถนนสายคลองชลประทาน ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เส้นที่มาจากตลาดต้นพะยอม ทางเดียวกับ "อุทยานหลวงราชพฤกษ์" สถานที่ที่เคยจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 เลยมาอีกไม่ไกลนักเป็นที่ตั้งของ "วัดต้นเกว๋น" (วัดอินทราวาส) วัดเล็กๆ มีวิหารไม้เก่างดงามโดดเด่นด้วยลวดลายต่างๆ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้สถาปนิกใช้เป็นต้นแบบออกแบบหอคำหลวง สถาปัตยกรรมสัญลักษณ์ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางอุทยานหลวงราชพฤกษ์อันงามจับใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ตามประวัติวัดแจ้งว่า วัดต้นเกว๋น สร้างขึ้นประมาณ จ.ศ.1218 หรือ พ.ศ.2399 สมัยพระเจ้ากาวิโลรส สุริยวงค์ เป็นเจ้าหลวงปกครองเมืองเชียงใหม่ วัดนี้เคยเป็นจุดพักขบวนค้างแรมแห่พระบรมสารีริกธาตุจากวัดพระธาตุจอมทองเข้ามายังเมืองเชียงใหม่ เพราะในอดีตการเดินทางค่อนข้างลำบาก ขบวนแห่พระบรมสารีริกธาตุจึงต้องหยุดพักประดิษฐานที่ศาลาจตุรมุขวัดต้นเกว๋นเป็นเวลา 3 วัน 3 คืนเพื่อให้ศรัทธาประชาชนได้สักการบูชาสรงน้ำสมโภชก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองเชียงใหม่ ชื่อวัดต้นเกว๋นมาจากชื่อของมะเกว๋น (ต้นตะขบป่า) ต้นไม้หายากชนิดหนึ่ง ในอดีตเคยมีเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงต้นเดียว ตรงบริเวณที่สร้างวิหารในปัจจุบัน แม้ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดอินทราวาส" มาจากชื่อของ เจ้าอาวาสที่สร้างวัดผสมกับคำว่าเจ้าอาวาส (อินทร์ + อาวาส) แต่คนยังนิยมเรียกชื่อเดิมอยู่นั่นเอง

ศาลาจตุรมุขที่เคยประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เป็นมณฑปจตุรมุขไม้สักทองแบบพื้นเมืองล้านนาซึ่งพบเพียงหลังเดียวเท่านั้นในภาคเหนือ มีลักษณะเป็นศาลาที่มีมุขยื่นออกมาทั้งสี่ด้าน ส่วนกลางของศาลามีจั่วซ้อนอยู่สองชั้นมุงด้วยกระเบื้องดินเผาที่เรียกว่ากระเบื้องดินขอ ช่อฟ้าของหลังคาช่างได้ออกแบบเป็นตัวนกเกาะบนช่อฟ้าได้อย่างลงตัว ในมณฑปมีอาสนะสำหรับตั้งโกศพระบรมธาตุ มีฮางฮดหรือรางรินสำหรับรองน้ำสุคนธาราหรือน้ำอบน้ำหอมที่นำมาหยดหล่อพระธาตุ และยังมีเสลี่ยงสำหรับหามบั้งไฟจุดบูชาสลักลวดลายสวยงาม กลองโยน ธรรมาสน์โบราณ หีบพระไตรปิฎก และพระพุทธรูปต่าง ๆ

วิหารสถาปัตยกรรมแบบล้านนาโบราณ ณ วัดต้นเกว๋น ซึ่งเป็นต้นแบบหอคำหลวงนี้ ได้มีการบันทึกไว้ที่ใต้เพดานด้านเหนือด้วยตัวอักษรไท-ยวน ว่าสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ.2401 นายช่างผู้สร้างวิหารมีความชำนาญสามารถสลักลวดลายดอกไม้ลายรูปสัตว์ไว้ที่หน้าจั่วและช่อฟ้า หน้าบันประดับกระจกแก้วสีแบบฝาตาผ้าหรือฝาปะกน โก่งคิ้วจำหลักไม้ลายเครือเถาสอดสลับรูปเศียรนาค มีลายปูนปั้นรูปเทพพนมและดอกไม้อยู่ที่หัวเสา ด้านหน้าบันปีกนกเกาะสลักเป็นเศียรนาคในลายเครือเถาผสมกนก ตีช่องตารางเพื่อระบายอากาศ ปั้นลมและหางหงส์แกะรูปมกรคายนาค คันทวยหูช้างจำหลักไม้เป็นรูปกินนรฟ้อนรำ ฝาผนังด้านหลังพระประธานซึ่งประดิษฐานบนแท่นแก้วลวดลายวิจิตร มีรูปคล้ายซุ้มและมีพระพิมพ์โลหะซึ่งหล่อเป็นองค์ติดฝาผนัง

มีการอนุรักษ์ บูรณะซ่อมแซมสถาปัตยกรรมต่างๆภายในวัดอยู่เสมอ โดยเฉพาะตัววิหารของวัดต้นแกว๋น ยังคงปรากฏลวดลายทางสถาปัตยกรรมที่ชัดเจนมากที่สุดแห่งหนึ่ง ศิลปกรรมล้านนาดั้งเดิมภายในวัดจึงจัดว่าเป็นต้นแบบที่สมบูรณ์และมีคุณค่ามาก...สมาคมสถาปนิกสยาม ประกาศให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น เมื่อ พ.ศ.2532