อาหารบำรุงสมองและสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

เก็บมาฝาก

เป็นความจริงที่ว่า ถ้าสมองของเราแจ่มใส จะคิดอะไรก็แล่นปรื๊ดแล่นปรื๊ด แต่ถ้าสมองของเรามึนๆตื้อๆแล้วละก็ คิดเรื่องง่ายก็ยังยากที่จะได้คำตอบ นั่นเพราะสมองของมนุษย์ เป็นอวัยวะที่สลับซับซ้อนและน่าอัศจรรย์ที่สุด สมองทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการควบคุมของร่างกาย โดยจะคอยสั่งการการทำงานของอวัยวะและระบบต่างๆ นอกจากนั้นยังเกี่ยวข้องกับจิตใจ อารมณ์ และบุคลิกภาพของเรา โดยเป็นแหล่งจัดเก็บความทรงจำในอดีต และความใฝ่ฝันในอนาคต ด้วยสมรรถนะชั้นเลิศนี้เอง ทำให้สมองควรได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดช่วงอายุคน เรามาดูกันดีกว่าว่า...จะต้องทำอย่างไรบ้าง

จำแม่น?ผักผลไม้ และออกกำลังกาย

เมื่อพูดถึงเรื่องอาหารและรูปแบบการดำเนินชีวิต เราพบว่า สิ่งที่ดีต่อร่างกายก็คือสิ่งที่ดีต่อสมองด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น อาหารที่ทำให้สมองแข็งแรง จึงเป็นอาหารชนิดเดียวกับกลุ่มอาหาร ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคเรื้อรัง ที่เกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน เป็นต้น อาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ จำพวกผัก ผลไม้ โฮลเกรนธัญพืชเต็มเมล็ด ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีน้อยที่สุด ไขมันดี และอาหารที่ให้โปรตีนแต่ไขมันต่ำ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า การออกกำลังกายทำให้ความจำดีขึ้น การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ และการบริโภคอาหารดังกล่าว จะส่งเสริมให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตลอด 24 ชั่วโมงของทุกวัน ที่สมองต้องทำหน้าที่หลายอย่าง ทำให้สมองต้องการแคลอรีในปริมาณสูง ซึ่งได้จากปริมาณแคลอรี ที่ร่างกายเผาผลาญทั้งหมด ในช่วงพักผ่อนของแต่ละวัน เพื่อนำไปเสริมสร้างพลัง ในการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย สมองของคนเราต้องการแคลอรีดังกล่าวถึงหนึ่งในสี่เพื่อนำไปเสริมสร้างพลัง ในการทำงานให้แก่สมอง

แหล่งพลังงานโปรดของสมอง...กลูโคส

กลูโคส น้ำตาลรูปแบบหนึ่งที่ไหลเวียนในเลือด ที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดี มีแหล่งกำเนิดมาจากการย่อย ของอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ถึงแม้ว่าสมองจะสามารถใช้แหล่งพลังงาน จากสารอาหารอื่นๆได้ เช่น ไขมัน หากมีความจำเป็นกลูโคสก็ยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักของสมอง การมีกลูโคสในเลือดในปริมาณที่เหมาะสม มีความสำคัญต่อการเสริมสร้างพลังงานให้แก่สมอง สังเกตได้จากการที่เรารู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือเวียนศีรษะ หากต้องทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่มีอาหารตกถึงท้อง เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดตกฮวบลงอย่างรวดเร็ว จะส่งผลกระทบทำให้สมอง ไม่สามารถคิดอย่างมีประสิทธิภาพได้

ขาดไม่ได้?คาร์โบไฮเดรต

คาร์โบไฮเดรตมีบทบาทสำคัญในการทำให้สมองทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่คาร์ไบไฮเดรตที่กล่าวถึงนี้ ต้องเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดดีเท่านั้น ผลไม้ ผัก ธัญพืชโฮลเกรน ถั่ว และน้ำตาลธรรมชาติในผลิตภัณฑ์นม เป็นแหล่งคาร์ไบไฮเดรตที่ดียิ่ง สำหรับร่างกายและจิตใจ ขนมหวานและลูกกวาด จัดเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตด้วยเช่นกัน แต่อุดมด้วยแคลอรีและไขมัน โดยไม่มีวิตามิน เกลือแร่ และสารอาหารอื่นๆจากพืช ดังนั้น ขนมหวานและลูกกวาด จึงไม่ใช่อาหารที่ดีที่สุดสำหรับการเสริมสร้างร่างกายและจิตใจ ให้มีสุขภาพที่แข็งแรงดี

