60 พรรษา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร

วิถีอาเซียน-วิถีไทย

ป่าแก่งกระจาน

ไม่บ่อยนักที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะได้ทรงผ่อนคลายพระอิริยาบถจากการเสด็จฯไปตามที่ต่างๆ ตามที่รับสั่งว่า เป็นการไปตรวจราชการหัวเมือง เว้นเสียแต่เมื่อครั้งเสด็จฯไปจังหวัดเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ เมืองตากอากาศชั้นนำของไทยระหว่าง14-19 สิงหาคม พ.ศ.2537 ซึ่งได้ทรงใช้เวลาช่วงหนึ่งเข้าป่าแก่งกระจาน และทรงพระสำราญจากสิ่งที่ได้ทอดพระเนตรเป็นอย่างมาก ทรงใช้เวลาสั้นๆก่อนหน้านั้นในการเสด็จฯไปทรงทอดพระเนตรพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งเวลานั้นอยู่ในระหว่างการซ่อมแซมจวนจะแล้วเสร็จ หลังจากอยู่มาประมาณ 80 ปีแล้ว พระราชนิเวศน์แห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ อีมัน เพรดี้ เป็นผู้เขียนแบบ รูปทรงเรือนปั้นหยาผสมกับทางเดินต่อกันแบบมีหลังคาแนวยุโรป อำนวยการก่อสร้างโดย เจ้าพระยายามราช (ปั้น สุขุม ) ใช้ช่างจีนท้องถิ่นทำงานเพียง 9 เดือนก็แล้วเสร็จ จุดเด่นคือเป็นอาคารเสาไม้สักทอง มีเสาถึง 1,080 ต้น มีบันไดลงถึง 25 แห่ง เป็นอาคารหมู่ไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก การประกอบคล้ายแบบน็อคดาวน์ ปัจจุบันผ่านกาลเวลาซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้ง เพราะเป็นพระราชนิเวศน์ที่อยู่ใกล้น้ำทะเล เจอทั้งคลื่นลม และน้ำทะเลกัดกร่อนตลอดเวลา

วันรุ่งขึ้น ตรงกับวันที่ 15 สิงหาคม 2537 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯป่าแก่งกระจาน มีรับสั่งด้วยพระอารมณ์ขันว่า ต้องทรงเปลี่ยนมาสวมรองพระบาทคอมแบทคู่ใหม่ที่คุณชูพาสน์ซื้อมาให้แทนคู่เก่าที่ทรงเอาไปย่างเสีย 2-3ครั้งเพื่อให้แห้ง เลยทรงสวมไม่ได้ จากนั้นเสด็จขึ้นประทับรถของกรมป่าไม้ โดยมี หัวหน้าสามารถ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นไกด์นำทางและอธิบายเส้นทางที่เสด็จฯไป เนื่องจากเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่มานานถึง 14 ปี จึงชำนาญมาก

ทรงได้รับการอธิบายว่าบริเวณแถบนี้เป็นป่าสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี มีเขาพะเนินทุ่งสูง 1,207 เมตร ส่วนเขาสูงที่สุดของเทือกเขาตะนาวศรีมีชื่อแปลกๆว่า เขาบะยันนิยวงตอง ทางเหนือของเขตอุทยานอยู่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภาชี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีด้วย บริเวณใกล้กันมีโครงการพระราชดำริห้วยเพรียง ซึ่งต้องใช้ความพยายามในการอพยพกะเหรี่ยงกะหร่างที่มาตัดไม้ทำลายป่าออกไปอยู่ที่อื่น ทำให้สามารถรักษาไม้มะค่าโมงในพื้นที่เอาไว้ได้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเตรียมพระองค์ในการเดินป่าอย่างเต็มที่ด้วยการจุกยาฉุยที่รองพระบาท ทาน้ำมันมวย ทาปูนกันทาก และทดลองด้วยการเอาน้ำมันระกำไปจ่อเข้ากับทากที่มีคนจับได้ ถ้าทากวิ่งหนี แสดงว่าน้ำมันระกำใช้ได้ผล แต่แล้วเมื่อเสด็จฯ รองพระบาทคู่ใหม่ของพระองค์ก็เริ่มออกฤทธิ์ มีรับสั่งว่า รองพระบาทกัดไม่ปล่อย ทำให้ทรงเจ็บมาก แต่มีพระวิริยะพยายามพระดำเนินให้ถึงที่หมายโดยเร็ว

