เก็บตก unseen เชียงใหม่

ท่องเที่ยวไป ใจเปี่ยมสุข

ตอน 6 ไปแม่ออน แล้วจรไปออนเซนแบบไทยๆที่สันกำแพง

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับอำเภอแม่ออนในตำนานกันก่อน

"แม่ออน" เป็นชื่อของแม่น้ำสายสำคัญที่มีต้นกำเนิดมาจากห้วยขุนออน ห้วยแม่ก๊ะ ห้วยแม่กิ้ง และห้วยหก ซึ่งเป็นลำห้วยที่อยู่บนดอยขุนออน แม่น้ำนี้ไหลผ่านชุมชนสำคัญในตำบลออนเหนือและตำบลออนกลาง แล้วไหลลงสู่อำเภอสันกำแพง การเรียกชื่อแม่น้ำสายนี้ว่า "แม่ออน" นั้น มีการเล่าสืบกันมาว่า แต่เดิมน้ำแม่ออนเป็นแม่น้ำใหญ่ เมื่อถึงฤดูฝนจะมีน้ำหลากไหลบ่าชะดินจากที่สูงลงมาทำให้น้ำขุ่นมีสีคล้ายสีของ "ดอกเครือออน" ซึ่งคนที่เคยเห็นเล่าว่าเป็นแม่น้ำที่มีสีงดงามมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามเมื่อกระทบแสงอาทิตย์ ดังนั้น ผู้คนโดยทั่วไปจึงเรียกแม่น้ำนี้ว่า น้ำแม่ออน และเรียกผู้คนที่อาศัยอยู่ตามลำน้ำนี้ว่าเป็น ชาวแม่ออน ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวแม่ออนเป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของลำน้ำแม่ออนนั้น เนื่องจากมีความยาวไปจนถึงสันกำแพง ดังนั้น ก่อนจัดตั้งอำเภอสันกำแพงและแม่ออน คนทั่วไปจึงเรียกผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มน้ำแม่ออนทั้งหมดว่าเป็นคนแม่ออน ดังในประวัติความเป็นมาของอำเภอสันกำแพงที่ระบุว่า แต่เดิมนั้น อำเภอสันกำแพงมีชื่อเรียกว่า "แขวงแม่ออน" มีที่ทำการตั้งอยู่ที่ตำบลแช่ช้าง อำเภอสันกำแพง มีชื่อเรียกว่า "แขวงแม่ออน"

อ่านตำนานของแม่ออนแล้วรู้สึกคุ้นเคยอย่างไรก็ไม่รู้...มิน่า...เมื่อผู้เขียนได้ยินชื่ออำเภอแม่ออนครั้งแรก ใจมันกระหวัดหวนนึกไปถึง "ดอกเครือออน" ดอกไม้ป่าที่ผู้เขียนเคยหลงใหลความงามตามธรรมชาติของมัน จนเคยคิดจะนำมาใช้เป็นชื่อร้านขายของกระจุกกระจิกพวกของแต่งบ้านเมื่อหลายปีก่อน (แต่...เรื่องนี้เป็นแค่ความฝัน ผู้เขียนไม่เคยมีร้านเครือออนแต่อย่างใด) ที่จริงแล้วผู้เขียนเคยหลงเสน่ห์ของดอกช่อม่วงหรือดอกพวงครามมาก่อน แต่เจ้าดอกพวงประดิษฐ์หรือเครือออน มันคล้ายกัน ต่างกันที่สี สีของ "ช่อม่วง" จะออกเป็นสีม่วงอ่อนและม่วงเข้ม เป็นสีม่วงอมน้ำเงิน รูปดอกเข็ม ปลายแยก 5 แฉก แต่ "เครือออน" สีออกชมพู และชื่อของมัน...หวาน...ชวนฝันกว่า

สีชมพูอมม่วงที่ปกคลุมยอดไม้เขียวเข้ม ที่แต่งแต้มผืนป่าในฤดูแล้งให้มีสีสันสวยงาม "เครือออน" หรือ พวงประดิษฐ์ (Lavender Wreath, Shower Orchid) เป็นไม้ป่าทนอากาศร้อนแล้งได้ดี เป็นไม้เถาขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขามากมายเลื้อยพันต้นไม้อื่น ปลายกิ่งทอดย้อยลง ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปไข่แกมรูปรีดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ประกอบด้วยช่อย่อยเป็นกระจุก มี 5-7 ดอก มีใบประดับรองรับ 3 ใบ สีชมพูอมม่วง ช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว เครือออนจะทิ้งใบ และผลิดอกเป็นช่อสีชมพูอ่อนหวาน บานทนนานหลายวัน ออกดอกในเดือนธันวาคมถึงเมษายน เลื้อยพันขึ้นต้นไม้สวยงามมาก มองแต่ไกลเห็นดอกสีชมพูคลุมเต็มต้นไม้ที่พันขึ้นเต็มไปหมด ดอกของมันดูๆไปคล้าย ดอก "ช่อม่วง" หรือ "พวงคราม" ไม่น้อย...

