นุ่งซิ่นอินเตอร์

ผ้าไทยไม่จำเป็นที่นุ่งแล้วจะต้องเชย แต่ผ้าไทยสามารถนุ่งแล้วสวยได้อย่างอินเตอร์
สถานีศูนย์วัฒนธรรม

แม้ว่าหน่วยงานต่างๆจะพยายามรณรงค์ให้ประชาชนหันมาแต่งกายชุดไทย เห็นถึงคุณค่าของผ้าไทยกันมาโดยตลอด แต่ความจริงที่ปรากฏคือ คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะวัยรุ่นหนุ่มสาวกลับยังคงไม่นิยมสวมใส่ ด้วยสาเหตุหลักๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ว่า ผ้าไทยนั้นแต่งยาก ไม่ทันสมัย และดูสูงวัย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งเฟซบุ๊คแฟนเพจที่ชื่อว่า "นุ่งซิ่นอินเตอร์" โดย ปอนด์-วรพรรณ ยาคอปเซ่น สาวมั่นผู้พยายามสื่อสารกับทุกคนว่า ผ้าไทยไม่จำเป็นที่นุ่งแล้วจะต้องเชย แต่ผ้าไทยสามารถนุ่งแล้วสวยได้อย่างอินเตอร์

คุณปอนด์ไม่เพียงแค่ทำเพจนุ่งซิ่นอินเตอร์ ยังทำเพจ ใจดีทีวี (Jaidee TV) นำเสนอเรื่องราวตลกสะท้อนสังคม รวมทั้งยังเป็นพิธีกรและผู้ประกาศข่าวทางช่อง workpointอีกด้วย เธอเล่าถึงจุดเริ่มของความสนใจในผ้าไทยว่า มาจากทั้งคุณแม่และประสบการณ์ที่เคยไปใช้ชีวิตในต่างแดน

"ความสนใจในการใส่ซิ่นของดิฉัน เริ่มต้นจากเห็นคุณแม่ใส่มาตลอดตั้งแต่เรายังเด็กๆ จนทุกวันนี้คุณแม่ก็ยังใส่ซิ่นสวนกระแสอยู่ ในขณะที่คนในโลกเปลี่ยนไปใส่สูทนุ่งกระโปรงกันแล้ว แม้จะเห็นภาพแบบนั้นมาตั้งแต่เล็ก แต่ยังไม่มีความคิดว่าตัวเองจะมาชอบใส่นะคะ จนได้แต่งงานแล้วไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์ ที่นั่นมีงานวันชาติที่พลเมืองประเทศเขาจะใส่ชุดประจำชาติออกมาเดินกันตามท้องถนน ทุกคนต้องมีหนึ่งชุดเป็นชุดประจำถิ่นของตัวเอง ปักลายสวยงามต่างกันตามแต่ละท้องถิ่น แล้วเขาจะเดินอวดด้วยความภาคภูมิใจ พอเราได้เห็นก็เกิดความคิดว่า ประเทศไทยน่าจะทำได้เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงคือ ไม่มีเลย ในทีวีเห็นมีแต่นุ่งสั้นอย่างเดียว จากจุดนี้จึงจุดประกายขึ้นว่า ถ้าอย่างนั้นเราเริ่มเองดีกว่า ตัวดิฉันตอนนั้นทำคลิปในยูทูบในชื่อ ใจดีทีวี เสนอเรื่องตลกล้อเลียนสังคม ซึ่งได้รับความนิยมและมีคนติดตามอยู่พอสมควร เรามองว่าถึงจะเป็นสื่อเล็กๆ แต่น่าจะสร้างกระแสได้ จึงเริ่มต้นใส่ซิ่นนับจากนั้น

ในช่วงแรกที่หัดใส่ใช้การสังเกตวิธีการนุ่งจากคุณแม่ แต่ของคุณแม่จะแต่งแบบธรรมดา ทบซิ่นแล้วผูกอย่างเรียบๆ ที่ดิฉันได้มารู้วิธีนุ่งวิธีผูกอื่นเพิ่มเติมนั้นมาจากคนขายซิ่น คนขายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยแนะนำ เพราะเขาสอนเราไม่เพียงแค่วิธีนุ่ง แต่รวมถึงประวัติและประเภทของซิ่นอีกด้วย"

