ล้างตับด้วยน้ำผัก-ผลไม้...สู่ผิวสวย

อาหารบำบัด

ฉบับที่แล้ว แนะนำคุณถึงเรื่องการกินผัก-ผลไม้สด เพื่อฟื้นฟูสุขภาพผิวที่มีปัญหา แต่ยังมีเรื่องของน้ำผัก-ผลไม้ ต่อเนื่องจากฉบับที่แล้วมาฝากกันต่อค่ะ

เราอาจจะทราบกันดีแล้วว่า น้ำผัก-ผลไม้เต็มไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพผิวสวย แต่ที่จะกล่าวถึงนี้เป็นการใช้ประโยชน์จากน้ำผัก-ผลไม้ ในกรณีที่ผิวของเราเริ่มมีปัญหา หลายคนอาจไม่ทราบว่า ปัญหาที่เกิดกับผิวของเรานั้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากปัญหาที่ตับ โดยเฉพาะการสะสมของสารพิษที่ตกค้างอยู่ในระบบของร่างกาย ดังนั้นเมื่อใดที่ผิวของคุณเริ่มมีปัญหา สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ ดูแลสุขภาพของตับก่อนเลยค่ะ

ด้วยบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่กำจัดสารพิษ ตับจึงเป็นหนึ่งในอวัยวะที่จำเป็นที่สุดในร่างกาย แต่สมัยนี้ ชีวิตเราอยู่กับสารพิษมากกว่าแต่ก่อน สารเคมีจำนวนมากปะปนอยู่ในสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเรา ในน้ำที่เราดื่ม ในอาหารที่เรากิน เมื่อมีสารพิษเข้าไปในร่างกายเรามากๆ ตับก็ต้องพยายามที่จะขับสารพิษเหล่านี้ออกจากกระแสเลือด โดยผ่านออกมาทางผิว ทีนี้ แทนที่ผิวจะได้รับสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นต่อสุขภาพ กลับต้องรับเอาสารพิษที่ร่างกายขับผ่านออกมาทางผิวหนังมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังจากการอับเสบ เช่น ผื่นภูมิแพ้ ผิวหนังอักเสบ สิว จุดแก่ที่มักเกิดบริเวณผิวที่โดนแดดเยอะๆร่วมกับอาการผิวแห้ง หมองคล้ำ และเหี่ยวย่นก่อนวัย แม้ว่าปัญหาผิวจะมีสาเหตุมาจากอย่างอื่นด้วย เช่น ความไม่สมดุลของฮอร์โมน แต่ปัญหาที่เกิดกับผิวจะดีขึ้นหรือหายไป ถ้าตับไม่ต้องทำงานหนักเกินไปเช่นนี้

ดังนี้แล้ว หากเราจะฟื้นฟูสุขภาพผิว เราก็ต้องเริ่มดูแลสุขภาพตับกันก่อน ด้วยการดื่มน้ำเยอะๆ หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ พร้อมกับกินยาสูตรธรรมชาติซึ่งก็คือ น้ำผัก-ผลไม้


น้ำผัก-ผลไม้ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพของตับและผิวได้อย่างไร

สำหรับน้ำผลไม้กล่องนั้น กว่าจะผ่านกระบวนการผลิตอันซับซ้อน วิตามินและสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับผิวก็หายไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่น้ำตาลล้วนๆ อย่างน้ำส้มคั้นพร้อมดื่มที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตมีน้ำตาลมากพอๆกับโค้กหนึ่งกระป๋องเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากจะทำให้ตับทำงานหนักแล้ว ยังไม่ดีต่อสุขภาพผิวในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้น จึงต้องใช้น้ำผัก-ผลไม้ที่คั้นสดๆเท่านั้น ซึ่งมีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ เอนไซม์ แร่ธาตุ และวิตามินต่าง ๆ...