"ลมหนาวระบาย ป่าไม้กลายเปลี่ยนสี จากที่เคยเขียวขจี เปลี่ยนเป็นสีร้อนแรง กลีบทองงิ้วราย เหลืองพรายคือดอกลมแล้ง ดอกเครือออนสีม่วงแดง กับตะวันสีทอง?" บทเพลง "ศิลปินป่า" ของ จรัล มโนเพ็ชร ช่วยสะท้อนภาพความงามของดอกเครือออนในหน้าแล้งได้อีกแง่มุมหนึ่ง

เราออกจากเมืองพร้าว ที่วัดดอยแม่ปั๋งเกือบเที่ยงวันแล้ว ใช้เส้นทางสาย 1001มาเรื่อยๆ จนถึงอำเภอสันกำแพง เห็นป้ายบอกทางไปอำเภอแม่ออนอยู่ไม่ไกล เมืองออน หรือแม่ออน คือ อีกหนึ่งใน unseen เชียงใหม่ที่เราวางแผนไว้ว่าจะไปเที่ยวกัน เลี้ยวรถเข้าเส้นทางไปตัวอำเภอแม่ออนก่อน ตลาดในตัวอำเภอเงียบและเล็กมาก อำเภอแม่ออน เป็นอำเภอขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่มีทั้งภูเขาและที่ราบสำหรับทำเกษตรกรรม นับเป็นพื้นที่รอบนอกสุดของเมืองเชียงใหม่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ วัดพระธาตุดอยผาตั้ง น้ำพุร้อนแม่ออน ถ้ำเมืองออน น้ำตกแม่กำปอง หมู่บ้านโฮมสเตย์แม่กำปอง และวังเย็น สมกับคำขวัญอำเภอนี้ที่ว่า "ผาตั้งธาตุคู่เมือง รุ่งเรืองฟาร์มโคนม รื่นรมย์น้ำพุร้อน เมืองออนถ้ำแสนงาม"

"แม่ออน" เป็นอำเภอขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ออนเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอสันกำแพง ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้แบ่งพื้นที่การปกครองออกมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอแม่ออน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2537 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ปีเดียวกัน และเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2550 ได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็น อำเภอแม่ออน โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกัน การเดินทางมายังแม่ออนใช้ ทางหลวงหมายเลข 1317 เส้นเชียงใหม่ - แม่ออน อำเภอแม่ออนอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร เส้นทางนั้นเป็นถนนลาดยางอย่างดี วันนี้อากาศปลอดโปร่ง ไร้เมฆฝน สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของเส้นทางไปสู่แม่ออนหรือเมืองออน ท้องฟ้าสีฟ้าสวยงาม กับ นาข้าวสีเขียว สีเหลือง สลับกับ ทิวเขา มากมายที่เรียงรายอยู่ตลอดข้างทาง

ออกจากตัวอำเภอแม่ออน ด้วยความผิดหวัง และหิวโหย หาร้านอาหารกลางวันยังไม่ได้เลย ออกมาสู่ถนนใหญ่อีกครั้ง มีป้ายบอกทางไปถ้ำเมืองออนอยู่ไม่ไกล แต่เราเป็นคนไม่ชอบเที่ยวถ้ำ จึงไม่ได้ไป ครั้นจะไปเที่ยวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกอำเภอแม่ออน หนึ่งในพื้นที่โครงการหลวง ชุมชนเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ก็ต้องเดินทางจากตัวเมืองไปประมาณ 60 กม. ขับรถไม่ไกล แต่สภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนจัดในวันนั้น ทำให้เราไม่อยากเสี่ยงไปพักกับบ้านพักที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ส่วนการเที่ยวจุดชมวิวดอยม่อนล้าน ชมดอกนางพญาเสือเป็นอันไม่ต้องคิดเลย เพราะควรเป็นกิจกรรมของหนุ่มสาวมากกว่า

