"ไส้อั่วไหลบัว" สร้างรายได้

น้ำพักน้ำแรง
ช่างภาพ: 

บัวเป็นพืชที่สามารถรับประทานได้ทุกส่วน ตามตำราสมุนไพรไทย ไหลบัวเป็นยาเย็นรสจืด สรรพคุณช่วยแก้อ่อนเพลียและบำรุงหัวใจ มีเส้นใยอาหารมาก ช่วยในการขับถ่าย แก้อาการท้องผูก

ด้วยประโยชน์ของ "บัว" ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัญชลินทร์ สิงห์คำ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ผู้รับผิดชอบโครงการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงคิดทำผลิตภัณฑ์อาหารจากบัว เป็นสินค้าตัวใหม่ สร้างรายได้ให้กับกลุ่มสตรีชุมชนหมู่ 6 ตำบลหลัก จังหวัดปทุมธานี

"...ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีการคัดเลือกหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้น โดยทางกระทรวงได้จัดสรรงบประมาณให้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ในการเข้าบริการวิชาการให้กับหมู่บ้านที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งกลุ่มสตรีชุมชนหมู่ 6 ตำบลหลักหก เป็นหนึ่งในหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้รับการคัดเลือก

เนื่องจากจังหวัดปทุมธานีมี "บัว" เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด ควรนำวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นมาทำผลิตภัณฑ์อาหารสร้างรายได้และอาชีพ เพื่อให้กลุ่มแม่บ้านมีรายได้เพิ่มเติม จึงคิดค้นสูตรอาหารจากบัว เช่น ไส้อั่วจากไหลบัว น้ำพริกตาแดงจากรากบัว น้ำพริกเผาจากเม็ดบัว และเบเกอรี่ ออกจำหน่ายตามงาน OTOP งานกาชาดประจำจังหวัดปทุมธานี โดยจากการประเมินทุก 3 เดือน ทำให้ทราบว่าแต่ละครั้งที่ออกหน้าร้านได้ผลตอบรับจากตลาดดีมาก นอกจากนี้กลุ่มสตรีชุมชนหมู่ 6 ยังได้รับการเสนอให้เป็น "หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" ได้นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาของชุมชนและเผยแพร่ให้ชุมชนใกล้เคียงต่อไป...

...ความแตกต่างระหว่าง "ไหลบัว" หรือ "หลดบัว" กับ "สายบัว" อธิบายได้ว่า "ไหลบัว" เป็นส่วนของหน่อบัว ที่งอกออกมาและจะเจริญไปเป็นลำต้นใหม่ต่อไป มีลักษณะเป็นก้านยาวๆ สีขาวนวล แข็ง กดไม่ยุบ ต่างจาก "สายบัว" ซึ่งเป็นก้านของดอกบัว ต้องลอกเปลือกที่เป็นสีน้ำตาลอมเขียวอ่อนๆออก ก่อนจะนำไปปรุงอาหาร เมื่อนำไปผัดหรือต้มแล้วสายบัวจะนิ่ม...."

ณัฐชยา เหลืองบัณฑิต ประธานกลุ่มสตรีชุมชนหมู่ 6 ตำบลหลักหก เล่าว่า...สมาชิกในกลุ่มมีประมาณ 20 คน เข้าอบรมพัฒนาอาชีพกับอาจารย์ และได้นำความรู้ที่ได้มาต่อยอด ซึ่งอาจารย์ได้ให้ความรู้ และช่วยในการคิดค้นสูตรอาหารจากบัว ในการนำส่วนต่างๆของบัวมาเป็นส่วนผสมหลัก ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่ เป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค อาทิ การจำหน่ายไส้อั่วไหลบัว ราคากิโลกรัมละ 350 บาท

ฉวีวรรณ งามแท้ อายุ 48 ปี มีอาชีพหลัก คือ นวดแผนไทยตามชุมชน มีรายได้ครั้งละ 300 บาท เมื่อเข้าอบรมกับอาจารย์และเพื่อนกลุ่มสตรีแล้ว หลังจากที่ว่างจากการทำงานหลักก็จะมารวมกลุ่มช่วยกันทำผลิตภัณฑ์อาหารจำหน่าย เป็นรายได้เสริมของตนเอง

สูตร "ไส้อั่วไหลบัว" ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัญชลินทร์ สิงห์คำ มีส่วนผสมเครื่องแกงไส้อั่ว คือ พริกแห้ง 10 กรัม ข่าหั่น 25 กรัม ขมิ้นหั่น 25 กรัม ตะไคร้ซอย 50กรัม หอมแดง 50 กรัม กระเทียม 25 กรัม รากผักชี 25 กรัม กะปิ 5 กรัม เนื้อหมูบด 1 กิโลกรัม ไส้หมู 300 กรัม ใบมะกรูด 50 กรัม ผักชีซอย ต้นหอม ไหลบัวซอย 200 กรัม วิธีทำ เริ่มจากโขลกรากผักชี และกระเทียมให้ละเอียด แล้วใส่พริก และเกลือ โขลกจนละเอียด (แช่พริกในน้ำเปล่าให้เปลือกนิ่มแล้วจึงนำมาโขลก ถ้าไม่ต้องการให้ไส้อั่วมีรสเผ็ดให้นำเมล็ดออกใช้แต่เปลือก จะช่วยให้รสเผ็ดน้อยล) จากนั้นใส่หอมแดง ข่า ขมิ้น ตะไคร้ โขลกจนละเอียด แล้วจะได้เครื่องแกงไส้อั่ว ให้ใส่กะปิผสมจนเครื่องแกงเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำเครื่องแกงไส้อั่ว ไปคลุกเคล้ากับเนื้อหมูบดให้เข้ากัน ใส่เครื่องปรุงรสตามชอบ แล้วจึงใส่ใบมะกรูดซอย ต้นหอมซอย คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน

ต่อมานำไส้หมูมาล้างให้สะอาด โดยใส่น้ำลงในไส้ แล้วกลับด้านในออกมาด้านนอก นำไปแช่น้ำใส่เกลือประมาณ 10 นาที แล้วกลับด้านนอกออกเหมือนเดิม จากนั้นนำเชือกมัดด้านใดด้านหนึ่งของไส้ให้แน่น นำส่วนผสมไส้อั่วที่คลุกเคล้าแล้วใส่ลงในไส้หมู ต้องไม่แน่นและหลวมจนเกินไป เมื่อใส่ส่วนผสมจนเต็มไส้ให้มัดปากไส้ แล้วนำไส้อั่วที่ได้ไปนึ่ง ก่อนทอด หรือย่าง โดยการทอดต้องตั้งน้ำมันให้ร้อน นำไส้อั่วลงไปทอด จนสุกทั่วกัน นำไส้อั่วขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ไส้อั่วไหลบัวสามารถเก็บไว้ในช่องแช่แข็งได้ประมาณหนึ่งเดือน