  • น้ำแครอท : เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และเกลือแร่ แครอทมีวิตามินเอที่อยู่ในรูปแบบของเบต้า-แคโรทีนอยู่สูงมาก สารเบต้า-แคโรทีน มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระได้อย่างดีเยี่ยม จึงช่วยป้องกันเซลล์จากความเสื่อม ช่วยชะลอความแก่ และคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว วิตามินเอช่วยบำรุงเนื้อเยื่อ กระดูก ฟัน และสายตา แครอทยังมีวิตามินซีที่ช่วยให้ร่างกายผลิตคอลลาเจน ซึ่งจำเป็นต่อความยืดหยุ่นของผิว ป้องกันผิวเหี่ยวย่น และชะลอวัยให้ผิว ส่วนโปแตสเซียมในแครอทมีบทบาทต่อการผลิตเซลล์ผิวใหม่ๆช่วยปรับสมดุลเกลือแร่ในร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิว ป้องกันริ้วรอยแผลเป็นหรือจุดด่างดำบนผิว และที่สำคัญคือ แครอทช่วยล้างพิษที่ตับ จึงช่วยป้องกันปัญหาการเกิดสิวอักเสบ
  • น้ำบีทรูท : เต็มไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพผิว เช่น สารต้านการอักเสบ ธาตุเหล็ก โปแตสเซียม ไนอาซิน ทองแดง และวิตามินซี นอกจากนั้นยังมีแมงกานีส แมกนีเซียม แคลเซียม สังกะสี และกรดโฟลิก มีประสิทธิภาพในการช่วยล้างตับและฟอกเลือด ช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่เสียหายหรือเสื่อมสภาพ ผสมน้ำบีทรูทกับน้ำผักอื่นๆดื่มเป็นประจำ เป็นวิธีดูแลสุขภาพตับที่ทุกคนสามารถทำได้อย่างง่ายๆ
  • น้ำเซลารี่ : มีประสิทธิภาพในการฟอกทำความสะอาด ล้างพิษ และปรับร่างกายให้มีความเป็นด่าง อุดมไปด้วยซิลิก้า แร่ธาตุรองที่จำเป็นต่อสุขภาพผิว ผม และเล็บ
  • น้ำแตงกวา : แตงกวามีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้น ลดความร้อน และช่วยปรับร่างกายให้มีความเป็นด่างมากขึ้น จึงเหมาะสำหรับการล้างพิษ นอกจากนั้นยังมีซิลิก้าและแร่ธาตุรองที่มีประโยชน์อื่นๆซึ่งช่วยลดการอักเสบ ช่วยให้ผิวอ่อนนุ่มขึ้น และยังช่วยให้ผมและเล็บแข็งแรง
  • น้ำสับปะรด : เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี ที่ดีต่อสุขภาพผิว เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่ว่า เวลาคั้นน้ำสับปะรด ต้องคั้นทั้งแกนกลางด้วย เพราะเป็นส่วนที่มีเอนไซม์โบรมีเลนที่ช่วยย่อยสลายโปรตีน ตัวการที่ทำให้ตับทำงานหนักและทำให้ผิวมีปัญหา
  • น้ำมะเขือเทศ : โดดเด่นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระไลโคปีนที่ช่วยปกป้องผิว และยังมีประโยชน์มากต่อหัวใจ และหากดื่มน้ำมะเขือเทศออกไปผจญกับแสงแดดนอกบ้านเป็นเวลานานๆก็จะยิ่งดีเป็นพิเศษ เพราะไลโคปีนจะช่วยป้องกันผิวจากอันตรายของรังสียูวี
  • น้ำมะละกอ : น้ำมะละกอมีวิตามินซี วิตามินเอ ไลโคปีน เบต้า-แคโรทีน รวมถึงมีแร่ธาตุและสารอาหารรองอีกหลายชนิด มะละกอยังประกอบด้วยเอนไซม์ช่วยย่อย ปาเปน ซึ่งช่วยย่อยสลายโปรตีนแปลกปลอมที่ทำให้เกิดการอักเสบ น้ำมะละกอช่วยให้ผิวสวยและอ่อนนุ่ม
  • น้ำมะนาว : มะนาวจัดเป็นผลไม้รสเปรี้ยวที่มีคุณประโยชน์มาก เป็นทั้งอาหารและยา อุดมด้วยวิตามินซี กรดซิตริก และวิตามินบี มีประสิทธิภาพในการช่วยย่อยและขับสารพิษ เกลือแร่และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีในมะนาว ช่วยปรับความเป็นด่าง และช่วยให้ตับผลิตน้ำดีออกมามากขึ้นเพื่อใช้ในการย่อยไขมัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพผิวในระยะยาว
  • น้ำแอปเปิ้ล : เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากที่สุดชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะมีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟลาโวนอยด์อยู่มาก เช่น เควอซิทิน แคมเฟอรอล และ ไมริซิทิน สารเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์ต่อผิวเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง และสารเพคตินในแอปเปิ้ลก็ช่วยในการขับสารพิษ นอกจากนั้น เรายังสามารถใช้น้ำส้มหมักจากแอปเปิ้ล หรือไซเดอร์ ไวนิก้า มาเช็ดทำความสะอาดผิวภายนอก แทนการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยสารเคมีอีกด้วย
  • น้ำวอเตอร์เครส : เป็นหนึ่งในผักสลัดที่มีคุณสมบัติในการฟอกเลือด ซึ่งมีผลต่อการฟื้นฟูสภาพผิว ด้วยความที่วอเตอร์เครสมีกำมะถันอยู่มาก จึงจัดว่าเป็นผักเพื่อความสวยความงาม เพราะช่วยถนอมผิวและฟื้นฟูผิวที่มีปัญหา วอเตอร์เครสหนึ่งถ้วยประกอบด้วยวิตามินเอเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน นอกจากนั้น การรับประทานวอเตอร์เครสยังจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย เช่น วิตามินซี วิตามินเค เบต้า-แคโรทีน วิตามินบี วิตามินอี โฟเลท ไอโอดีน แคลเซียม ฯลฯ วอเตอร์เครสยังเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยต้านความแก่ และช่วยบำรุงตับได้เป็นอย่างดี
  • น้ำขิง : สามารถเติมลงในน้ำผัก-ผลไม้ชนิดใดก็ได้ เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์และช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ขิงยังเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสิว เพราะช่วยลดการอักเสบ และเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ คือมีทั้ง แมกนีเซียม โปแตสเซียม สังกะสี และวิตามินบี 6 รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความแก่

