ดวงหทัยแห่งความรัก

มุมลำลอง

ในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ บุญรอดบริวเวอรี่ จึงได้ร่วมกับ โอเวชั่น สตูดิโอ และ อาจารย์ดนู ฮันตระกูล นักประพันธ์ร่วมสมัยระดับแนวหน้าของเมืองไทย นำบทเพลงประกอบสารคดี "ในดวงใจนิรันดร์" มาเรียบเรียงใหม่ ผลิตเป็นซีดีเพลง ชุด ดวงหทัยแห่งความรัก บรรเลงโดย วงไหมไทยออร์เคสตรา เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถ่ายทอดออกมาเป็นคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "ดวงหทัยแห่งความรัก" รอบเอ็กซ์คลูซีฟ ในบรรยากาศสบายๆ และสวยงามยามเย็นของสวนนาคราภิรมย์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยทัศนียภาพงามตา สามารถมองเห็นบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งฝั่งธนและฝั่งพระนคร เช่น พระปรางค์วัดอรุณฯ วัดระฆังโฆสิตาราม วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพิ่มอรรถรสรื่นรมย์ของการชมดนตรีตลอดการแสดง

ช่วงแรกของคอนเสิร์ตดวงหทัยแห่งความรัก เป็นช่วงเพลง "บางกอก" ซึ่ง อาจารย์ดนู ได้คัดสรรเพลงสะท้อนบรรยากาศวันชื่นคืนสุขของเมืองไทยใต้ร่มพระบารมี ช่วงเวลาที่คนไทยสัญจรไปมาหาสู่กันด้วยไมตรีจิต และการหยิบยื่นความอาทรฉันท์พี่น้องเพราะทุกคนต่างมีศูนย์รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน คือ พระเจ้าอยู่หัว มีทั้งหมด ๗ บทเพลงด้วยกัน ได้แก่ ชีพจรลงเท้า เดี่ยวไวโอลิน โดย ศิริพงษ์ ทิพย์ธัน นักไวโอลินชั้นนำของไทย ต่อด้วยเพลง เสน่หา และ เหมันต์รัญจวน จากการขับร้องของสาวเสียงหวานจับใจ สุภัทรา โกราษฎร์ จากนั้น สุรสีห์ อิทธิกุล ศิลปินรุ่นใหญ่มาพร้อมกับเพลงอมตะ เรือนแพ และ รักอันเป็นนิรันดร์ มาถึงเพลงที่ ๖ สาวเสียงสวย สุภัทรา กลับมาอีกครั้งในเพลง รักคนบ้านเคียง ก่อนที่จะปิดท้ายช่วงนี้ด้วยเพลงดังของสุรสีห์ ที่ยังอยู่ในความทรงจำของนักฟังเพลงมาถึงทุกวันนี้คือ ปราสาททราย ซึ่งคงความไพเราะไปอีกแบบเมื่อถ่ายทอดผ่านวงออร์เคสตรา

เข้าสู่ช่วงที่สองของการแสดงคือ ดวงหทัยแห่งความรัก ทุกบทเพลงในช่วงนี้ อาจารย์ดนู ได้ประพันธ์ไว้เพื่อประกอบสารคดีเทิดพระเกียรติ "ในดวงใจนิรันดร์" เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๒ ผลิตโดย สยามสตูดิโอ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๙ อ.ส.ม.ท. หรือสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ทีวี ในปัจจุบัน ซึ่งได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยมเสาอากาศทองคำในปี ๒๕๔๒ โดยได้นำมาเรียบเรียงใหม่ให้สมบูรณ์สำหรับการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้โดยเฉพาะ จำนวน ๔ เพลง ได้แก่ บัลลังก์แผ่นดิน (The Throne), ขัตติยะภูวนัย (The Monarch), ร่มฉัตร (The Patronage) และ ดวงหทัยแห่งความรัก (The Affectionate)

บทเพลง ดวงหทัยแห่งความรัก สะท้อนถึงความรักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย ตามที่เคยรับสั่งไว้ว่า 'ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะละทิ้งประชาชนได้อย่างไร' จากพระราชดำรัสนี้คงไม่มีใครในโลกโชคดีอย่างคนไทยที่มีพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งในพระราชหฤทัยไม่มีสิ่งอื่นใดสำคัญไปกว่าความร่มเย็นเป็นสุขของราษฎร ส่วนเพลง บัลลังก์แผ่นดินสะท้อนถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงยึดหลักทศพิธราชธรรมในการปกครอง บทเพลงเหล่านี้จะทำให้คนไทยทุกคนตระหนักถึงความรักที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากยิ่งขึ้น

อาจารย์ดนู ฮันตระกูล นักดนตรี นักแต่งเพลง และผู้อำนวยเพลงชาวไทย จบการศึกษาทางด้านเอกการประพันธ์จาก รอยัลคอนเซอร์วาตอรี กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้ประพันธ์บทเพลง กล่าวถึงบทเพลงที่แสดงในคอนเสิร์ตนี้ว่า แต่ละเพลงมีเนื้อหาที่แตกต่างกันไป เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น พระองค์ทรงมีความเชี่ยวชาญทางด้านศิลปะ ดนตรี ทรงมีความมุ่งมั่นที่จะปกครองดูแลประชาชนคนไทย และทรงมีวิสัยทัศน์ ที่คิดค้นและนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ รวมทั้งเรื่องความเป็นกษัตริย์ที่งามสง่า แต่เนื่องจากทุกเพลงมีความสั้นเพียง ๑-๒ นาทีกว่าเท่านั้น หากนำมาแสดงบนเวทีจะต้องมีการขยายให้เป็นเพลงเต็ม มีความยาวประมาณ ๕-๑๐ นาที ถึงจะครบเครื่อง จึงนำมาเรียบเรียงใหม่ให้เหมาะสมกับการแสดงคอนเสิร์ต อาจารย์ดนูกล่าวว่า

