เก็บตก unseen เชียงใหม่

ท่องเที่ยวไป ใจเปี่ยมสุข

ตอน 4 ไปชิมขาหมูสุดอร่อยถึงดอยสะเก็ด

ไปเที่ยวเชียงใหม่ทุกครั้ง เมื่อผ่านลำพูนก่อนเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ จะเห็นป้ายบอกทางไปดอยสะเก็ด ผู้เขียนได้แต่หมายมั่นไว้ในใจว่า วันหนึ่งต้องลองไปเที่ยวดอยสะเก็ดสักครั้ง

อำเภอดอยสะเก็ด เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด และเป็นอำเภอที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจในลำดับต้นๆของจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นเส้นทางสำคัญที่ผ่านจากจังหวัดเชียงใหม่ไปยังจังหวัดเชียงราย

เมื่อจะไปเก็บตก unseen เชียงใหม่ในครั้งนี้ จึงต้องทำการบ้านล่วงหน้าว่า ที่ดอยสะเก็ดมีอะไรน่าสนใจบ้าง ปรากฏว่า พอคีย์คำว่าดอยสะเก็ดไป จะขึ้นเรื่องราวเกี่ยวกับร้านขาหมูไส้กรอกเยอรมัน G&M มากมายที่ล้วนบรรยายถึงความอร่อย และราคาที่ไม่แพงเลย ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของอำเภอดอยสะเก็ด มีอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ห่างจากตัวเมืองดอยสะเก็ดประมาณ20กิโลเมตร สองข้างทางเป็นป่า ที่อุทยานมีที่ให้กางเต็นท์พักแรมด้วย ตัวอุทยานจะอยู่ระหว่าง กม.ที่ 33-34 สังเกตได้ง่ายมากเพราะอยู่ติดกับถนน

วัดพระธาตุดอยสะเก็ด ตั้งอยู่ที่ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด มีทางให้รถขับขึ้นไปได้ วัดพระธาตุดอยสะเก็ด เป็นวัดที่สร้างมาช้านาน ตั้งแต่ พ.ศ.2155 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2461 ตามตำนานได้บันทึกประวัติวัดพระธาตุดอยสะเก็ดไว้ว่า ภูเขาแห่งนี้เดิมเรียกว่า "ดอยเส้นเกศ" มีผู้สันนิษฐานว่า คำว่า "ดอยเส้นเกศ" ในภายหลังได้เพี้ยนมาเป็น "ดอยสะเก็ด" ส่วนอีกตำนานหนึ่งกล่าวไว้ว่า พญานาคได้สละเกล็ด จำแลงกายเป็นมนุษย์ จึงเรียกว่า "ดอยสละเกล็ด" และได้เพี้ยนมาเป็น "ดอยสะเก็ด" ดอยแห่งนี้ได้มีพุทธศาสนิกชนขึ้นมานมัสการเจดีย์หิน อันเป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุมากขึ้น จึงได้ก่อเจดีย์ปูนเสริมให้ใหญ่ และมั่นคงกว่าเดิม ต่อมาได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า "ครูบาเก๋" จากอำเภอเมืองน่าน มาสร้างวิหารและบูรณะเจดีย์ พร้อมทั้งสถาปนาขึ้นเป็นวัด เรียกว่า "วัดพระธาตุดอยสะเก็ด" เมื่อมีชาวบ้านอาศัยอยู่ในเขตเชิงดอย และบริเวณใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก ทางราชการจึงได้จัดตั้งขึ้นเป็นอำเภอ โดยใช้ชื่อว่า "อำเภอดอยสะเก็ด" ตามภาษาเรียกของชาวบ้าน ตั้งแต่ พ.ศ.2445 เป็นต้นมา จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ผู้เขียน ออกจากรีสอร์ท ริมน้ำปิงในอำเภอดอยหล่อ ตั้งแต่เก้าโมงกว่า ขับรถไปตามทางหลวงสายรองแล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 106 ไปจนถึงอำเภอสารภี จังหวัดลำพูน ที่สองข้างทางยังคงมีต้นยางสูงเรียงขนานนับร้อยต้น ต้นยางเหล่านี้ไม่ใช่ต้นยางพารา ที่นำมาผลิตน้ำยางเหมือนที่ปลูกกันในภาคใต้หรือภาคตะวันออก หากเป็น "ต้นยางนา" ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เป็นไม้สงวนประเภท ข เล่ากันว่า...ต้นยางเหล่านี้เริ่มต้นปลูกอย่างจริงจัง เมื่อ พ.ศ.2465 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการปลูกต้นยางสมัยนั้นจะเกณฑ์ชาวบ้านที่ยากจนไม่มีเงินเสียภาษีให้รัฐ และชาวบ้านที่ไม่อยากจะเป็นทหาร ให้มาปลูกต้นยาง เริ่มตั้งแต่บ้านหนองหอยจนมาถึงแดนเมือง โดยจะให้ชาวบ้านรับผิดชอบดูแลรดน้ำต้นยางคนละประมาณ 4-5 ต้น ถ้าหากพบว่าต้นยางที่ตนรับผิดชอบตายก็จะต้องนำต้นยางมาปลูกใหม่ จากวันนั้นถึงวันนี้ชุมชนคนสารภีได้ทำการอนุรักษ์ต้นยางนาไม่ให้ถูกทำลายตัดโค่น ให้น้อยลงไปกว่านี้ รวมทั้งได้รวมตัวกันต่อต้านโครงการขยายถนน "สายเชียงใหม่-ลำพูน" สายใหม่ ทำให้ ต้นยางนา ยังคงเป็นเอกลักษณ์คู่ถนนสายนี้ตลอดมาร่วมร้อยกว่าปีแล้ว อันเป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ของอำเภอสารภีที่ไม่มีที่ใดเหมือน บ้านเรือน ร้านค้าที่ซ่อนตัวอยู่หลังแนวกำแพงต้นยางยังคงเสน่ห์แห่งเมืองเก่าเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ตึกสูง อาคารสมัยใหม่มีผุดขึ้นแทรกน้อยมาก ต้นยางที่ปลูกเรียงรายสองฟากถนนจากสารภีมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ ตลอดระยะทางประมาณ 10 กว่ากิโลเมตรกว่าหนึ่งพันต้น ล้วนผ่านวันเวลาและเหตุการณ์ต่างๆมามากมาย และทุกวันที่ 1 มกราคม ของทุกปี ทางอำเภอสารภีได้จัดให้มีพิธีสืบชะตา และบวชต้นยางนา ตลอดเส้นทางสายเชียงใหม่-ลำพูน เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไว้ซึ่งต้นไม้เก่าแก่ที่คงคุณค่า ในด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และด้านจิตใจของคนที่ผูกพันกับต้นยางนา