เจ้าหน้าที่ถวายรายงานเพิ่มเติมว่า ป่าแก่งกระจานเป็นป่าดิบแล้งมากที่สุด จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการศึกษาด้านพฤกษภูมิศาสตร์ เพราะเป็นแหล่งรวมของพรรณไม้หลากหลายภูมิภาค ทั้งจากอินเดียหิมาลัย อินโดจีน และมาเลเซีย รวมทั้งยังเป็นพื้นที่อนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมพืชประจำถิ่นที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ได้ทอดพระเนตรและศึกษาพรรณไม้นานาชนิด จนถึงแม่น้ำที่ต้องเสด็จลงเรือยางเพื่อชมทัศนียภาพ

ระหว่างทางเสวยพระกระยาหารกลางวันแบบง่ายๆกลางป่า เป็นเมนูพื้นเมืองข้าวเหนียว ไก่ย่าง รับสั่งว่ารสชาติดีมาก ใส่กล่องกระดาษอย่างดี นึกว่าพิซซ่า มาจากร้านแด๊ตดี้ ภัตตาคารใหญ่แห่งหนึ่งของเพชรบุรี หลังเสวยเสร็จเสด็จลงเรือยางข้ามไปอีกฝั่งแม่น้ำ คราวนี้ทรงเปลี่ยนรองพระบาทมาเป็นรองพระบาทยางคีบแทน เพราะทรงถูกกัดจนพอง มีทากมาเกาะพระองค์ แต่ทรงจับออกทัน ทรงพระสำราญกับการลงเล่นน้ำซึ่งเป็นภาพที่น้อยคนจะได้พบเห็น มีรับสั่งว่า แม่น้ำเพชรเป็นแม่น้ำที่ใครๆบอกว่าเป็นสิริมงคล เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเสวย เมื่อมีพิธีศักดิ์สิทธิ์ต้องใช้น้ำจากแม่น้ำแห่งนี้เสมอนอกจากได้ทอดพระเนตรต้นไม้ในป่าแปลกๆแล้ว ยังทรงพบกับหนอนหรือกิ้งกือประเภทหนึ่งที่เรียกว่า กระสุนพระอินทร์ เมื่อไปโดนเข้าจะมวนตัวเป็นก้อนกลมเหมือนกระสุนหรือเมล็ดต้นไม้

เย็นวันนั้นผู้ร่วมตามเสด็จได้มีโอกาสรับประทานส้มตำแครอทฝีพระหัตถ์ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รับสั่งว่าปรุงตามตำราของร้านแด๊ตดี้ที่ตามมาบริการมื้อเย็นกลางป่า โดยส้มตำใส่กะปิตามตำราของภาคเหนือ จากนั้นใส่มะเขือเทศ แต่ไม่ใส่ถั่วฝักยาว ทรงตำแจกจนทั่ว รับประทานกับน้ำพริก แกงป่า แกงเขียวหวาน แกงจืดฟักมะนาวดอง บาร์บีคิวปลาหมึก หมูย่าง และไข่เจียว

คืนนั้นทรงประทับแรมในเต็นท์กลางป่าแก่งกระจาน รับสั่งว่ารู้สึกสบายดี ตอนสามทุ่มเสด็จออกไปทอดพระเนตรอีเห็น 2 ตัวบนต้นมะเดื่อ ทรงฉายไฟขึ้นไปก็ไม่เห็นมันทำท่าตกใจอะไร กลับมาประทับแรมตลอดคืน ทรงบรรทมฟังเสียงฝนตกลงมาด้วย

วันรุ่งขึ้น เสด็จฯไปทรงทอดพระเนตรหมู่บ้านโป่งลึก ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีประชากรราว 160 คน เป็นชาวกะหร่าง ส่วนใหญ่ทำไร่และหาของป่า มีรายได้เฉลี่ยปีละ 3,000 บาท เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน 2535 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 144 ได้เห็นว่าหมู่บ้านโป่งลึกและบ้านบางกลอยไม่มีโรงเรียนจะเรียน จึงประสานงานให้ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบุรี เข้าไปตั้งศูนย์ส่งเสริมการศึกษาบ้านโป่งลึก มีข้าราชการจากหมวดตำรวจ ตชด.1443 ไปเป็นครูประจำนายหนึ่ง และอีกคนผลัดเปลี่ยนกันมาทุก 3 เดือน และลูกจ้างอุทยานอีก 1 คน มาช่วยสอนเด็กก่อนวัยเรียนและประถมศึกษาปีที่ 1 เริ่มสอนตั้งแต่มกราคม 2536 ขณะนี้ขอจัดตั้งเป็นโรงเรียน ตชด. มีโครงการอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กได้ทั้ง 5 วัน ผู้ว่าฯเอาหมูเหมยซานมาให้ 2 ตัว

จากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อทอดพระเนตรเขาพะเนินทุ่ง แต่ต้องเปลี่ยนกำหนดการเนื่องจากเมฆหมอกปกคลุมเต็มไปหมด จึงทรงเปลี่ยนมาทรงเรือทอดพระเนตรศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของกรมปาไม้ เสวยพระกระยาหารกลางวัน และทอดพระเนตรสไลด์มัลติวิชั่นเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นแม่น้ำเพชรบุรี และแม่น้ำปราณบุรี อยู่ในท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน อำเภอเขาย้อย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่ราว 2,915 ตารางกิโลเมตร สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรังและทุ่งหญ้า มีสัตว์ป่านานาชนิดมาหากินตามดินโป่ง มีช้างจำนวนมาก เคยพบช้าง 3-4ตัวที่เป็นช้างเผือกมีผู้น้อมเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีแหล่งน้ำตก ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวคือ จุดชมวิวทะเลหมอก ผาน้ำหยดริมแม่น้ำเพชรบุรี แต่ขณะนี้มีปัญหานอกจากการใช้สารเคมีของเกษตรกรไหลลงแม่น้ำ ยังมีการลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ด้วย ที่อุทยานแก่งกระจางยังมีสัตว์และนกหายากอยู่มาก เช่น ลิงเสน กบฑูต นกเงือก

วันที่ 17 สิงหาคม 2537 เสด็จฯไปทรงทอดพระเนตรโรงเรียนวังไกลกังวล ซึ่งก่อตั้งมาแต่พ.ศ.2481 เดิมเป็นโรงเรียนสำหรับครอบครัวเจ้าหน้าที่ของวัง เปิดทั้งชั้นประถม และมัธยม ต่อมารับบุตรหลานของชาวหัวหินทั่วไป โดยเฉพาะผู้ขาดแคลนเป็นโรงเรียนที่ใช้ดาวเทียมเป็นสื่อทางการศึกษาทางไกล ทรงพระกรุณาผัดก๋วยเตี๋ยวผัดไทยแจกแก่นักเรียน จากนั้นเสด็จฯไปทรงปลูกป่าชายเลนที่มฤคทายวัน 2 แห่ง แห่งแรกทรงปลูกโกงกางใบใหญ่ในน้ำ อีกแห่งทรงปลูกโกงกางใบใหญ่ และแสมทะเล

แต่ภาพที่น่าประทับใจที่สุดในการเสด็จฯไปเดินป่าครั้งนี้กลับเป็นภาพของการทรงใช้เวลาช่วงหนึ่งสั้นๆในระหว่างเสด็จฯไปทรงเยี่ยมอาจารย์นิออนที่บ้าน หลังจากเสวยพระกระยาหารกลางวันแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงทดลองเล่นสกูตเตอร์กับบานาน่าโบ๊ต ทรงพระสำราญเป็นอย่างยิ่ง สมกับเป็น การตากอากาศ ที่ทรงรับสั่งอย่างแท้จริง

ทว่าก็ทรงได้งานจากการเสด็จฯไปทรงทอดพระเนตรและเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ในครั้งนี้ไปด้วย โดยในวันที่ 19 สิงหาคม อันเป็นวันสุดท้ายได้เสด็จฯไปทรงเยี่ยมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อีกโครงการ โดยมีพระราชประสงค์ที่จะให้เป็นสถานที่ศึกษาวิจัยและปฏิบัติงานให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าศึกษาดูงาน พักผ่อนหย่อนใจ ตั้งอยู่ในเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการให้ประกาศเป็นเขตพระราชทานอภัยทาน ไม่ให้ผู้ใดเข้ามาฆ่าสัตว์เหล่านี้ได้

การเสด็จฯไปคราวนี้ คุณเฉลียว ช่างภาพทีวีช่อง 7 สร้างวีรกรรมเดินถอยหลังถ่ายทีวีและประสบอุบัติเหตุสะดุดท่อซิเมนต์ตกลงไปในท่อ หูฉีก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงตกพระทัย ต่อมาทรงพระกรุณาให้แพทย์และพยาบาลรีบนำส่งโรงพยาบาลเพชรบุรี

นับเป็นเส้นทางเสด็จฯ ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้ทุกรสชาติ