เพราะคิดถึง...จึงกลับมา

บันทึกนักเดินทาง

ตอนที่ 2 : Little Paradise สวรรค์น้อยๆ ริม Lake Punakaki

การได้พักในที่พักแบบ cabin พักในกระท่อมไม้ซุง หรือที่พักที่มีเตาผิงโบราณที่ยังคงใช้ท่อนฟืนเป็นเชื้อเพลิง เป็นความใฝ่ฝัน...หนึ่งในหลายอย่างที่อยากทำ

ครั้งนี้ได้เดินตามความฝันแล้ว...Little Paradise ตอบโจทย์นี้ได้

ปีก่อนตอนไปเที่ยวเกาะเหนือ และพักที่ Moana Lodge เคยชื่นชมกับเตาผิงแบบ electric ที่ ใช้เปลวไฟเทียม ว่า สวยดี แต่อย่างไรมันไม่คลาสสิคเหมือนเตาผิงโบราณที่ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง แล้วมีควันสีเทาลอยอ้อยอิ่งเหนือหลังคาบ้าน เป็นแน่ และภาพควันที่ลอยอ้อยอิ่งเหนือปล่องไฟจากกระท่อมไม้ซุงที่ Arthur's Pass ตอกย้ำความปรารถนาในการได้เข้าพักในที่พักแบบกระท่อมที่ได้ผิงไฟ หาไออุ่นจากเตาผิงที่มีเปลวไฟแลบเลียท่อนฟืนช้าๆ ส่งเสียงประทุตามจังหวะแรงลม...สักครั้ง

"Little Paradise" เป็นที่พักแบบ Lodge กึ่ง guesthouse ตั้งอยู่ริม Lake Punakaki ระหว่างทางจาก Queenstown ไปยัง Glenorchy ห่างจาก Queenstown 28 กิโลเมตร ขับรถชมวิวแสนงดงาม เลียบ Lake Punakaki เพียงแค่ 25 นาที และอยู่ห่างจาก Glenorchy เพียง 19 กิโลเมตร "Little Paradise" มีอาณาเขตถึง 95 accres มีทำเลที่ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่สวยงามยิ่ง บริเวณด้านหน้า คือ Lake Punakaki ด้านหลังเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาว และพืชพื้นเมืองที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ เช่น วอลนัท และเบอร์รี่

เมื่อ 26 ปีก่อน Mr.Thomas Schneider ศิลปินหนุ่มจาก Switzerland ผู้เปี่ยมล้นด้วยความฝัน ได้ซื้อที่ดินแปลงสวยแห่งนี้ รังสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยที่สวยแปลกตา โดยใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น หิน ทราย กิ่งไม้ ใบไม้แห้ง จากสภาพแวดล้อมที่อยู่ใกล้เคียงสะท้อนถึงแรงบันดาลใจและความคิดของเขา ไม่ว่าจะเป็น "ประตูผีเสื้อ" ที่รอต้อนรับผู้มาเยือนสู่อาณาจักรเล็กๆแห่งนี้...Little Paradise, ใยแมงมุมขนาดยักษ์ที่ขึงกั้นส่วนอาศัยของสัตว์เลี้ยง เช่น นกยูง เป็ด นกอื่นๆ กับลานจอดรถ รูปปั้นแนวอีโรติก งาน artwork และ craftsmanship ที่ประดับอยู่ทุกมุมบ้านและมุมสวน

เราหมายตาที่พักแห่งนี้ตั้งแต่ครั้งเดินทางมาเยือนเกาะใต้ในครั้งแรก แต่ระยะเวลาในครั้งนั้น...ยังไม่ลงตัว

"Little Paradise" ตั้งอยู่ในสวนสวยที่มีเหล่าไม้ดอกและไม้ใบนานาพรรณ สระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่นี่มีห้องพักประมาณ 5-6 ห้อง ส่วนแรก เป็นห้องพักทำเป็น guesthouse ในบ้านหลังใหญ่ ที่เป็นกระท่อมหินสไตล์บ้านชนบทในยุโรป แวดล้อมด้วยกอกุหลาบหลากสี มีห้องพัก 3 ห้อง คือ ห้อง Singing Frog ห้อง Whispering Swan และห้อง Running Deer ห้องพักทุกห้องมี "A Large Picture Window" หรือ "หน้าต่างภาพขนาดใหญ่" คือ มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ตลอดผนังห้อง ที่แขกผู้เข้าพักสามารถเสพความสุขจากภาพทิวทัศน์สวยงาม จนแลดูเหมือนภาพวาดหรือภาพถ่ายที่ประดับอยู่บนผนังห้องทีเดียว และมีบ้านพักแยกต่างหากอีกหนึ่งหลัง (เท่าที่เห็น)

