"จะเครียดกันทำไม 1"

คุยข้างครัว

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ไม่ว่าอะไรก็วุ่นวายไปหมด ปัญหาก็มากมาย ทั้งเรื่องสังคม หรือเรื่องส่วนตัว รถติด ของแพง อากาศแปรปรวน สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหา ที่ทำให้เราเครียด พอดีดิฉันได้ข้อมูลวีการคลายเครียด จากกรมสุขภาพจิตพอศึกษาดูแล้วรู้สึกว่าดี จึงอยากนำมาให้คุณผู้อ่านลองศึกษาดูจะได้ช่วยคลายเครียดกันได้บ้างนะคะ

ความเครียดเป็นเรื่องของร่างกายและจิตใจที่เกิดการตื่นตัว เตรียมรับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งเราคิดว่าไม่น่าพอใจ เป็นเรื่องที่หนักหนาเกินกำลังที่เรามีอยู่ หรือเกินความสามารถที่เราจะแก้ไขได้ ทำให้รู้สึกหนักใจเป็นทุกข์ เลยพลอยทำให้เกิดอาการผิดปกติทางร่างกายและพฤติกรรมตามไปด้วย ความเครียดนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ทุกคน จะเป็นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาการคิดและการประเมินสถานการณ์ของแต่ละคน ถ้าเราคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ร้ายแรง เราก็จะรู้สึกเครียดน้อย แต่ถ้าเรามองปัญหานั้นใหญ่ แก้ยาก ไม่ไหวเราจะเครียดมาก ถ้าเรามีความเครียดระดับพอดี จะช่วยกระตุ้นให้เรามีพลัง มีความกระตือรือร้นในการต่อสู้ชีวิต ช่วยผลักดันให้เราชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆได้ดีขึ้น แต่เมื่อใดที่ความเครียดมีมากเกินไปจนควบคุมไม่ได้ เมื่อนั้นแหละต้องคลายความเครียดกัน

ความเครียดเกิดจากสาเหตุสำคัญ ๒ ประการคือ

  1. สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต เช่น ปัญหาการเงิน การงาน ครอบครัว สุขภาพ มลพิษ รถติด ฝนแห้ง การเมืองขัดแย้ง ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้เราเกิดความเครียดขึ้นมาได้
  2. การคิดและการประเมิน สถานการณ์ของบุคคล เราจะสังเกตได้ว่าคนที่มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขันใจเย็น จะมีความเครียดน้อยกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้าย เอาจริงเอาจังกับชีวิต และใจร้อน นอกจากนี้คนที่รู้สึกว่าตัวเอง มีคนคอยให้การช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา เช่น คู่สมรส พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท ก็จะมีความเครียดน้อยกว่าคนที่อยู่คนเดียวตามลำพัง

ความเครียดมิได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งหรือเกิดจากสาเหตุเดียว แต่มักจะต้องเกิดจากทั้งสองถึงสามสาเหตุประกอบกัน คือมีปัญหาเป็นตัวกระตุ้น และมีความคิด การประเมินสถานการณ์ เป็นตัวบ่งบอกว่าจะเครียดมาก หรือน้อยแค่ไหน

แนวทางในการจัดการกับความเครียด

  1. หมั่นสังเกตความผิดปกติทางร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมที่จะเกิดจากความเครียด ทั้งนี้อาจใช้แบบประเมินและวิเคราะห์ความเครียดด้วยตัวเองก็ได้
  2. เมื่อรู้ตัวว่าเครียดจากปัญหาใด ให้พยายามแก้ปัญหานั้นให้ได้โดยเร็ว
  3. เรียนรู้การปรับเปลี่ยนความคิดจากแง่ลบให้เป็นแง่บวก
  4. ผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีที่คุ้นเคย
  5. ใช้เทคนิคเฉพาะในการคลายเครียด

การสำรวจความเครียดของตัวเอง

ความเครียดจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมดังนี้

ความผิดปกติทางร่างกาย ได้แก่ ปวดศีรษะ ไมเกรน ท้องเสีย ท้องผูก นอนไม่หลับ หรือง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เบื่ออาหารหรือกินมากกว่าปกติ ท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มือเย็น เท้าเย็น เหงื่อออกตามมือและเท้า ใจสั่น ถอนหายใจบ่อยๆ ผิวหนังเป็นผื่นคัน เป็นหวัดบ่อยๆ แพ้อากาศง่าย ฯลฯ

ความผิดปกติทางจิตใจ ได้แก่ วิตกกังวล คิดมาก คิดฟุ้งซ่าน หลงลืมง่าย ไม่มีสมาธิ หงุดหงิด โกรธง่าย ใจน้อย เบื่อหน่าย ซึมเศร้า เหงา ว้าเหว่ สิ้นหวัง หมดความรู้สึกสนุกสนาน เป็นต้น

ความผิดปกติทางพฤติกรรม ได้แก่ สูบบุหรี่ ดื่มสุรามากขึ้น ใช้สารเสพติด ใช้ยานอนหลับ จู้จี้ขี้บ่น ชวนทะเลาะ มีเรื่องขัดแย้งกับผู้อื่นบ่อยๆ ดึงผม กัดเล็บ กัดฟัน ผุดลุกผุดนั่ง เงียบขรึม เก็บตัว