สไตล์การนุ่งซิ่นของคุณปอนด์นั้นเรียกได้ว่าฉีกจากที่เคยเห็นมาแต่เดิม โดยการนำซิ่นมานุ่งผสมผสานร่วมกับเสื้อผ้าและเครื่องประดับสมัยใหม่ เปลี่ยนซิ่นที่มักจะสวยแบบเรียบร้อยให้กลายเป็นสวยเท่และเฉี่ยว แรงบันดาลใจในการแต่งตัวนั้นมาจากความชื่นชอบแฟชั่นและชอบทดลองสิ่งใหม่ ทำให้เธอกล้าที่จะผสมผสานการแต่งกายจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

"ดิฉันไม่ชอบแต่งโทนหวานเลยจะเน้นใส่เสื้อเชิ้ตกับซิ่น จะทำให้ได้มุมที่ดูเท่และไม่สูงวัย วิธีพันที่เห็นมีหลากหลายแบบ มีทั้งที่เป็นวิธีโบราณมีมาแต่ดั้งเดิม ผสมกับที่เราคิดค้นขึ้นมาเอง ตัวอย่างเช่น ชุดไปงานเปิดตัวละครเวที ซิ่นที่นุ่งเป็นผ้าผืนยาวเอามาจับจีบ แล้วมัดด้วยเชือกให้แน่น แค่นั้นเลย ไม่เย็บอะไรทั้งนั้น ซิ่นที่ได้ออกมาจะเหมือนกระโปรงพองๆ ถ้าเราใช้ผ้าเยอะใส่ออกมาจะดูแพง ดูเหมือนชุดจากยี่ห้อเสื้อดัง โดยส่วนตัวไม่ชอบเอาผ้าไปตัดเย็บ ถ้าเอาไปตัดก็จะใส่ได้แบบเดียว แต่ถ้าไม่ตัดผ้าผืนเดิมสามารถปรับเปลี่ยนวิธีใส่ให้สนุกได้อีกมากมาย"

ด้วยการแต่งกายที่ทั้งสร้างสรรค์และดูสวยเสมอ ทำให้คุณปอนด์ถูกถามถึงเคล็ดลับการ "มิกซ์แอนด์แม็ตช์" เสื้อผ้ากับซิ่นเป็นประจำ

"สำหรับมือใหม่ที่อยากจะหัดนุ่งซิ่น เริ่มต้นคุณต้องมีซิ่นก่อน โดยเลือกซิ่นที่เชื่อมกับความรู้สึก อาจจะเป็นซิ่นของคุณย่าคุณยายที่เคยใช้ หรือเคยทอแล้วส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นกันมา ซิ่นพวกนี้แม้จะเป็นขุย แต่ลายที่ทอเป็นลายโบราณซึ่งหาไม่ได้แล้ว แต่ถ้าหากว่าไม่มีซิ่นที่ตกทอดมาก็เลือกซื้อใหม่ได้ เลือกแบบที่เราถูกใจ ถ้ายังไม่กล้านุ่งแบบลวดลายเยอะ หาเป็นซิ่นผ้าฝ้ายเรียบๆเก๋ๆแทน อาจจะเลือกผ้าจากจังหวัดบ้านเกิด อย่างตัวดิฉันจะชอบไหมโคราช เพราะเป็นคนโคราชจึงชอบผ้าของบ้านเราเป็นพิเศษ

การเลือกชนิดของผ้า สำหรับมือใหม่ ถ้าเป็นผ้าไหมจะมีความลื่น ถ้าลื่นจะทำให้เหน็บยาก แต่ถ้าเป็นผ้าฝ้าย หากคุณนุ่งถูกวิธีจะไม่มีวันหลุด ไม่ว่าเดินหรือวิ่งท่าไหนก็จะอยู่อย่างนั้น เดี๋ยวนี้มีอุปกรณ์เป็นกะลาเจาะรูช่วยให้ไม่ต้องมาผูกเอง ยิ่งสะดวกขึ้นค่ะ แหล่งซื้อผ้าที่ดิฉันแนะนำเสมอ คืองานแสดงสินค้าโอท็อปซึ่งจะรวบรวมผ้าของทุกจังหวัดในประเทศไทยมาไว้ที่เดียวกันเลย

