"กระบี่"

ต้องมา...ครั้งเดียวไม่เคยพอ
ท่องเที่ยวทั่วไทย

3. "ถ้ำคลัง" ...มหัศจรรย์พันลึก

เรายังอยู่กันที่อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ แหล่งของเทือกเขาหินปูน อันก่อเกิดถ้ำที่งดงามมากมาย ทั้งที่มีการสำรวจค้นพบไปแล้ว และที่ยังหลงเหลือจากการสำรวจอีก ก็เชื่อว่า...น่าจะมีอีกนับร้อยถ้ำ ถือเป็นที่ท่องเที่ยวที่มหัศจรรย์พันลึก

เพียงมาตามทางหลวงหมายเลข 4 ลงมาทางใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของ ถ้ำเพชร เข้าไปทางแยกขวาอีก 1 กิโลเมตร มาพบกับ ถ้ำสระยวนทอง แล้วมุ่งหน้าอีกราว 2 กิโลเมตร แถวนั้นเป็นที่ตั้งของ ถ้ำหนองทุ่งนา โดยถ้ำทั้งหมดที่กล่าวมา หาใช่พิกัดท่องเที่ยวของเรา แต่ที่อยู่ฟากตรงกันข้าม ที่แลเห็นมีภูเขาหินปูนตระหง่าน ซึ่งบริเวณใต้ภูเขาหินปูนนั่นละ มีถ้ำสวยงามแห่งหนึ่งชื่อ ถ้ำคลัง จะเป็นจุดหมายการเที่ยวแท้จริง

ในภูมิประเทศเขาหินปูน ส่วนใหญ่จะมีถ้ำให้พบเห็น ซึ่งถ้ำได้กำเนิดจากน้ำฝน ที่ตกลงมาบนภูเขา แล้วได้ไหลรินซึมผ่านมาสู่ดิน ที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเกิดจากการผุพังของซากพืช เมื่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้รวมกับไอออนของน้ำ จะกลายเป็นกรดคาร์บอนิก จึงละลายหินปูนตามรอยแยก กระทั่งเป็นโพรง และก็กลายเป็นถ้ำ

ขบวนรถ "ท่องเที่ยวทั่วไทย" ของเรา ที่ประกอบไปด้วยผองเพื่อนนักข่าว และทางทีมงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกระบี่ แล่นรถมาพบปะกับ ไกด์ตู่-นันทพงษ์ นาคฤทธิ์ เลขาวิสาหกิจเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนอ่าวลึก

ซึ่งทาง ไกด์ตู่ มาพูดเรื่องการท่องเที่ยวว่า

"...เราเป็นหน่วยงานประสานงานกลาง ซึ่งมีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยว จึงมารวมตัวเป็นองค์กรขับเคลื่อน เพื่อหนึ่ง...กำหนดทิศทางในการขับเคลื่อน ที่จะทำให้การท่องเที่ยวเป็นกรีน หรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอง...เสริมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และสาม...สร้างเป็นกองทุนกลางให้แก่ชุมชน ที่เคยแต่ขอความช่วยเหลือกับภาครัฐ

...โดยเราดึงศักยภาพของคน ที่มีองค์ความรู้ หรือที่มีความสามารถ ซึ่งเคยทำงานในต่างถิ่น กลับมาทำงานร่วมกัน แล้วสร้างกระบวนการท่องเที่ยวขึ้นมา ในวันนี้เราเป็นต้นแบบ ด้านการท่องเที่ยวในระดับประเทศ ซึ่งเราจะไม่ยอมให้เรื่องท่องเที่ยว ลุกคืบเข้ามาในแบบทำลาย ในส่วนของทรัพยากรตามธรรมชาติ แต่หลายครั้งก็ถูกกระทำอย่างไม่ตั้งใจ เราจึงสร้างปฏิญาณด้านการท่องเที่ยวให้ทุกอย่างต้องสอดรับกับการเป็นกรีน

...สำหรับถ้ำคลังนั้น นักท่องเที่ยวต่างลงความเห็น ให้เป็นอันดับ 2 ของเอเชีย ในเรื่องของความสวยงาม และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ทว่าจริงเท็จอย่างไร ผมไม่สามารถรู้ได้ แต่ถือว่าในจังหวัดกระบี่ ถ้ำคลังเป็นถ้ำมหัศจรรย์ที่สุดแล้ว โดย 'ถ้ำคลัง' เดิมชื่อ 'ถ้ำกั้ง' ด้วยบริเวณนี้มีปลาชนิดหนึ่งชื่อว่า 'ปลากั้ง' คนที่เคยตามคนหาปลาเข้าไป ใช้เวลาถึง 3 เดือนในการสำรวจ ก็เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้ความสมบูรณ์ยังไม่หายไปไหน"