เราเลือกห้อง Singing Frog ห้องสวยที่สุดและใหญ่ที่สุดของที่นี่ หน้าต่างด้านข้างเตียงนอนเป็นกระจกใสยาวตลอดแนวผนัง สามารถมองเห็นภาพ Lake Punakaki ที่สงบนิ่ง มีขุนเขาใหญ่เป็นฉากหลัง จากบนเตียงนอน ผ่านแมกไม้ทั้งไม้ดอกที่ออกดอกเต็มต้น มีทั้งสีขาว สีชมพู สีม่วง และใบไม้เหลืองสลับส้มที่แข่งกันอวดสีสันก่อนอำลาจากในฤดูกาล Winter ที่กำลังจะมาถึง รวมทั้งชมชีวิตเริงร่าของเหล่านกพื้นเมืองหลายชนิดที่บินแวะมาเยี่ยมถึงริมหน้าต่าง Mr.Thomas ตกแต่งห้องนี้ด้วยต้นไม้ ทั้งไม้ใบ และไม้ดอกที่ออกดอกสวยงามเป็นของจริง ปลูกอยู่บนพนักเก้าอี้ตัวใหญ่ แลดูเหมือนต้นไม้งอกออกมาจากเก้าอี้ยังไง...ยังงั้น กอกุหลาบงามประดับอยู่ทั้งริมหน้าต่างด้านนอก และด้านในห้อง ที่สุดวิเศษ คือ panoramic view จากหน้าต่างบานกว้างนั่นเอง เตาผิงแบบดั้งเดิมที่ Christy ภรรยาชาว Philippines ของ Thomas รับประกันว่า ยัง work เป็นสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจพักที่นี่ ทั้งที่ราคาค่อนข้างสูง สำหรับห้องพักที่ไม่มีห้องน้ำในตัว และต้องใช้ครัวรวม แต่หน้าต่างภาพขนาดใหญ่...A Large Picture Window และ fireplace ส่วนตัวในห้องนอน ทำให้เราไม่ลังเลที่จะเลือกพักที่ "Little Paradise"

และไม่ผิดหวังสำหรับการพักที่ "Little Paradise" ครัวรวมของ Christy เป็นครัวที่สวยที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมา กระจกใสบานกว้างหน้าเคาน์เต้อร์ครัว แลเห็น Lake Punakaki และสวนสวย ที่น่าจะเป็นเครื่องชูรสในการปรุงอาหารเป็นอย่างยิ่ง เรากระเซ้า Christy ว่าครัวสวยขนาดนี้ Christy ต้องทำอาหารได้อร่อยแน่นอนเลย Christy เขินและออกตัวว่าเธอทำอาหารไม่เก่ง สิ่งที่เกินคาดอีกอย่าง คือ ห้องน้ำของที่นี่ โอ้โฮ!! Thomas นี่...ศิลปินสุดยอดเลย อ่างอาบน้ำและอ่างล้างหน้าประดับด้วยหินรูปทรงกลมและรีหลากหลายขนาด เป็นแบบ free form ผนังประดับประดาด้วยภาพวาดและภาพประดิษฐ์ฝีมือ Thomas ส่วนที่อยู่เหนือชักโครกทำเป็นตู้ปลา มีปลาตัวเป็นๆว่ายน้ำไปมา จนเราไม่กล้าดึงชักโครก กลัวปลาไหลลงไปกับน้ำ แต่ Christy แสดงให้เห็นว่าไม่เป็นไร จริงด้วย...เค้าซ่อนถังน้ำไว้ตรงไหนหนอ??? เราถ่ายภาพอ่างปลานี้มาด้วย แต่ภาพไม่ชัด มืดเกินไป