โดยสรุปแล้ว น้ำผัก-ผลไม้คั้นมีประโยชน์ต่อผิวมากมาย ทั้งช่วยล้างพิษตับและผิว เพิ่มความชุ่มชื่น และชะลอความแก่ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาบ้าง แต่ก็ให้ผลดีในระยะยาว ทั้งต่อความงามและสุขภาพ


ควรดื่มในช่วงเวลาไหน

บางคนชอบดื่มในตอนเช้า เพราะรู้สึกว่าช่วยเพิ่มพลังและทำให้สดชื่นไปทั้งวัน ในขณะที่บางคนชอบดื่มหลังกลับจากทำงาน เพราะช่วยให้รู้สึกสดชื่น หายเหนื่อย อีกทั้งยังมีผลพลอยได้ตรงที่ช่วยรองท้อง ทำให้ไม่ต้องกินอาหารมื้อเย็นมากเกินไป


ทำอย่างไรกับผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการล้างพิษ สามารถจะเกิดขึ้นได้ในช่วงแรกๆที่คุณเริ่มดื่มน้ำผัก-ผลไม้ โดยเฉพาะหากที่ผ่านมาคุณกินอาหารสำเร็จรูปเป็นประจำ ในขณะที่ร่างกายและโดยเฉพาะอย่างยิ่งตับ เริ่มขับสารพิษที่สะสมอยู่ออกมา อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และแม้แต่สิวอักเสบแย่งกันปะทุออกมา ซึ่งจะเป็นชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น คนที่เพิ่งเริ่มดื่ม อย่าเพิ่งดื่มติดกันทุกวัน ควรเว้นระยะให้ร่างกายได้ปรับตัวไปด้วย ผ่านไปสัก 2 - 3 อาทิตย์ จึงค่อยเพิ่มความถี่ขึ้น จนสามารถดื่มได้ทุกวัน

กฎอีกอย่างหนึ่งก็คือ ควรใช้ผัก-ผลไม้ผสมกันหลายๆอย่าง เพื่อให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ เกลือแร่ และวิตามินหลากหลายชนิด โดยเฉพาะหากใช้แครอท แอปเปิ้ล และบีทรูท ผสมกัน จะได้เครื่องดื่มบำรุงตับที่ดีที่สุดทีเดียว และพยายามอย่าใช้ผลไม้ที่หวานมากๆหรือใช้น้ำผักเป็นหลัก และใช้ผลไม้เพียงปรุงรสให้ดื่มได้ถูกปากมากขึ้น ก็จะดีกว่าใช้น้ำผลไม้อย่างเดียว


สำหรับคนที่เป็นมือใหม่หัดดื่ม อย่าเพิ่งคิดว่าจะเป็นภาระและเสียเวลาเลยนะคะ เพราะจริงๆแล้วแค่เจียดเวลาวันละ 15 นาที ก็ถือว่าคุ้มเกินคุ้ม และเมื่อทำจนเป็นกิจวัตรแล้ว คุณก็จะไม่รู้สึกว่าเป็นภาระอีกต่อไป หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพื่อสุขภาพและความงามอันยั่งยืน