ถ้ำคลัง อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี โดยมีระยะทางเดินภายในถ้ำราว 1.2 กิโลเมตร แบ่งออกเป็นโถงถ้ำต่างๆมากมาย เช่น ถ้ำฟาโรห์ ปะการัง หลอดกาแฟ หินย้อย หินงอก ม่านน้ำตก กำแพงเมืองจีน สระมรกต ม่านนางฟ้า ซึ่งยังมิได้มีการติดไฟฟ้าให้แสงสว่าง เอาไว้สำหรับการเดินท่องเที่ยวภายในถ้ำ ดังนั้นจึงต้องมีคนท้องถิ่นนำทาง ทั้งที่จะคอยให้ความสว่าง ดูแลความปลอดภัย หรือนำพาไปชมตามจุดต่างๆ และที่สำคัญอย่างมากคือ ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำจากไกด์ที่คอยนำทาง

เรามีการแบ่งกลุ่มกัน 7-8 คน เพื่อไปท่องเที่ยวภายในถ้ำ กลุ่มผมมี ไกด์ปาล์ม-พีรพงค์ ปริปุนนา หนุ่มอัธยาศัยดี อาสามาเป็นผู้นำขบวน

เมื่อทุกสิ่งอย่างลงตัวได้ที่แล้ว ก็ปล่อยให้เดินเข้าไปทีละกลุ่ม แล้วมาเริ่มต้นการท่องเที่ยว ที่บริเวณปากถ้ำอันเปิดกว้าง โดยมีสะพานไม้ที่ทอดตัวข้ามแอ่งน้ำเข้าไป ซึ่งตรงที่ด้านบนเป็นหินย้อยแท่งแหลม ที่เห็นกันชัดตาอย่างไม่ต้องส่องไฟ

ทว่าพอพ้นปากถ้ำเข้ามาหน่อย จะต้องใช้แสงไฟนำทางกันตลอด จากนั้นไกด์ปาล์มพาชมจุดต่างๆ เริ่มที่จุดแรกตรงหินโปร่งแสง ซึ่งผมเข้าใจว่า...หินคงมีความบางอย่างมาก ถึงขนาดที่แสงสว่างทะลุผ่านไปได้ นี่แค่จุดแรกก็ให้น่าอัศจรรย์ใจ

ผ่านพ้นจากหินโปร่งแสง เดินตามแสงสว่างมาอีกนิด เราได้มาหยุดชมหินปะการัง ซึ่งยามที่ต้องกับแสงไฟฉาย เกิดมีแสงระยิบระยับสวยงาม

เดินลึกไปตามทางที่เป็นเนิน ต้องระมัดระวังกันหน่อย ด้วยพื้นมีความแฉะแฉะไม่น้อยเลย ก็มาหยุดการตื่นเต้นกันสักครู่ เพื่อมาสัมผัสด้วยสายตาที่ม่านน้ำตก ซึ่งเป็นม่านหินปูนหรือม่านหินย้อย (Drapery) ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับม่าน อันเกิดจากน้ำที่มีสารคาร์บอเนตสูง ได้ไหลมาตามผนังถ้ำที่เอียง ซึ่งหยดน้ำทีละหยดสองหยด ที่ไหลผ่านไปตามแนวเดิมนั้น เมื่อน้ำได้เกิดการสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เกิดการตกตะกอนของแร่แคลไซต์ จึงได้มีในลักษณะเป็นแผ่นบางๆงอกยาวขึ้นเรื่อยๆ และมักมีความโปร่งแสงอีกด้วย

ไกด์ปาล์มคอยส่องไฟให้ตลอด ขณะที่แสงสว่างจากเพื่อนในกลุ่ม ก็ได้ส่องแสงมาร่วมด้วยช่วยกัน จึงทำให้การถ่ายภาพสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

กระทั่งเดินมาถึงทางดิ่งชัน แต่ยังดีมีเชือกให้เกาะ บางคนในกลุ่มเริ่มลังเลใจ จึงให้กำลังใจแก่กันและกัน ทำให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มเรา ผ่านพ้นความลำบากไปได้โดยดี และก็ได้มานั่งพักชมเสาหิน (Columnar Pillar) อย่างพร้อมหน้า จากนั้นไกด์ปาล์มผู้นำกลุ่ม ชวนพูดคุยเรื่องของเสาหิน โดยลักษณะของหินที่เป็นแท่งหรือเสา มักมีความยาวจากพื้นถ้ำจรดเพดานถ้ำ อันเกิดจากหินย้อยที่ยาวลงมาจรดพื้น หรืองอกยาวขึ้นไปจรดเพดาถ้ำ

ก็เริ่มรู้สึกสนุกสนานยิ่งขึ้น เมื่อไกด์ปาล์มจะนำชมไฮไลท์ ทุกคนในกลุ่มกระวีกระวาด เดินตามอย่างกระชั้นชิดไป ต่อเมื่อเดินมาถึงจุดที่ว่า ก็มีเสียงอุทานจากด้านหลัง...ว้าว!!! งดงามจริงๆ และมีอีกเสียงสมทบว่า ใช่!!! ช่างดูแปลกตาซะจริง