Christy สั่งการตามประสาภรรยาธิปไตยให้ Thomas เข็นรถบรรทุกฟืนสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง สร้างความอบอุ่นในค่ำคืนนี้มาเต็มรถเข็นคันเล็ก มาวางกองไว้ข้างเตาผิง ถึงตอนนี้...คิดว่าคุ้มแล้วสำหรับการตัดสินใจพักที่นี่ เราเคยเห็นราคาฟืนสำหรับเตาผิงที่วางขายตามร้านสะดวกซื้อในเมือง ถุงใหญ่กว่าถุงข้าวสารขนาด 5 กิโลกรัมไม่มาก ราคาตั้งถุงละ 13 เหรียญ Thomas และ Christy รับประกันว่าฟืนกองนี้เพียงพอที่จะสร้างความอบอุ่นให้เราตลอดค่ำคืนนี้ จากนั้น Christy จัดการจุดเตาผิงและสาธิตวิธีการใช้เตาผิง การปิดเปิดวาล์ว จะต้องทำอย่างไรเมื่อไฟแรงเกินไป และจะต้องทำอย่างไร เมื่อไฟเริ่มอ่อน (ทั้งที่ยังมีฟืน) แล้วให้เราลองทำดู ไม่ยาก และคิดว่าคงไม่ต้องไปเรียก Christy มาช่วยตอนดึก

ที่ Little Paradise นอกจากกิจการที่พักแล้ว ยังมีกิจกรรมชมสวนสวยสไตล์ English Garden ของ Christy สวนดอกไม้ที่มีเส้นทางธรรมชาติในการเดินชมยาวประมาณ 700 เมตร บริเวณหลังส่วนที่เป็นที่พัก ภายในสวนมีกุหลาบหลากสีหลายพันธุ์กว่า 3,000 ดอก daffodils กว่า 40,000ดอก และlilies อีกนับ 1,000 ดอก และ lilies บางต้นเก่าแก่มากสูงถึง 4 เมตร ส่วนที่เป็นสวนมีพื้นที่ประมาณ 5 acres หากพักที่นี่สามารถชมสวนนี้ได้ฟรี ถ้าไม่ได้พักที่นี่ Christy ขอคิดค่าชมสวนคนละ 6 เหรียญ พร้อมกับมีชา กาแฟ ผลไม้ และคุกกี้บริการฟรี

เราสวมเสื้อกันฝนเดินชมสวนท่ามกลางฝนพรำ ทางเดินในสวนค่อนข้างลื่น ต้องใช้ความระมัดระวัง อีกทั้งต้องคอยระวังไม่ให้กล้องถ่ายรูปเปียกฝน ไม้ดอกในสวนเริ่มโรยรา ไม่บานสะพรั่งเต็มสวนเหมือนช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทางเดินธรรมชาติลดเลี้ยวคดเคี้ยวไปท่ามกลางสุมทุมพุ่มไม้ มีม้านั่งให้นั่งพักชื่นชมความงามของสวนสวยเป็นระยะ รวมทั้งรูปประติมากรรมแปลกตาที่ Thomas พากเพียรสร้างสรรค์ งานศิลปะทั้งหมดนี้สำเร็จด้วยมือและแรงบันดาลใจโดยแท้ วางประดับสวนตามจุดต่างๆ นอกจากไม้ดอกแล้ว ภายในสวนแห่งนี้ ยังมีต้นไม้พื้นเมืองหลากหลาย รวมทั้งต้นวอลนัท และเบอร์รี่ ในตอนท้ายของสวนเป็นบริเวณของสัตว์เลี้ยงที่มีทั้งนกพื้นเมืองหลายชนิด ไก่งวง เป็ดหลากสีสัน ตัวพระเอกของที่นี่ คือ นกยูง ฯลฯ...วันนั้นเราโชคไม่ดี ฝนตกพรำตลอดเวลา ทำให้เหล่าสัตว์น้อยๆเหล่านี้ต่างพากันซุกตัวเงียบ ซ่อนตัวในที่กำบัง ไม่ออกมาซุกซน กรีดกรายสร้างสีสันให้สวนแห่งนี้ ทางเดินในสวนมาสิ้นสุดบริเวณใกล้กับใยแมงมุมยักษ์

หลังจากการชมสวนอังกฤษแบบทุลักทุเล เราใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายที่ห้องนั่งเล่น นั่งมองผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองเห็นบึงน้ำธรรมชาติ พืชพรรณเปลี่ยนสีใบเป็นเหลือง แดงส้ม และเริ่มทิ้งใบลงสู่พื้นเบื้องล่าง เสียงนกป่าร้องเพลงประสานเสียงกันอย่างไพเราะ...ที่นี่มีความสุข ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม หากเป็นช่วง Spring คงเต็มไปด้วยสีสันสดใสของไม้ดอก เวลาแค่สี่โมงเย็นเศษ แดดเหนือ Lake Punakaki โรยรา ฝนคงตกอ้อยอิ่ง ทำให้บรรยากาศสลัวด้วยไอฝน และไอหมอก เรานั่งบนสตูลตัวสูง จิบเบียร์ Speigh เบียร์รสเยี่ยมของนิวซีแลนด์ มองภาพสวยราวภาพเขียนเบื้องหน้า สายฝนที่หยดกระทบต้นส้มต้นใหญ่ที่กำลังออกลูกเหลืองอร่ามเต็มต้น ต้นส้ม หรือ lemon tree กันนะ...ชักไม่แน่ใจ แต่ถ้าเป็นต้นมะนาวต้องเป็นมะนาวที่สีสวยจริงๆ จนได้รับการเฉลยจาก Christy บอกว่าส้มต้นนี้อายุ 20 กว่าปีแก่พอๆกับอายุของบ้านทีเดียว

วันนั้น... "Little Paradise" มีเพียงเรา ไม่มีแขกอื่น Christy เลยงัดไวน์ในตู้มาร่วมดื่มด้วย เราคุยแลกเปลี่ยนกันด้วยเรื่องราวจิปาถะ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม Christy เคยมาเที่ยวไทย 2-3 ครั้ง และรู้เรื่องการเมืองไทยค่อนข้างดีพอสมควรทีเดียวเลยละ และยังชื่นชอบในรสชาติอาหารไทยเป็นพิเศษจนต้องไปลิ้มรสที่ร้านอาหารไทยที่ Queenstown บ่อยๆ และจากคำบอกเล่าของ Christy ทำให้เรารู้ว่า Thomas เป็นศิลปินที่มีอารมณ์อ่อนไหวมาก เวลาที่มีนก หรือสัตว์ในบ้านตาย หรือดูหนังเศร้า Thomas จะร้องไห้เหมือนเด็กเลย และบอกว่าเดือนหน้า "Little Paradise" จะปิดกิจการตลอดช่วง winter ทั้ง Thomas และ Christy ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านของตน Christy กลับไปเยี่ยมญาติที่ Philippines ส่วน Thomas กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ Switzerland

เสียงประทุของเตาผิงในคืนหนาวที่อุณหภูมิภายนอกต่ำกว่า 10 องศาเซียลเซียส การได้นั่งจิบเบียร์เย็นในยามค่ำ หน้าเตาผิง นั่งเงียบๆ มองดูเปลวไฟสีส้มลุกโชนที่ค่อยๆแลบเลียท่อนฟืนในเตาผิงช้าเร็วตามจังหวะแรงลมที่เราเปิดให้เข้าในเตาผิง ช่างเป็นความสุขบนดินที่หาได้จริงๆ บนสวรรค์น้อยๆ...Little Paradise แห่งนี้

ตอนเช้าก่อนอำลา "Little Paradise" เราจึงแบ่งเครื่องปรุงรส แกงเขียวหวาน ต้มข่าไก่ และต้มยำ พร้อมกะทิผงให้แก่ Christy จำนวนหนึ่ง ซึ่งทำให้ Christy ดีใจมาก บอกว่าวันนี้จะเข้า Queenstown ไปหาเนื้อสด และไก่มาทำอาหารไทยให้ Thomas ชิม

น่าเสียดายที่กิจการเกี่ยวกับที่พักหลายแห่งในนิวซีแลนด์ที่เราเคยพัก กำลังจะขายกิจการกันหลายแห่ง เช่น กระท่อมซุงในป่าสน ที่ Arthur 's Pass (ที่เคยไปพักตอนไปนิวซีแลนด์ครั้งก่อน) ส่วนในปีนี้ ทั้ง Halfmoon Cottage : BBH แสนสวยที่ Akaroa , Mt.Ernslaw Motel ที่ Glenorchy และที่ Little Paradise แห่งนี้ ต่างติดป้ายประกาศขาย ทำให้เราอดใจหายไม่ได้

อนิจจังไม่เที่ยงจริงหนอ!!

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า