ผ่านเส้นทางสาย ลำพูน-เชียงใหม่ ที่มีต้นยางนาให้ร่มเงาสวยงามด้วยความปีติ เปี่ยมสุขร่วมกับชาวสารภีที่ยืนหยัดรักษาเอกลักษณ์แห่งถนนสายนี้ไว้ได้

ตัวเมืองเชียงใหม่...รออยู่ข้างหน้า แต่เราไม่เข้าตัวเมือง ใช้เส้นทางสาย 121 ตัดมุ่งสู่อำเภอสันทราย และใช้เส้นทางสาย 118 มุ่งตรงสู่เป้าหมายในวันนี้...เราจะไปชิมขาหมูที่ดอยสะเก็ดกัน

ร้าน G&M German Sausage ตั้งอยู่ที่ วัดม่วงโตน ร้านนี้ได้ชื่อว่าหายากมากกก...แห่งหนึ่ง ดูแผนที่แล้วยังงง!!! จึงไปตั้งหลักที่วัดพระธาตุดอยสะเก็ดก่อน ตลอดทางทั้งโทรศัพท์ถามเส้นทางจากทางร้านและแวะถามเจ้าถิ่นที่อยู่ริมทางว่า วัดม่วงโตนไปทางไหน งงไปงงมา ผ่านวัด ผ่านทุ่งนาหลายแห่ง จนถึงวัดถาวรรังษี หรือวัดม่วงโตน ร้าน G&M German Sausage ตั้งอยู่ข้างหน้า เลี้ยวซ้ายเข้ามาหาที่ฝั่งตลาด ซึ่งก็อยู่หน้าร้านพอดี มาถึงก่อน 11.00 น. มีรถจอดเกือบจะเต็มลานแล้ว เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า วันนี้เป็นวันอาทิตย์จะมีบุฟเฟ่ต์เฉพาะวันอาทิตย์วันเดียว ราคาหัวละ 200 บาท เริ่มตั้งแต่ประมาณ 10 โมงเช้า มิน่าผู้คนถึงหลั่งไหลมามากขนาดนี้แต่เช้า โชคดีที่เราไปถึงเร็ว หากไปถึงเที่ยงอาจจะหาที่นั่งไม่ได้