จุดหมายที่ว่า ก็คือหลอดหินย้อย หรือท่อหินย้อย (Soda Straw) มีอยู่นับร้อยนับพันหลอดหรือท่อ ที่ติดอยู่ตามเพดานของถ้ำ ซึ่งเกิดจากสารหินปูน จับตัวเป็นหลอดหรือเป็นท่อ แล้วย้อยลงมาจากเพดาน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 นิ้ว โดยน้ำที่ไหลตามรูตรงกลาง แล้วทำให้เกิดเป็นวงแหวนหินปูน ตรงที่ปลายหลอดหรือท่อนั้น ได้มีผลึกแร่แคลไซต์ผสมอยู่ เมื่อผลึกมาเรียงตัวแนวยาว และย้อยยาวลงมาเรื่อยๆ จึงให้แลดูคล้ายกับหลอด

ลุกขึ้นยืนพากันเดินต่อไป แล้วเกือบเดินเลยหินงอก (Stalahmite) ซะแล้ว เราจึงมุงดูอย่างใกล้ชิดสักครู่ ซึ่งหินงอกเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ อันเกิดมาจากน้ำใต้ผืนดิน ที่เป็นกรดคาร์บอนิก ได้มารวมตัวกันเรียกว่า แคลเซียมคาร์บอเนต จากนั้นน้ำไหลไปตามเพดานถ้ำ แล้วมาหยดลงสู่พื้นถ้ำ ต่อเมื่อน้ำได้ละเหยออกไปแล้ว ก็คงเหลือแต่ผลึกแคลเซียมคาร์บอเนต ที่ยังได้จับตัวกัน แล้วมาเกิดการทับถม ในลักษณะเป็นตะกอนหินปูน หรือมีการจับตัวเป็นแท่ง และมีความสูงขึ้นมาจากพื้นถ้ำ จึงมีรูปร่างในลักษณะกลมๆปลายมนๆ

อีกเดี๋ยวก็จะถึงอีกจุดไฮไลท์นะครับ...ไกด์ปาล์มเอยขึ้น หา!!! ยังมีจุดไฮไลท์อีกด้วยรึ...ผมหันไปถามน้องไกด์ แบบไม่ต้องการคำตอบ แต่ไกด์ปาล์มก็ตอบกลับว่า...มีครับ ไฮไลท์มีหลายจุดเลย แต่ในจุดไฮไลท์ที่ไกด์ปาล์มว่า ผมต้องมุดเข้าไปชม อย่างทุลักทุเลน่าดู แล้วพอลอดเข้าไปได้ ก็พบกับกำแพงเมืองจีน ซึ่งเป็นหินเรียงตัวเป็นแถวๆ

ย้อนมารวมตัวกับเพื่อนๆ ที่นั่งรอตรงทางเข้า แล้วมาได้ยินไกด์ปาล์ม บอกจะพาไปชมอีกไฮไลท์ เพื่อนๆอุทานเสียงเดียวว่า ฮ่ะ!!! ดูไฮไลท์อีกแล้ว แต่ก็ตามหลังไปอย่างสรวลเสเฮฮา โดยจุดไฮไลท์ที่ไกด์ปาล์มว่า ถือเป็นไฮไลท์ของไฮไลท์เล้ย

อีกทั้งยังให้เหตุผลว่า มีความศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย ซึ่งไฮไลท์ของไฮไลท์ได้แก่ สระมรกต ที่เป็นแอ่งน้ำใสแจ๋ว มีสีเขียวคล้ายกับมรกต เมื่อเพ่งมองลงไป ยังแลเห็นมีฝูงปลาอาศัยอยู่ด้วย พอมองเลยขอบสระขึ้นไป เห็นมีทำนบหินปูน (Rimstone pool) คือตะกอนหินปูน ก่อตัวขึ้นลักษณะคล้ายเขื่อน หรือทำนบ หรือขั้นบันได ที่ขวางกั้นน้ำเอาไว้ มักจะเกิดจากบริเวณพื้นถ้ำ หรือตามแนวทางที่น้ำไหล และเกิดการพอกพูนขึ้นเรื่อยๆของตะกอน

บริเวณสระมรกตนั้น เราเจอะกับเพื่อนกลุ่มอื่นๆบรรยากาศจึงคึกคัก ซึ่งต่างก็นิยมชมชอบว่า สระมรกต...งดงามสมกับเป็นไฮไลท์ของไฮไลท์

ระหว่างกำลังนั่งชมสระมรกต หันไปถามไถ่ในความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทางด้าน ไกด์ตู่-นันทพงษ์ และ ไกด์ปาล์ม-พีรพงค์ กำลังจะอธิบายในความหมาย แต่ก็ต้องมาอ้าปากค้างทันที เมื่อได้เห็นใครคนหนึ่ง แทรกตัวไปที่ขอบสระ และเอามือลงไปล้าง

เห็นเช่นนั้นแล้ว ก็ได้แต่ส่ายหัว เดินออกมา