A Place WE Stand Design Awards

โครงการเพื่อเยาวชน

"ตราช้าง" ได้เปิดโครงการ A Place WE Stand Design Awards 2015 เวทีที่ให้กับนิสิตนักศึกษา มีส่วนร่วมทำดีตอบแทนสังคม พร้อมเรียนรู้หลักการออกแบบอาคารสาธารณประโยชน์ผ่านประสบการณ์จริง ด้วยการนำวัสดุก่อสร้างตราช้างที่หลากหลาย มาประยุกต์ใช้ในงานดีไซน์ที่สร้างสรรค์ และถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรม

โดยผลงานที่รับรางวัลชนะเลิศ ตราช้างจะปรับแบบ และลงพื้นที่สร้างจริง ในงบประมาณการก่อสร้างกว่า 1,800,000 บาท เพื่อมอบให้ชุมชนบ้านอ่างตะแบก ตำบลทุ่งพระยา อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงที่โดดเด่นในเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งยังคงขาดแคลนอาคารสาธารณประโยชน์ อันจะช่วยส่งเสริมในการเรียนรู้ที่เหมาะสม ที่ให้แก่คนในชุมชนบ้านอ่างตะแบก และคนในพื้นที่ใกล้เคียง

กว่า 100 ผลงานการออกแบบ ตรงตามแนวคิด คือรองรับการใช้งานสาธารณประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน (Sustainable Living) มีการออกแบบเพื่อความทนทานแข็งแรง (Durable) ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานในพื้นที่ (Local Customization) และก็มีความเป็นเอกลักษณ์ด้วยการใช้วัสดุก่อสร้างตราช้างและเอสซีจี ทั้งอาคารในโทนสีแดง สีขาว สีดำ และสีเทาเป็นหลัก (Iconic Design by ตราช้าง) จนคัดเลือกให้เข้ารอบ 10 ผลงาน

ทีมที่รับรางวัลชนะเลิศ พร้อมทุนการศึกษา 50,000 บาท บินไปศึกษาดูงาน Hong Kong Business of Design Week (BODW) ภายในเดือนธันวาคม รวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท ได้แก่ ทีมที่ชื่อ "วรรค" โดย โมบาย-นภัสกร เจริญฉิม และ ปิง-ณัฐพล หนูอักษร นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อาคารสาธารณประโยชน์ของทีม "วรรค" นำพื้นจากไม้สังเคราะห์ มาประยุกต์เป็นพื้นของอาคาร ที่ปรับฟังก์ชั่นตามต้องการเป็น 3 ระดับ คือการเปิดพื้นส่วนหนึ่ง การเปิดพื้นครึ่งหนึ่ง และการเปิดพื้นทั้งหมด จนเห็นด้านล่างที่เป็นพื้นดิน เพื่อใช้สาธิตการพัฒนาดิน การเกษตร จนถึงการประยุกต์มาเป็นบอร์ด หรือจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ส่วนของหลังคาได้ไอเดียการออกแบบมาจากรูปแบบของหนังสือ 3 เล่มเรียงต่อกัน แสดงให้เห็นถึงการเปิดความรู้จากพื้นดินสู่ชุมชน ได้เลือกใช้เป็นแผ่นโปร่งแสง ลอนกันสาด ที่ทำให้แสงธรรมชาติ ส่องเข้าสู่พื้นที่ภายใน ช่วยลดการใช้แสงไฟในเวลากลางวัน บริเวณรอยต่อระหว่างหลังคา มีการออกแบบที่ให้ระบายอากาศออกทางด้านบน ทำให้พื้นที่ในอาคารมีอากาศถ่ายเทอยู่เสมอ จึงเป็นอาคารอเนกประสงค์ ที่ได้ประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง จากโครงสร้างพรีคาสท์ คอนกรีต ซิสเต็ม

ทีม "วรรค" กล่าวว่า "เรารู้สึกดีใจที่ได้รับการคัดเลือก ให้เป็นทีมชนะเลิศของโครงการในครั้งนี้ ซึ่งในฐานะนิสิตด้านสถาปัตยกรรม การที่ผลงานการออกแบบอาคารสาธารณประโยชน์ของเรา จะถูกนำไปสร้างจริง เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับชุมชน นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ ที่ได้ตอบแทนความดีสู่สังคม เราต้องขอบคุณโครงการนี้มากๆ ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ ในการออกแบบงานสถาปัตย์ ให้ตอบโจทย์ในทุกความต้องการ และให้นิสิตนักศึกษา มีโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์จริง จากการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่นำมาใช้ในการออกแบบ ซึ่งช่วยต่อยอดองค์ความรู้ นำไปพัฒนาการออกแบบในอนาคตเป็นอย่างดี"

ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม "FLIXIBLE Community Learning Center" โดย ไฮไฟว์-ธีรธันย์ ภูริจิรธนานันท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจความที่สงสัย ว่าการออกแบบไม่จำเป็นที่จะต้องคิดนอกกรอบเสมอไป สามารถคิดอยู่ภายในกรอบอย่างสร้างสรรค์ ดังนั้น จึงออกแบบอาคารสาธารณประโยชน์ ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ สามารถรองรับการใช้งานของทุกคนในชุมชนได้อย่างแท้จริง โดยมีจุดเด่นที่กรอบสีแดงด้านหน้าอาคาร สื่อถึงกรอบของความคิด ได้ถูกดึงออกมาเป็นระนาบทางนอน เปิดเป็นทางเข้าสู่ตัวอาคาร สื่อถึงการเปิดกรอบแห่งการเรียนรู้ครั้งใหม่ ภายในกรอบผนังมีชื่อว่า "FLIXIBLE WALL" มาจากคำว่า FLIP+FLEXIBLE หมายถึงผนังระบายอากาศ ที่สามารถพลิกกลับด้านได้ และก็ยืดหยุ่นต่อการจัดเรียงแพทเทิร์นของผนัง เหมือนของเล่นชิ้นหนึ่งของอาคาร ที่สามารถเปลี่ยนรูปด้านหน้าของอาคารได้ตามรูปแบบของผู้พลิก เพื่อสร้างกิจกรรมระหว่างเด็กและผู้สูงวัย หรือคนในชุมชนที่ต้องสื่อสารสร้างความสามัคคี ในส่วนงานของโครงสร้าง เน้นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อความคงทนถาวร อีกทั้งระบบกริดเสาแบบโมดูลาร์ ที่ตอบสนองการใช้วัสดุสูงสุด

และทีมที่รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม "U Center" โดย อาร์ม-จักรี พรมมานอก นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งได้รับแนวคิดในการออกแบบ ว่าสิ่งที่ควรคำนึงถึงที่สุด คือ ความอบอุ่นของคนในชุมชน อาคารสาธารณประโยชน์ จึงต้องเป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง ที่ทุกคนในชุมชนสามารถใช้ร่วมกันได้ จึงออกแบบอาคารมีลักษณะเป็นเรือนขยายของเรือนไทย มีชานตรงกลางไว้สำหรับประกอบกิจกรรม เสมือนการระดมความคิดของคนในชุมชน ส่วนตัวอาคารได้โอบล้อมเป็นรูปตัวยู นอกจากจะทำให้ความรู้สึกปลอดภัยกับคนที่มาร่วมกิจกรรมแล้ว ยังช่วยระบายอากาศได้อีกด้วย โดยใช้หลักการของ Universal Design ทำให้คนทุกเพศทุกวัยใช้งานอาคารได้อย่างสะดวก

นับได้ว่า...เป็นแนวคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบอาคารสาธารณประโยชน์ จากฝีมือนิสิตนักศึกษา ที่สามารถตอบโจทย์ทุกๆความต้องการ ของคนในชุมชนได้ดีไม่แพ้มืออาชีพ โดยทางทีมตราช้างจะลงพื้นที่สร้างจริง ร่วมกับนิสิตนักศึกษาเจ้าของผลงานชนะเลิศ ซึ่งจะเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การปรับแบบอาคารลงพื้นที่ดูแลในการก่อสร้าง จนกระทั่งได้เข้าร่วมพูดคุยกับผู้นำชุมชน ถึงความต้องการในด้านต่างๆ พร้อมจะส่งมอบให้กับชุมชน ภายในเดือนกันยายน 2558 สนใจสามารถชมสุดยอดความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไทยในการออกแบบอาคารสาธารณประโยชน์เพื่อชุมชน ที่เว็บไซต์ http://trachang.co.th/aplacewestand