เห็นร้านอาหารพื้นเมืองเหนือริมทาง กำลังย่างไส้อั่วหอมฉุย ควันลอยกรุ่น น้องสาว เจ้าของร้านรีบบอกเลยว่าต้องรอนานนะเจ๊า เพราะมีกลุ่มมอเตอร์ไซค์หรูกว่า 10 คันยังรออยู่ด้วยเมนูที่ยาวเหยียด เราจึงล่าถอย ย้อนออกมามุ่งสู่น้ำพุร้อนสันกำแพง ตั้งใจจะไปหาที่พักที่บุรีลาไสย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ซึ่งเคยอ่านเจอเพื่อนนักเดินทางเขียนถึง

จะลองไปนอนแช่น้ำอุ่น ออนเซนแบบไทยๆดูสักครั้ง

"ออนเซน (Onsen)" เป็นภาษาญี่ปุ่น หมายถึง บ่อน้ำร้อน แต่ปกติแล้วหมายถึงที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆบ่อน้ำร้อน เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีภูเขาไฟจำนวนมาก จึงมีออนเซน มากมายทั่วประเทศ ตามรูปแบบดั้งเดิมแล้วออนเซนเป็นสถานที่อาบน้ำสาธารณะ วัฒนธรรมการอาบน้ำแร่ ออนเซน ที่ประเทศญี่ปุ่นมีมาอย่างยาวนาน จนเป็นชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ น้ำแร่ในออนเซน หรือบ่อน้ำพุร้อนของญี่ปุ่น เกิดจากจากการที่น้ำซึมผ่านชั้นของดิน และหิน โดยจะมีแร่ธาตุต่างๆ สะสมอยู่ เช่น โซเดียม แคลเซียม ฟลูออไรด์โพแทสเซียม โดยทางประเทศญี่ปุ่นนั้นการจะเปิดออนเซนได้จะต้องมีใบอนุญาต

สำหรับในประเทศไทยนั้น แต่เดิมคนไทยไม่ค่อยให้ความสนใจการอาบน้ำแร่กันมากนัก เพราะเราเป็นเมืองร้อน มีเพียงผู้ป่วยบางโรค เช่น โรคผิวหนังบางชนิด และผู้มีอาการปวดเมื่อย ที่มีความเชื่อว่าการแช่น้ำแร่ร้อนๆจะช่วยรักษาโรคได้ แต่เดิมบ่อน้ำร้อนทั้งหลายของไทยเราจึงเป็นแค่สถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อน หรือนำไข่ลงไปต้ม สนุกกันในครอบครัว ต่อมาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีสปารีสอร์ทเกิดขึ้นมากมาย การอาบน้ำแร่ที่ได้จากน้ำแร่ร้อนจากแหล่งน้ำพุตามธรรมชาติ จึงเริ่มจะได้รับความสนใจจากผู้คน รวมทั้งผลจากการศึกษาวิจัยที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการอาบน้ำแร่นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย แหล่งน้ำพุร้อนหลายๆแห่งในประเทศไทย จึงมีการปรับปรุง มีการจัดทำห้องอาบน้ำแร่ที่ได้มาตรฐานไว้รองรับผู้มาใช้บริการ น้ำแร่ หนึ่งในจำนวนแหล่งน้ำพุร้อนเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองไทยที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงขึ้นมา คือ น้ำพุร้อนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

น้ำพุร้อนสันกำแพง จึงเป็นเป้าหมายในการออนเซนแบบไทยๆของเราในครั้งนี้ น้ำพุร้อนสันกำแพง ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ออน เป็นน้ำพุร้อนที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงใหม่ (ก่อนจัดตั้งอำเภอแม่ออน น้ำพุร้อนแห่งนี้ ตั้งอยู่ใน อำเภอสันกำแพง) แต่ชื่อยังคงเป็นน้ำพุร้อนสันกำแพง ซึ่งทำให้ผู้คนสับสนคิดว่าเป็นน้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่ในสันกำแพง แม้แต่ผู้เขียนเองก็คิดเช่นนั้นมาก่อนเช่นกัน น้ำพุร้อนสันกำแพง อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก ในโลกนี้มีความเชื่อกันมานานแล้วว่า การอาบน้ำแร่ร้อนจากน้ำพุร้อนจะทำให้สุขภาพดีขึ้น สามารถรักษาและบรรเทาอาการบางอย่างที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆได้ ประโยชน์ของน้ำพุร้อนมีมากมาย เช่น บรรเทาอาการปวดกระดูก เหน็บชา ปวดกล้ามเนื้อ ช่วยให้โลหิตในร่างกายหมุนเวียนได้ดีขึ้น และช่วยลดความเครียดทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น ช่วยขับสิ่งอุดตันใต้ผิวหนัง และรูขุมขน ทำให้ผิวหนังสะอาด บำรุงผิวพรรณให้สดใส ช่วยในการดูดซึมแลกเปลี่ยนออกซิเจนและกลูโคสระหว่างเส้นเลือดฝอยและเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆของร่างกาย