ไขมันและกรดไขมัน DHA?ถั่วและปลา

ไขมันเป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 70 โดยน้ำหนักของสมอง เซลล์ประสาท และเซลล์ที่ล้อมอยู่รอบๆ ล้วนถูกหุ้มด้วยปลอกที่เป็นไขมัน ดังนั้น ร่างกายของเราจึงต้องการไขมันดี เพื่อทำให้โครงสร้างของสมองแข็งแรง ทั้งนี้มีหลักฐานบ่งชี้ว่า กรดไขมันโครงสร้างเฉพาะ ได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า-3 เป็นสิ่งจำเป็นในการเสริมสร้างสมองให้แข็งแรง กรดไขมันในกลุ่มนี้ชนิดหนึ่ง คือ ดีเอชเอ (DHA: Docosahexaenoic Acid) เป็นกรดไขมันที่มีมากที่สุดในสมอง ร่างกายของเราไม่สามารถสร้างกรดไขมันชนิดนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริโภคเนื้อปลาและอาหารเสริมพวกน้ำมันปลา ซึ่งเป็นแหล่งที่ให้ดีเอชเอที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง นอกจากไขมันดีที่พบในปลาและน้ำมันปลาแล้ว ถั่วยังเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงสมองให้แข็งแรง เพราะถั่วอุดมด้วยไขมันไม่อิ่มตัวและมีวิตามินอี ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

รับ-ส่งสัญญาณ...โปรตีนจากอาหาร

นอกจากนี้ โปรตีนจากอาหารยังเป็นอีกปัจจัย ที่มีบทบาทเสริมสร้างสมองให้มีสุขภาพแข็งแรง เนื่องจากกรดอะมิโนที่ได้จากโปรตีน จะถูกนำไปใช้สร้างสารสื่อประสาท ซึ่งเป็นสารเคมีพิเศษที่เซลล์สมองใช้ในการรับและส่งสัญญาณต่างๆ โปรตีนจากอาหารประกอบด้วยโปรตีนจากพืช ได้แก่ ถั่วชนิดต่างๆอย่างถั่วเหลือง ถั่วลันเตา และถั่วเมล็ดแบน และโปรตีนจากสัตว์ เช่น อาหารทะเล เป็ด ไก่ เนื้อไร้มัน และผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ

ต้านอนุมูลอิสระ...ผักสีสันสดใส

สำหรับผักและผลไม้ นอกจากจะให้คาร์โบไฮเดรตในปริมาณสูง ตามที่สมองต้องการแล้ว ยังเป็นแหล่งที่อุดมด้วยวิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งดีต่อสุขภาพของสมองเป็นอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่น กรดโฟลิกที่เป็นวิตามินบีชนิดหนึ่ง ต้องมีปริมาณมากเพียงพอ เพื่อช่วยให้การทำงานของสมองมีประสิทธิภาพ โดยกรดโฟลิกพบมากในผักใบเขียว อาทิ ผักขม ซึ่งก็อุดมไปด้วยสารลูทีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและเป็นเม็ดสี ที่ทำให้ผักขมมีสีเขียวสดใส เม็ดสีที่ทำให้ผักและผลไม้มีสีสวยสดใส ล้วนมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระทั้งสิ้น ดังนั้น การบริโภคผักและผลไม้ จึงช่วยลดผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ จากอนุมูลอิสระต่อสมอง ทำให้สมองมีสุขภาพดี นอกจากนี้สารต้านอนุมูลอิสระ ยังพบในสมุนไพรและเครื่องเทศ การบริโภคเครื่องเทศ มีผลต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของสมอง เป็นหัวข้อที่มีการศึกษาวิจัยอย่างแพร่หลายในขณะนี้

ลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม...บริโภคแบบเมดิเตอร์เรเนียน

การบริโภคอาหารที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นรูปแบบของการบริโภคที่สอดคล้องกับ "การบริโภคแบบเมดิเตอร์เรเนียน" ที่เน้นการรับประทานผัก ผลไม้ อาหารทะเล ธัญพืชแบบโฮลเกรน ถั่ว ไขมันดีหรือไขมันเพื่อสุขภาพ และเครื่องปรุงรสในปริมาณมาก อีกเหตุผลหนึ่งที่อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน มีส่วนช่วยเรื่องสุขภาพสมอง นั่นเป็นเพราะอาหารรูปแบบนี้ ช่วยควบคุมน้ำหนักตัว ความดันโลหิต และปริมาณโคเลสเตอรอล ให้อยู่ในระดับที่ปกติ การมีน้ำหนักเกินมาตรฐานและโรคอ้วน ที่พบในประชากรวัยกลางคน จะก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงขึ้น ต่อการเป็นโรคสมองเสื่อม ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าว จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามค่าของความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้น และระดับโคเลสเตอรอลในเส้นเลือดที่สูงขึ้น เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปสู่อดีตได้ แต่หากเราออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นหลักประกันในเบื้องต้นได้ว่า เราจะมีสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น ควรบริโภคอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างพอเพียง จะทำให้เรามีสุขภาพดี มีอายุยืนยาว และมีสมองสุขภาพดี