"การแสดงครั้งนี้เป็นวงใหญ่มีเครื่องดนตรีเล่น ๔๐ ชิ้น ครบทุกประเภททั้ง สี ตี เป่า แตร ปี่ ขลุ่ย ส่วนเพลงที่นำมาเล่น เราแบ่งออกเป็น ๒ ช่วง คือ ช่วงเพลงบางกอก และช่วงเพลง ดวงหทัยแห่งความรัก ซึ่งเป็นเพลงที่เกี่ยวกับในหลวง จริงๆ มีทั้งหมด ๖ เพลง แต่เราคิดว่าเหมาะสมที่จะนำมาเสนอเพียงแค่ ๔ เพลง ดังนั้นต้องมีเพลงอื่นๆ มาร่วมแสดงด้วย จึงเลือกเพลงที่คนคุ้นหูกัน ทั้งเพลงไทย เพลงสมัยใหม่ มาเพื่อให้ผู้ชมได้ฟังเพลงกันอย่างเต็มอิ่มยิ่งขึ้น"

สำหรับ วงไหมไทยออร์เคสตร้า ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างอรรถรสแห่งเสียงเพลงในค่ำคืนนี้ เป็นวงออร์เคสตราสากลประกอบด้วยสมาชิกที่มีความสามารถระดับแนวหน้าของเมืองไทย ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๒๕ จากงานบันทึกเสียงชุด ชีพจรลงเท้า ตามด้วยชุด ทุ่งแสงทอง ใต้แสงเทียน เงาไม้ ลำนำแห่งขุนเขา ร่วมกับจรัล มโนเพ็ชร ทั้งยังเคยฝากผลงานเพลงกวี เพลงนิทานชุด เพลงเพื่อชีวิต เพลงไทยสากล และสุนทราภรณ์ อีกมากมาย ที่ผ่านมาเคยผ่านการแสดงคอนเสิร์ตมาแล้วมากมายหลายรายการทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งเคยแสดงหน้าพระที่นั่งเจ้าชายอาคิชิโน ที่มหานครโตเกียวมาแล้ว

เผ่าทอง ทองเจือ นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง หนึ่งในผู้ชมที่มาร่วมสัมผัสความไพเราะของเสียงเพลงครั้งนี้ เผยความรู้สึกเกี่ยวกับคอนเสิร์ตออร์เคสตรากลางสวนดังกล่าวว่า เป็นการชมคอนเสิร์ตที่น่าปลาบปลื้ม เพราะปกติมักจะดูการแสดงกันในฮอลล์ หรืออาคารปิด แต่ครั้งนี้เป็นการแสดงกลางแจ้ง ฝั่งขวาเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นพระปรางค์วัดอรุณ ฝั่งซ้ายเห็นกำแพงพระบรมมหาราชวัง แม้จะมีรถวิ่งผ่านไปมาบ้างแต่ไม่ได้รบกวนเรื่องเสียงในการแสดงเลย

"เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งที่ดูน่ารักเหมือนนั่งฟังดนตรีในสวนจริงๆ สามารถดื่มด่ำกับบทเพลงที่เขาเล่นได้อย่างดี ถึงจะไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนนั่งฟังในฮอลล์ แต่ถือว่าดีที่สุดแล้วกับการแสดงกลางแจ้งแบบนี้ สามารถเป็นตัวอย่างให้คนอื่นนำไปจัดแสดงได้ต่อ เพราะถ้ายังไม่มีใครบุกเบิก ก็คงไม่มีใครทำต่อ โดยส่วนตัวก็ติดตามผลงานของ ไหมไทยออร์เคสตรา มาตลอด เพราะเป็นวงดนตรีที่เป็นอัจฉริยะของประเทศด้วย เพลงที่แสดงครั้งนี้มีความสมบูรณ์ เหมาะกับวาระเนื้อเรื่อง น่าประทับใจมาก"

บุรณี รัชไชยบุญ กรรมการผู้จัดการ โอเวชั่น สตูดิโอ บริษัทในเครือสยามสตูดิโอ กล่าวถึงความพิเศษของโครงการนี้ว่า "เพื่อให้เพลงทุกเพลงถ่ายทอดออกมาอย่างสวยงาม จึงได้เชิญวงไหมไทยออร์เคสตรา มาร่วมกันบรรเลงเพลง เพื่อจัดทำเป็นซีดีชุดพิเศษ ทั้งนี้บทเพลงที่เรียบเรียงขึ้นใหม่ทั้ง ๖ เพลงได้แก่ บัลลังก์แผ่นดิน, ขัตติยะภูวนัย, ร่มฉัตร, ดวงหทัยแห่งความรัก, ภูมิปราชญ์ ภูมิบาล และ ด้วยพระราชปณิธาน โดยนำมาผลิตเป็นแผ่นซีดี ลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่มีเพียงจำนวนสองพันชุดเท่านั้น".....ร่วมเป็นเจ้าของซีดีบทเพลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชุด ดวงหทัยแห่งความรัก ราคาชุดละ 399 บาท หาซื้อได้ที่ โอเวชั่น สตูดิโอ โทร.02 652 1155 และ สองสมิต โทร.02 392 0517 เริ่มจำหน่าย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป