"กระบี่"

ต้องมา...ครั้งเดียวไม่เคยพอ
ท่องเที่ยวทั่วไทย

2. "มิสเตอร์อ่าวลึก" ...ตัวแทนกระบี่

จังหวัดกระบี่...ยังเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม ดังที่มีปรากฏให้แลเห็น มาตั้งแต่ครั้งยุคโบราณกาล คือภาพวาดเขียนสีตามผนังถ้ำ รูปภาพของมิสเตอร์อ่าวลึก ณ ถ้ำผีหัวโต ซึ่งถือว่าเป็นศิลปะแรกเริ่มอันสำคัญยิ่ง

"ท่องเที่ยวทั่วไทย" จึงย้อยรอยตามชมศิลปะ

โดยมาเริ่มต้นจากสี่แยกหน้าตลาดใต้ แถวหน้าที่ว่าการอำเภอ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1002 มีทางแยกเข้าไปสู่ทางหลวงหมายเลข 4012 ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ แล้วเลี้ยวเข้าแยกซ้ายมือไปอีกราว 2 กิโลเมตร จะถึงบ้านบ่อท่อที่อยู่ติดกับริมคลองชายป่าโกงกาง โดยเป็นต้นทางในการพายเรือคายัค ไปท่องเที่ยวยังแหล่งต่างๆ ได้แก่ ถ้ำลอดเหนือ ถ้ำลอดใต้ และถ้ำผีหัวโต โดยจะใช้เวลาพายเรือไปกลับราวๆ 2 ชั่วโมง

เราโฟกัสที่ถ้ำผีหัวโต ตามถ้อยคำของผู้ว่าฯ ทรงพล สวาสดิ์ธรรม ว่าในถ้ำมีภาพเขียนสีหัวหน้าเผ่า ที่เป็นตัวแทนการท่องเที่ยวของจังหวัด

ช่วงสายๆของวันนี้ อากาศดีทีเดียวเลยครับ ผมเดินตรงไปที่ท่าเรือ เตรียมพร้อมใส่เสื้อชูชีพ มองหาไม้พายและเรือคายัค เป็นพาหนะการท่องเที่ยว แต่ต้องหน้าแตกดังเปรี๊ยะ เมื่อถูกต้อนให้ลงเรือหัวโทงแทน ใจหนึ่งเสียดาย...วอร์มอัพมาเป็นอย่างดี อีกใจหนึ่งดีใจ...เพราะจะถ่ายภาพได้ง่าย เมื่อเรือแล่นจากท่ามาหน่อย ถึงเริ่มรู้สึกว่าคิดไม่ผิด

ตลอดแนวชายฝั่ง ของจังหวัดกระบี่ เต็มไปด้วยภูเขาหินปู ที่ตั้งตระหง่านสูงชัน สลับกับป่าชายทะเล แต่ความพิเศษทางภูมิศาสตร์ จึงเกิดถ้ำที่สวยงามหลายแห่ง ซึ่งภายในถ้ำบางแห่งนั้น มีการกล่าวขานว่าสวยงามในระดับเอเชียเลยทีเดียว

กำลังเพลิดเพลินจำเริญใจ เรือหัวโทงพามาถึง ถ้ำลอด ช่วงกำลังลอดเข้าไป เห็นหินย้อยห้อยระย้ามากมาย เล่นเอาแหงนมองซะเมื่อยคอ

เมื่อลอดพ้นไปแป๊บเดียว เรือหัวโทงหันกลับทางเดิม ด้วยเกรงจะลอดกลับไม่ทัน เนื่องจากการสัญจรด้วยเรือหัวโทง จะผ่านได้ช่วงน้ำลงเท่านั้น ส่วนเรือคายัคลอดเข้าได้ ทั้งช่วงน้ำขึ้นและน้ำลง เลยเป็นชะโงกทัวร์ซะงั้น ก็ได้แต่เก็บความเสียดาย แล้วมองอย่างโลกสวยว่าจะไปท่องเที่ยวที่ถ้ำผีหัวโตได้เร็วขึ้นก็แล้วกัน ซึ่งอยู่ใกล้ๆจากตรงนี้

ตอนเรือหัวโทงมาเทียบท่า เราก็เฮโลกันขึ้นบันไดปูน ไปรวมตัวตรงบริเวณปากถ้ำ แล้วพบกับ ไกด์น้อง - มนัสทวุฒิ ชูแสง กุลีกุจอมาอธิบาย

สวัสดีพี่ๆทุกคนครับ บริเวณนี้คือถ้ำคลังครับ ไกด์น้องทักทายเป็นเบื้องต้น แต่พวกเราทำหน้างุนงงกันใหญ่ แล้วเสียงเพื่อนคนหนึ่งแทรกขึ้นว่า ถ้ำผีหัวโตหรอก ไกด์น้องหัวเราะและทำหน้าเขินๆ เอ้ย!!! ขอโทษๆ ครับ ไม่ใช่ถ้ำคลัง เราต่างพากันหัวเราะก๊าก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นมุกให้ขำ หรือเกิดความประหม่ากันแน่ แล้วต้องมาเริ่มต้นอธิบายกันใหม่ ตรงนี้คือถ้ำผีหัวโตครับ ถ้ำคลังประเดี๋ยวค่อยไป ไกด์น้องเกริ่นจบ แต่เราหัวเราะคิกคักไม่จบ

ถ้ำผีหัวโต หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ถ้ำกะโหลกผี มีลักษณะเป็นถ้ำที่ทะลุได้สองด้าน แต่ไม่มีน้ำไหลลอดเข้าไป ภายในถ้ำมีห้องโถงกว้างขวาง มีภาพเขียนสีโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ อยู่ตามผนังถ้ำนับร้อยๆภาพ ซึ่งสันนิษฐานกันว่ามีอายุราว 2,000-3,000 ปี พร้อมกับพบกะโหลกมนุษย์ภายในถ้ำมากมาย เมื่อ พ.ศ.2479 อีกด้วย

ในอดีตเป็นถ้ำสุสาน ตอนที่เข้ามาพบถ้ำใหม่ๆ ก็เจอโครงกระดูกเต็มถ้ำเลย ในตอนนี้พวกโครงกระดูก ได้ถูกชาวบ้านเก็บเอาออกไป หรือกระทั่งมีพระธุดงค์เข้ามาทำพิธีสวดส่งวิญญาณ แล้วนำเอาออกไปฌาปนกิจ ตามอุปนิสัยมนุษย์ถ้ำโบราณ เมื่อมีคนตาย มักไม่อยู่รวมกัน จะนำศพมาไว้ในถ้ำ แล้วมีการวาดภาพไว้ เพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษ ผมคิดว่าน่าจะเป็นถ้ำหินปูน ที่มีภาพเขียนสีมากที่สุดทางภาคใต้ ไกด์น้องพูดจ้อน้ำไหลไฟดับ

แล้วก็มาเล่นตั้งคำถาม ภายในถ้ำแห่งนี้ มีภาพเขียนสีภาพหนึ่ง เป็นภาพที่สำคัญที่สุด ไม่ทราบว่ามีใครเห็นแล้วหรือยัง เรามองหาคนละทิศคนละทาง บ้างก็ให้เข้าใจผิดไปกันใหญ่ สรุปพอมีการเฉลยให้รู้ ก็อยู่เหนือศีรษะของพวกเรานั่นเอง

และนั่นคือมิสเตอร์อ่าวลึก เป็นภาพตัวอะไร มีใครบอกได้บ้างครับ พวกเราเงียบกริบ ก็ขี้เกียจตอบคำถาม ไกด์น้องก็เลยเฉลยว่า เอาเป็นว่า บางคนบอกว่าเป็นแพะ บางคนบอกว่าเป็นวัว หรือบางคนบอกว่าเป็นนก ซึ่งในสมัยก่อนนั้น ยังไม่มีศาสนา มนุษย์ถ้ำโบราณ นับถือพระอาทิตย์ พระจันทร์ หรือลมฟ้าอากาศ จนกระทั่งสัตว์นักล่า เราก็คาดกันว่า ภาพเขียนสีนี้ เป็นรูปหัวหน้าชนเผ่า หรือเทพเจ้าแห่งพิธีกรรม เขียนด้วยสีแดงไว้ที่ปากถ้ำ แฝงนัยในการปกป้อง ไม่ให้วิญญาณคนตายแล้วออกไปหลอกหลอนกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่

มนุษย์ถ้ำโบราณ เชื่อในพลังที่อยู่ตามที่สูง เมื่อเห็นเลียงผา หรือทางภาคใต้ เรียกว่า คูลำ หรือโคลำ เป็นสัตว์ที่มีกีบ ไต่ตามหน้าผาได้ ไม่มีอะไรวิ่งตามทัน วันหนึ่งอาจมีหัวหน้าเผ่าไปเจอซากหัวเลียงผา เลยนำมาสวมให้กับตัวเอง แล้วเอาหนังเสือมาห่อหุ้มตามร่างกาย เพื่อให้ตัวเองดูแตกต่างจากมนุษย์ถ้ำโบราณธรรมดาทั่วไป เหมือนกับพวกอินเดียนแดง ที่มีขนนก มีลูกปัด นำมาประดับประดาตัวเอง ก็กลายเป็นชนชั้นที่อยู่สูงขึ้น

กระทั่งอียิปต์ ก็นับถือสัตว์นักล่า ไม่ว่าสิงโต จระเข้ เหยี่ยว หรืองู อย่างมงกุฎของพระนางคลีโอพัตรา ยังได้มีรูปงูจงอาง แต่คนไทยไม่นิยมกัน เพราะผู้ชายไม่เอางูขึ้นหัว ไกด์น้องพูดจบ ก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยว่า หรือมันจะตีกัน กับที่มีอยู่แล้วคะ

ไกด์น้องไม่ตอบ พาก้าวเดินชมจุดต่อๆไป

ภาพเขียนสีภายในถ้ำ จะมีอยู่ประมาณ 3 ลักษณะใหญ่ๆ คือ 1. เป็นภาพที่มีการวาดอย่างละเอียด 2. เป็นภาพเพียงแค่ลายเส้น และ 3. เป็นภาพที่มีเครื่องประดับ อาจเป็นการแบ่งระดับชนชั้นของมนุษย์ถ้ำโบราณ ส่วนทางด้านฝั่งกระโน้น จะเป็นรูปมือและปลา แล้วมีใครสังเกตความแปลกเจอมั้ย อ้า!!! มือข้างขวามี 6 นิ้ว มือข้างซ้ายมี 5 นิ้ว และอีกไม่กี่วันหวยออก ก็ไม่ได้เป็นการชี้นำ 56 หรือ 65 วิ่งหรือโต๊ดดี เราสรวลเสเฮฮากับมุกที่ไกด์น้องมาทิ้งท้าย แล้วกล่าวอีกเล็กน้อยว่า ก็ด้วยมนุษย์จะวาดในสิ่งที่พบเห็น ผมคาดว่า...ภายในเผ่า น่าจะมีใครสักคนพิการ มีนิ้วเกินมา เป็นความแปลก ก็เลยวาดภาพเอาไว้