ดิฉันจะบอกเสมอเวลามีคนมาขอคำแนะนำการนุ่งซิ่นให้ดูทันสมัย ไม่สูงวัย นุ่งซิ่นกับเสื้อเชิ้ตสีขาวไม่มีวันผิด ผู้หญิงทุกคนต้องมีเชิ้ตขาว คุณเอาซิ่นผืนหนึ่งมาทบจะดูสวยขึ้นมาทันที ถ้าถามว่าการใส่ชุดไทยแบบที่ผู้ใหญ่นิยมกันผิดไหม ไม่ผิด สวย สวยสมวัยของเขา แต่ถ้าสำหรับคนรุ่นใหม่อาจจะไม่ใช่คำตอบที่เขาตามหา"

เพจนุ่งซิ่นอินเตอร์นำเสนอวิธีการใช้ซิ่นในรูปแบบใหม่ ด้วยการพยายามนำผ้าไทยออกจากกรอบทัศนคติที่ติดตรึงมาโดยตลอด อาทิ ผ้าไทยใส่ยาก แต่งแล้วเชย ไปสู่มุมมองใหม่ว่า ผ้าไทยนั้นเป็นได้มากกว่าที่เราคิด

"ดิฉันมองว่าสิ่งหนึ่งที่ซิ่นไม่ได้ไปต่อสำหรับคนรุ่นใหม่เพราะว่ามันเชย พูดตรงๆ คือใส่แล้วดูแก่ ใครจะต้านอย่างไรก็แล้วแต่ สำหรับดิฉันพอนึกภาพชุดไทยเสื้อลูกไม้สีโอลโรสกับซิ่นสีโอลด์โรสที่อัดกาวแข็งๆแล้ว ไม่ดึงดูดให้อยากใส่เลย จะทำอย่างไรให้ซิ่นดูอินเตอร์ แต่งแล้วดูสวย ดูเก๋ เหมือนกับเสื้อผ้าในนิตยสารแฟชั่น ดิฉันอยากแสดงด้านที่แตกต่างของซิ่น จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อเพจว่า นุ่งซิ่นอินเตอร์ โดยตอนแรกที่ทำมีแค่รูปที่ถ่ายตัวเองแล้วโพสต์ลงไป ไม่มีคนอื่นมาโพสต์เลย แต่พอสมาชิกเริ่มเยอะขึ้น เขาจะส่งรูปมาให้เราลง ดิฉันก็จะคัดเลือกคนที่แต่งแล้วให้แรงบันดาลใจ เห็นแล้วอยากแต่งตาม ปัจจุบันสมาชิกเริ่มมีเด็กวัยรุ่นมากขึ้น มีน้องๆมาถาม ขอข้อมูลซื้อซิ่นที่ไหน อยากแต่งแบบพี่บ้างทำยังไง

หลายคนมักถามว่าทุกวันนี้ดิฉันใส่ชุดไทยทุกวันไหม ไม่นะคะ ถึงเราจะทำเพจเชิญชวนให้มาแต่งชุดไทย แต่เราเป็นคนรุ่นใหม่ที่โตมากับกระโปรงและกางเกง ดังนั้นต้องดูเป็นกรณีไป ถ้าต้องไปงานที่โลดโผนจะให้แต่งซิ่นไปคงไม่เหมาะ ก็เปลี่ยนมาสวมกางเกงเพื่อความคล่องตัว

ดิฉันมองว่าความเหมาะสมความพอดี เป็นสิ่งสำคัญ ตัวอย่างกรณีแต่งชุดไทยในชีวิตประจำวันที่เกิดกระแสในโซเชียลมีเดีย เขาทำอะไรผิดไหม เขาก็ไม่ผิด ไม่ได้แต่งสั้นยั่วยวน เรือนร่างของเขาเป็นสิทธิที่เขาจะแต่งอย่างไรก็ได้ แต่ต้องมองด้วยว่า สังคมเปลี่ยนไปแล้ว บางทีอาจจะทำให้คนที่อยู่ใกล้อึดอัดใจ ทั้งนี้เรายังมีวิธีจะประยุกต์สิ่งใหม่กับสิ่งเก่าได้ ดิฉันมองว่าสิ่งที่เก๋ที่สุดคือ การรวมความใหม่และความเก่าได้อย่างพอดี"