ไม่ไปไม่ได้แล้ว...

น้ำพุร้อนสันกำแพง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ล้อมรอบไปด้วยภูเขา และต้นไม้ มีพื้นที่ทั้งหมด 75 ไร่ อยู่ในเขตของสหกรณ์การเกษตรสันกำแพง ภายในน้ำพุสันร้อนกำแพง มีสวนดอกไม้ร่มรื่น มีบ่อให้แช่น้ำร้อน และแช่เท้า ค่าธรรมเนียมบัตรผ่านประตู เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท : อาบน้ำแร่แบบตักอาบ คนละ 20 บาท : อาบน้ำแร่แบบแช่อาบ คนละ 40 บาท : อาบน้ำแร่แบบแช่รวม ชั่วโมงละ 300 บาท : เรือนพักอาบน้ำแร่ ชั่วโมงละ 200 -300 บาท : บ้านพัก มีห้องอาบน้ำแร่ในตัว 1,000-1,200 บาท / วัน เรือนรับรอง 3,500 บาท

ใกล้บริเวณน้ำพุร้อนสันกำแพง มีที่พักของเอกชนหลายแห่ง สำหรับที่พักที่ มีบ่อแช่ ออนเซนในห้องพัก เท่าที่เห็นมี "รุ่งอรุณน้ำพุร้อนรีสอร์ท" ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านสหกรณ์ (ใกล้น้ำพุร้อน) สถานที่พักสวยงามมาก มีวิวสวยๆให้ชม มีสวนให้เดินออกกำลังกาย มีน้ำแร่ให้บริการ "ออนเซน เฮลท์ สปา แอนด์ ฮอท สปริง รีสอร์ท" อยู่ก่อนถึง รุ่งอรุณไม่ไกล

แต่เรามุ่งมาที่ "บุรีลาไสย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา " จากน้ำพุร้อนเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 1 กม. ตั้งอยู่ใกล้ ๆ น้ำพุร้อนสันกำแพง บ้านพักเป็นแบบบ้านดิน มีทั้งขนาดเล็ก และใหญ่ รีสอร์ทบริเวณกว้างขวาง มีเนื้อที่ 38 ไร่ มีต้นไม้มากมาย ร่มรื่นมากๆ ความงดงามของรีสอร์ทนี้เป็นไปตามคำโฆษณาเชิญชวนของรีสอร์ทที่ว่า...เพราะเรารู้ ทุกๆคนตามหาความเป็นธรรมชาติ วันที่กลับคืนสู่ธรรมชาติ ความเป็นอยู่ที่ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่...ความสะดวกสบายอย่างพร้อมสรร ที่นี่...ความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ One of the kind,being with nature. มีอ่างแช่น้ำแร่ในห้อง เป็นน้ำร้อน ออนเซนแบบไทยๆ ภายนอก มีสระน้ำแร่ร้อนให้ลงแช่ ด้วย แต่...ในวันนั้น บุรีลาไสย์ไม่ใช่ที่สำหรับเรา ห้องพักทุกหลังเต็มหมด แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายแต่อย่างไร วันหน้ายังมี เพราะเราเที่ยวในคอนเซ็ปต์ที่ว่า ค่ำไหน นอนนั่น ไม่มีการจองที่พักล่วงหน้า มีแต่การเตรียมข้อมูลไว้ว่า...ค่ำนี้เราจะนอนที่ไหนเอย...ไม่ว่างก็ไปหาเอาใหม่

ทริปนี้...เป็นอันว่า...อด...ออนเซนแบบไทยๆ แต่ไม่เป็นไร มาเที่ยวเชียงใหม่ครั้งหน้า ค่อยมาใหม่