เราอาจสำรวจความเครียดของตัวเองได้โดยใช้แบบประเมินและวิเคราะห์ความเครียดด้วยตัวเอง

ในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมานี้ ท่านมีอาการพฤติกรรมหรือความรู้สึกต่อไปนี้มากเพียงใด ให้ใส่เครื่องหมาย X ลงในช่องแสดงระดับอาการที่เกิดขึ้นกับตัวท่านตามความเป็นจริงมากที่สุด


อาการพฤติกรรมหรือความรู้สึก ระดับอาการ

ไม่เคย เป็นครั้ง เป็นบ่อยๆ เป็นประจำ

1. นอนไม่หลับเพราะคิดมาก หรือกังวลใจ

2. รู้สึกหงุดหงิด รำคาญใจ

3. ทำอะไรไม่ได้เลยเพราะประสาทตึงเครียด

4. มีความวุ่นวายใจ

5. ไม่อยากพบปะผู้คน

6. ปวดหัวข้างเดียวหรือปวดบริเวณขมับสองข้าง

7. รู้สึกไม่มีความสุขและเศร้าหมอง

8. รู้สึกหมดหวังในชีวิต

9. รู้สึกว่าชีวิตตัวเองไม่มีคุณค่า

10. กระวนกระวายอยู่ตลอดเวลา

11. รู้สึกว่าตนเองไม่มีสมาธิ

12. รู้สึกเพลียจนไม่มีแรงจะทำอะไร

13. รู้สึกเหนื่อยหน่ายไม่อยากทำอะไร

14. มีอาการหัวใจเต้นแรง

15. เสียงสั่น ปากสั่น หรือมือสั่นเวลาไม่พอใจ

16. รู้สึกกลัวผิดพลาดในการทำสิ่งต่างๆ

17. ปวดหรือเกร็งกล้ามเนื้อท้ายทอย หลัง ไหล่

18. ตื่นเต้นง่ายกับเหตุการณ์ที่ไม่คุ้นเคย

19. มึนงงหรือเวียนศีรษะ

20. ความสุขทางเพศลดลง

การให้คะแนน เมื่อคุณตอบแบบประเมินครบทั้ง 20 ข้อแล้วให้คุณให้คะแนนแต่ละข้อ ดังนี้

  • ถ้าคุณตอบว่า ไม่เคย = 0 คะแนน
  • เป็นครั้งคราว = 1 คะแนน
  • เป็นบ่อยๆ = 2 คะแนน
  • เป็นประจำ = 3 คะแนน

จากนั้นให้คุณรวมคะแนนทั้ง 20 ข้อด้วยกัน คะแนนที่ได้จะอยู่ระหว่าง 0-60 คะแนน ซึ่งแต่ละช่วงคะแนนมีความหมาย ดังนี้

  • 0-5 คะแนน แสดงว่า เครียดน้อยกว่าปกติ
  • 6-17 คะแนน แสดงว่า เครียดในระดับปกติ
  • 18-25 คะแนน แสดงว่า เครียดสูงกว่าปกติเล็กน้อย
  • 26-29 คะแนน แสดงว่า เครียดสูงกว่าปกติปานกลาง
  • 30 คะแนนขึ้นไป แสดงว่า เครียดสูงกว่าปกติมาก
  • 5 คะแนน คุณมีความเครียดน้อยกว่าปกติ อาจเป็นเพราะคุณมีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่จำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนในการดำเนินชีวิตสักเท่าไรนัก ชีวิตไม่ค่อยมีเรื่องให้ต้องตื่นเต้น และคุณอาจไม่ค่อยกระตือรือร้นเลย
  • 6-17 คะแนน คุณมีความเครียดในระดับปกตินั้น คือคุณสามารถจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ดี และสามารถปรับตัวปรับใจให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆได้อย่างถูกต้องเหมาะสม คุณควรพยายามคงระดับความเครียดในระดับนี้ต่อไปให้นาน
  • 18-25 คะแนน คุณมีความเครียดสูงกว่าระดับปกติเล็กน้อย แสดงว่าคุณอาจกำลังมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้ไม่สบายใจอยู่ ความเครียดในระดับนี้อาจทำให้มีอาการผิดปกติทางร่างกายจิตใจ และพฤติกรรมเล็กน้อยพอทนได้ และเมื่อพักผ่อนหย่อนใจบ้าง ก็คงจะรู้สึกดีขึ้นเอง
  • 26-29 คะแนน คุณมีความเครียดสูงกว่าระดับปกติปานกลาง แสดงว่าคุณอาจกำลังมีปัญหาบางอย่างในชีวิตที่คุณยังหาทางแก้ไขไม่ได้ ทำให้มีอาการผิดปกติทางร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมอย่างเห็นได้ชัด และแม้คุณจะพักผ่อนหย่อนใจแล้วก็อาจจะไม่หายเครียด ต้องฝึกเทคนิคเฉพาะในการคลายเครียด จึงจะช่วยได้
  • 30-60 คะแนนคุณมีความเครียดสูงกว่าระดับปกติมากคุณอาจกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตในชีวิตหรือไม่ คุณก็ได้สะสมความเครียดเอาไว้มากจนเกินไปเป็นเวลานาน ทำให้มีอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงหรือเรื้อรัง ความเครียดในระดับนี้นอกจากต้องฝึกเทคนิคการคลายเครียดแล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาต่อไปด้วยจึงจะเป็นการดี