เรามักได้ยินคำว่า "ระบบภูมิคุ้มกัน" อยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง หรือระบบภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง แต่จริงๆแล้วเรามีความเข้าใจกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกันมากน้อยแค่ไหน ระบบภูมิคุ้มกันจะทำหน้าที่เหมือนกองทัพ ที่คอยดูแลและปกป้องร่างกายของเรา ให้รอดพ้นจากการบุกรุกจากภายนอก คล้ายๆกับกองทหารที่เข้าประจำการ และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีตามต้องการ นอกจากนี้ระบบภูมิคุ้มกัน ยังดูแลสุขภาพของคนเรา โดยทำหน้าที่ตรวจสอบ การบุกรุกของเชื้อโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รวมไปถึงปรสิตที่เป็นบ่อเกิดของโรคภัยต่างๆ และพร้อมที่จะปราบปรามเชื้อโรคดังกล่าวทันที ที่ได้รับสัญญาณจากร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันของเรามีความซับซ้อนอย่างมาก มีการป้องกันหลากหลายประเภท ในรูปของโปรตีน เซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำหน้าที่ป้องกันโรค และความเจ็บป่วยต่างๆ ให้เราโดยอัตโนมัติ เมื่อร่างกายได้รับการบุกรุกจากเชื้อโรค

จะรู้ได้อย่างไรว่า "ภูมิคุ้มกัน" เริ่มปฏิบัติการแล้ว

นอกจากผิวหนัง ซึ่งเป็นหนึ่งในร่างกายของคนเรา ที่ช่วยป้องกันการรุกรานของ
เชื้อแบคทีเรียแล้ว ร่างกายของคนเรายังมีอาวุธ ป้องกันอื่นๆอีกหลากหลายชนิด ถ้าร่างกายได้รับบาดเจ็บ ระบบภูมิคุ้มกันจะส่งสัญญาณเตือนภัย ในรูปของการเกิดอาการอักเสบ ที่มีลักษณะร้อน ปวด และบวมแดง ซึ่งเป็นผลจากการที่เลือดไหล ไปยังบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บมากขึ้น ในระหว่างการบำบัดรักษา โดยธรรมชาติภายในร่างกายเอง นอกจากนี้ร่างกายของคนเรา ยังสามารถสร้างโปรตีนและเซลล์พิเศษทุกชนิด ซึ่งจะทำงานเสมือนอาวุธ สำหรับต่อสู้กับความเจ็บป่วยต่างๆ รวมถึงเซลล์เม็ดเลือดขาวหลายประเภท ซึ่งล้วนแต่มีการทำงานที่แตกต่างกันไป เซลล์เม็ดเลือดขาวบางชนิด จะทำหน้าที่เขมือบหรือกลืนสิ่งแปลกปลอมบางชนิด ที่มาจากภายนอกร่างกาย ทำหน้าที่ค้นหาเชื้อไวรัส และมีอีกหลายชนิดที่ผลิตสารประกอบทางเคมี ที่มีประสิทธิภาพในการทำลายปรสิต รวมถึงเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่ทำหน้าที่ผลิตโปรตีนพิเศษ เรียกว่า แอนตี้บอดี้ (Antibody) ทำหน้าที่ตรวจหาและกำจัดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย

อาหารแบบไหน ที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเรา

การรับประทานอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการ มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดี หากเรารับประทานอาหาร อย่างถูกหลักโภชนาการ และดูแลสุขภาพอย่างดี เราก็จะมีโอกาสเจ็บป่วยได้น้อยมาก นั่นหมายความว่า เราจะลดความจำเป็น ในการเรียกใช้ระบบภูมิคุ้มกันของเรา แล้วอาหารแบบไหนกันล่ะ ที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีอย่างถูกหลักโภชนาการ เรื่องง่ายๆที่เรามักมองข้าม หรือไม่ก็เป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว แต่มักถูกละเลย อาหารเหล่านั้น ก็คือ ผักและผลไม้หลากสี ร่วมด้วยโปรตีนสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสม และที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ โปรไบโอติกส์ (Probiotics) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของแบคทีเรียสุขภาพ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์แบคทีเรียที่มีชีวิต เมื่อรับประทานเสริมเข้าไปในร่างกาย ในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะก่อให้เกิดผลดีต่อระบบย่อยอาหารในร่างกาย