จากนั้นก็มาถึงบริเวณผนังถ้ำ ที่มีภาพเขียนสีที่เยอะที่สุด บางภาพเริ่มมองไม่ค่อยเห็นแล้ว โดยมีตั้งแต่รูปสัตว์ นก ปลา กุ้ง หรือรูปเครื่องไม้เครื่องมือ แล้วประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นรูปภาพลายเส้นของคน ส่วนสีที่ใช้วาดภาพมีหลายสี ได้แก่ สีแดง สีดำ สีเหลือง และสีน้ำตาล จากที่มีการศึกษามาพบว่า สีที่ใช้วาดในถ้ำต่างๆทั่วโลก ค่อนข้างมาจากวัสดุเดียวกันก็คือ พวกเปลือกไม้ เลือดสัตว์ ไขมันสัตว์ หรือพวกแร่ธาตุบางชนิด

ผนังถ้ำยาวประมาณ 40 เมตร มีเป็นภาพวาดที่ไม่ต่อเนื่อง หรือไม่มีความเชื่อมโยงกัน โดยเล่าเรื่องอยู่เฉพาะกลุ่มของภาพนั้นๆ อย่างนำเอาศพมาไว้ ก็จะวาดภาพไว้ภาพหนึ่ง แล้วที่อยู่ใกล้ๆจะเป็นพวกนก พวกปลา หรือรูปสัตว์ที่คนตายชอบ และมักสังเกตได้ว่า รูปคนภายในถ้ำนั้น นิ้วจะมีไม่ครบ 5 นิ้ว ส่วนมากเห็นมี 3 นิ้วบ้าง หรือมี 2 นิ้วบ้าง จึงมีการคาดเดาว่า น่าจะสื่อความหมายของความที่ไม่ครบ ความขาดหาย หรือความตาย

เดินขึ้นไปตรงที่เป็นเนิน ด้านบนเป็นภาพของคน สังเกตที่มือซ้าย มักมีอะไรเกาะอยู่ ถัดมาที่เป็นเส้นสีแดงเลือนๆ เป็นรูปนกฟีนิกซ์ แต่อาจไม่ได้สัดส่วน และก็มาเป็นภาพปลา หันหัวไปทางทิศใต้ ดูจากรูปร่างลักษณะแล้ว น่าจะเป็นปลากะพง โดยเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ภาพยังคมชัดให้เห็นอยู่ ขณะนี้ภาพเลือนรางมาก สาเหตุมาจากความชื้น

มาถึงตรงนี้เป็นภาพคนอีกแล้ว แต่ก็มีอยู่ด้วยกัน 2 คน คล้ายๆผู้หญิงกับผู้ชาย มีการแต่งกายที่บอกถึงว่า เป็นคนอยู่ในชนชั้นสูง แล้วที่มือซ้ายมีนกเกาะอยู่ ถัดจากตรงขาวๆนั้น มีเส้นขีด 2 เส้น เป็นแนวซิกแซ็ก ซึ่งเจอภาพอย่างนี้เยอะมาก คาดว่าเป็นเครื่องดักสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นอวน แห หรือกับดัก และมาถึงภาพที่ดูแปลกที่สุด เป็นภาพลายเส้นคน มีคล้ายๆเสา 2 เสาบนหัว แต่มีการคาดกันว่า น่าจะเป็นเครื่องประดับ ทว่าบังเอิญอาจยังวาดไม่แล้วเสร็จ และพอเดินมุ่งไปสุดผนังถ้ำทางทิศเหนือ ก็ได้เสร็จสิ้นการบรรยายภายในถ้ำ

ไกด์น้องออกตัวไว้ก่อนว่า ตำนานเรื่องราวที่เล่าให้ฟังไป จะนำอ้างอิงกับประวัติศาสตร์...ไม่ได้ หรือว่าจะนำไปทำเป็นวิทยานิพนธ์...ก็ไม่ได้

แต่ภาพเขียนสีเหล่านี้ เป็นหลักฐานสำคัญทางโบราณคดี ที่แสดงว่าเมื่อหลายพันปีมาแล้ว แถบชายฝั่งทะเลอันดามัน มีชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ดำรงชีวิตด้วยการอาศัยทรัพยากรตามชายฝั่งและในทะเล เป็นแหล่งอาหารและที่อาศัย

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า