หลักการดูแลสุขภาพสตรี

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

ในทางการแพทย์แผนไทย รวมทั้งการแพทย์ตะวันออก เชื่อว่าการมีประจำเดือน คือการขับเลือดเสียที่คั่งค้าง ออกจากร่างกาย ซึ่งเลือดจะต้องมีการไหลเวียนที่ดี ไม่มีการคั่งค้าง เพราะถ้ามีการคั่งค้างหรือผิดปกติ จะมีผลต่อสุขภาพของผู้หญิง ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆตามมา จึงต้องให้ความสำคัญ กับความสมดุลของธาตุในร่างกาย

การมีประจำเดือนและการคลอดลูกของผู้หญิง จำเป็นต้องใช้การทำงานของธาตุไฟ ดังนั้น ยาสตรีส่วนใหญ่ มักเป็นตำรับยาที่เข้าสมุนไพรรสร้อน รสสุขุม ส่วนน้ำเย็น ของที่เย็น หรือสมุนไพรรสเย็น จึงเป็นของแสลงของผู้หญิง ในขณะที่มีประจำเดือน รวมไปถึงระยะก่อนและหลังคลอด แต่ถ้าธาตุไฟในร่างกายมากเกินไป ก็จะไปมีผลต่อธาตุลมก่อนเป็นอันดับแรก ต่อเนื่องไปยังสู่ธาตุดิน ธาตุน้ำ ทำให้เกิดความผิดปกติ จนอาจทำให้เกิดภาวะมีประจำเดือนมากเกินไป ในการรู้จักรสและคุณสมบัติของยาสมุนไพร จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการดูแลสุขภาพสตรี ซึ่งคนสมัยก่อนมีความรู้กันเป็นอย่างดี และให้ความสำคัญอย่างมาก

วัฒนธรรมของคนในสมัยก่อน จะมีการอบ "โจลมะลบ" เมื่อได้มีประจำเดือนครั้งแรก โดยการใช้สมุนไพรทาตัวให้กับลูกสาวที่มีประจำเดือนในครั้งแรก เชื่อว่าจะทำให้ลูกสาวไม่เครียด ไม่หวาดกลัวการมีประจำเดือน เพราะถ้ามีความกลัว ความเครียด จะทำให้มีการปวดประจำเดือน ในชีวิตหญิงสาวภายภาคหน้าได้ โดยที่ตำรับยาสมุนไพรทาตัวนั้น คือให้นำไพล ขมิ้น เปราะหอม ใบเล็บครุฑ และผิวมะกรูด ตำผสมรวมกันแล้วทาตัว

ประจำเดือนมามาก เชื่อว่าเกิดจากการที่ร่างกาย มีธาตุไฟมากเกินไป มีผลต่อธาตุลมให้กำเริบขึ้น ทำลายธาตุน้ำและธาตุดิน จึงเกิดประจำเดือนมามากกว่าปกติ โดยมีอาการประจำเดือนมาก และมีความร้อนกว่าปกติ ใบหน้าซีด อ่อนเพลีย ตาพร่า มึนงง หิวน้ำมากกว่าปกติ รู้สึกร้อนวูบวาบ เกิดอารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ สิ่งที่ควรงด คือ การที่อยู่ในสภาพแวดล้อม ที่มีความร้อนสูง กินอาหารที่ร้อนจัด การมีเพศสัมพันธ์ การเดินทางที่ใช้เวลายาวนาน การทำงานหนักหักโหม มีความเครียด การกินอาการที่มีรสจัด สิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ อยู่ในที่ที่ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี กินอาหารรสเย็น หวาน ฝาด ที่สำคัญมีประจำเดือนมากเกินไป ในระยะเวลาที่นานเกินควร ควรไปพบแพทย์ ด้วยอาจเกิดการเสียเลือด จนเป็นอันตราย

ตำรับยา

  1. นำใบทับทิม 7 ใบ กับข้าวสารกล้อง 7 เม็ด ตำเข้ากันดี กินวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็นก่อนอาหาร ในเวลา 1 เดือน เป็นทั้งยารักษาและป้องกัน
  2. นำก้านสะเดาสด 30 ก้าน พับทบแล้วใช้ตอกมัด 3 เปลาะ ต้มน้ำประมาณ 3 แก้ว เคี่ยวให้เหลือ 3 ถ้วยชา กินครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3 ครั้ง โดยกิน 1 ถ้วยให้แก้มัด 1 เปลาะ
  3. นำไมยราบ 1 กำมือ พันด้วยด้ายสีดำ 3 เปลาะ (แทน พุทธัง ธรรมมัง สังฆัง) ต้มดื่ม ประมาณ 2-3 วัน ยาจะค่อยๆปรับสมดุลภายในให้ดีขึ้น

ประจำเดือนมาน้อย ประจำเดือนขาด ประจำเดือนไม่ปกติ มีสาเหตุมาจากธาตุไฟ ธาตุลมที่น้อยและผิดปกติ ในช่วงมีประจำเดือน โดยจะมีอาการตามตัวบวม มีอาการเย็นที่แขนขา หนาวใน ปวดเมื่อย เซื่องซึม ปวดหัว ท้องอืด หัวใจอาจเต้นช้า เล็บซีด ความดันต่ำ อ่อนเพลีย มึนงง สิ่งที่ควรงด คือ อาหารที่เย็น หวาน ฝาด การดื่มน้ำเย็น การอยู่ในห้องแอร์ ที่นานเกินไป หรือการอาบน้ำเย็น โดยเฉพาะหลังการมีเพศสัมพันธ์ สิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ รับประทานอาหาร ที่มีคุณสมบัติเผ็ดร้อน ออกกำลังกาย รับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่อย่างเพียงพอ และรับประทานยาสมุนไพรในตำรับดังต่อไปนี้

  • นำรากเจตมูลเพลิงแดง 1-2 กรัม ต้มกับน้ำ 2 ถ้วย (200-250 มิลลิลิตร) รับประทานครั้งละ 1/4 ถ้วย จะช่วยขับประจำเดือน
  • ยอจิ้มเกลือ ตำส้มตำ หรือยอกวนกับพริกไทย ตามตำรับกุลกา
  • นำยอดไผ่ป่าหรือไผ่สีสุก ต้มน้ำ 3 เอา 1 กินครั้งละครึ่งแก้ว ก่อนอาหารวันละ 2-3 ครั้ง
  • นำแก่นขี้เหล็ก แก่นฝาง อย่างละ 1 กำมือ ต้มกับน้ำพอท่วมยา ประมาณ 10 นาที กินครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 ครั้ง

และหากท่านใดที่มีความสนใจ เชิญเข้าเยี่ยมชม ณ ศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชน ด้านการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือสามารถติดต่อสอบถามในเรื่องราวข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ณ มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โทร.0-3721-1289