ผลไม้และผักหลากหลายสี จะให้สารไฟโตนิวเทรียนท์ที่มีปริมาณสูง โดยเป็นสารประกอบธรรมชาติ ที่พบในอาหารจำพวกพืชทุกชนิด มีคุณสมบัติในการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ภายในเซลล์ในร่างกายของคนเรา จะมีการรวมตัวของออกซิเจน กับสารอื่นอยู่ทุกวัน ซึ่งกระบวนการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของระบบการเผาผลาญภายในร่างกาย หากไม่มีออกซิเจน เราก็ไม่สามารถสกัดพลังงานออกจากอาหารได้ แต่ในขณะเดียวกันออกซิเจนก็มีข้อเสีย เหมือนกับที่เราเห็นเหล็กเกิดสนิม หรือเห็นแอปเปิ้ลที่ฝานเป็นชิ้นๆ กลายเป็นสีน้ำตาล นั่นเป็นเพราะปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น ซึ่งเป็นการรวมตัวของออกซิเจนกับสารอื่นๆ การเกิดอนุมูลอิสระที่ไม่มีการตรวจสอบหรือควบคุม อาจมีผลให้เซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายถูกทำลายได้ กลายเป็นการเกิดสภาวะ Oxidative Stress คือการเกิดอนุมูลอิสระมากมาย จนสารต้านอนุมูลอิสระมีไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการลดทอนสมรรถนะของร่างกาย ในการต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ ดังนั้น การมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก จะช่วยลดการเกิดสภาวะ oxidative stress และช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พืชอาหารทุกชนิด ได้แก่ ผลไม้ ผัก ธัญพืชประเภทโฮลเกรน (Whole Grain) ถั่ว สมุนไพร และเครื่องเทศ เป็นแหล่งสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ อาหารพืชแต่ละชนิด มีสารประกอบจากพืชธรรมชาติ ดังนั้น เราจึงควรบริโภคอาหารพืชหลากหลายประเภท ซึ่งจะทำให้เราได้รับประโยชน์จากสารไฟโตนิวเทรียนท์ในธรรมชาติหลากชนิด

สารแอนตี้บอดี้ (Antibody) โปรตีนชนิดพิเศษ ที่ผลิตโดยเซลล์เม็ดเลือดขาว เพื่อทำหน้าที่คุ้มกันร่างกายของเรา การบริโภคอาหารที่มีโปรตีน ในปริมาณที่มากพอต่อความต้องการของร่างกาย จะทำให้สามารถผลิตสารแอนตี้บอดี้ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ร่างกายของคนเรา ยังต้องการโปรตีนสุขภาพที่ไม่ติดมัน หรือที่เรียกว่า ลีนโปรตีน (Lean Protein) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของร่างกาย สำหรับนำไปใช้สร้างแอนตี้บอดี้สำคัญๆ ได้แก่ ปลา สัตว์น้ำชนิดมีเปลือก อาทิ หอย กุ้ง ปู หมู เนื้อไม่ติดมัน อาหารที่ทำจากถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ อย่ามองข้ามความสำคัญของระบบย่อยอาหาร

การดูแลระบบย่อยอาหารให้มีสุขภาพดี จะช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เพราะระบบย่อยอาหารเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย จำนวนหลายล้านล้านล้านตัว ที่จะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้มีสุขภาพดี แบคทีเรียบางชนิดจะช่วยย่อยไฟเบอร์ ในอาหารที่เรารับประทาน บางชนิด จะทำหน้าที่ดูดก๊าซออกจากลำไส้ บางชนิดจะสร้างวิตามิน อาทิ วิตามินเค วิตามินบี 12 ให้แก่ร่างกาย ระบบการทำงานด้านต่างๆ ในร่างกายของคนเรา ที่อัดแน่นด้วยแบคทีเรียเพื่อสุขภาพ จะทำหน้าที่คัดกรองแบคทีเรียชนิดร้าย ออกจากระบบย่อย อาหารหมัก หรือผ่านการเพาะเชื้อจุลินทรีย์ อาทิ โยเกิร์ต กิมจิ และถั่วเหลืองหมัก ล้วนแต่เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียชนิดดี และสามารถนำมาบริโภค เป็นอาหารชนิดหนึ่ง ภายใต้โปรแกรมการบริโภคอาหาร ที่ถูกตามหลักโภชนาการ

เห็นมั้ยคะว่า การบริโภคอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ เป็นการวางรากฐาน สู่การมีสุขภาพดี ระบบภูมิคุ้มกันของคนเรา ต้องการสารอาหารที่ดีที่สุด เพื่อช่วยปกป้องร่างกาย ให้พ้นจากการรุกรานของเชื้อโรคต่างๆ จากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ควรมาสร้างกองทัพร่างกายอันแข็งแกร่ง ให้กับระบบภูมิคุ้มกันของเรา ด้วยการบริโภคอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ เริ่มกันตั้งแต่วันนี้ได้เลย

หากท่านใดมีความสนใจ หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม เชิญที่ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด หรือโทร.0-2660-1700 ได้เลยค่ะ