เมื่อหาที่นั่งด้านในได้แล้ว ลองเดินสำรวจร้าน กลางห้องมีโต๊ะวางอาหารพวกไส้กรอกหลากหลายชนิด ทั้งไส้กรอกเนื้อ ไส้กรอกหมู ล้วนเป็นสูตรเยอรมนีทั้งสิ้น เพราะเจ้าของร้านเป็นชาวเยอรมันแท้ๆ จากประกาศนียบัตรที่ติดไว้ภายในร้าน บ่งบอกว่า Mr.Gunter จบหลักสูตรการปรุงอาหารจากเนื้อโดยตรง

สลัด สปาเกตตี ตักเองได้ไม่อั้น มีซุ้มส้มตำ ซึ่งจะมีมะละกอ และเครื่องปรุงส้มตำครบครัน ให้คุณตำเอง อยากได้รสไหนปรุงกันเองได้เต็มที่ นั่งรอสักพักจะมีพนักงานเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ เริ่มต้นจากพระเอกของทางร้านก่อนเลย คือขาหมูเยอรมัน มาพร้อมผักดองและมันบด หากยังไม่อิ่ม สั่งเพิ่มอีกได้ มีน้ำจิ้มแจ่วให้ทานกับขาหมูแก้เลี่ยนด้วย รวมทั้งซอสมะเขือเทศ ซอสพริก หรือน้ำจิ้มซีฟู้ดก็มีให้เลือก ขาหมูหนังกรอบมาก รสชาติดีมากๆ กรอบนอกนุ่มใน สมกับเป็นอาหารขึ้นชื่อของทางร้าน จากนั้นสเต๊กหมู พริกไทยดำ ก็ตามมาติดๆอีกจาน น่ากินมากมาย เนื้อสเต๊กนุ่ม ไม่แข็ง รสชาติดี อีกอย่างที่อร่อยมาก คือผัดสปาเกตตีเส้นเหนียวนุ่ม...เป็นอีกเมนูหนึ่งที่ขอแนะนำ

คุ้มค่าจริงๆ ราคาเพียงแค่หัวละ 200 บาท ราคานี้รวมน้ำผลไม้ น้ำส้ม น้ำสตรอว์เบอร์รี่ น้ำองุ่น ชา กาแฟ และไอศกรีม บุฟเฟ่ต์มีเฉพาะมื้อกลางวัน ตั้งแต่ 11.00 -15.00 น. วันอาทิตย์วันเดียวเท่านั้น ส่วนวันอื่นๆ เป็นราคาตามเมนู สำหรับผู้ที่ติดใจไส้กรอก ทางร้านมีจำหน่าย สามารถซื้อนำกลับไปเป็นของฝากได้ มีหลายประเภทให้เลือกเยอะมากๆ

แต่อย่างไรก็ตาม สินค้าของ G&M German Sausage สามารถพบเห็นและเลือกซื้อได้ ที่ริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต ทุกสาขาทั่วเชียงใหม่ หากคุณอยู่ไกลจากทางร้านหรืออยู่ต่างจังหวัด สามารถสั่งซื้อสินค้าของ G&M Sausage ได้ผ่านทางโทรศัพท์ สามารถตกลงเงื่อนไขต่างๆได้กับทางร้าน สินค้า G&M German Sausage สามารถเก็บได้ในตู้เย็นได้ประมาณหนึ่งเดือน และสินค้าทุกตัวไม่มีสารกันบูด และสารเคมีอื่นๆเจือปน

เนื่องจาก G&M German Sausage สาขาใหญ่ (วัดม่วงโตน อำเภอดอยสะเก็ด) ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างไปลำบาก G&M German Sausage จึงได้ขยายสาขามาที่ในตัวเมือง ที่ไปมาสะดวกอีกสาขาหนึ่ง อยู่หลังบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า สี่แยกศาลเด็ก เชียงใหม่

การที่ร้านนี้หายากมากๆ ได้กลายเป็นจุดเด่นของทางร้านไปอย่างไม่น่าเชื่อ กลายเป็นต้องหาลายแทงไปแสวงหาชิมดู แต่ขอการันตีว่า...คุ้มค่า


ใครที่ไปไม่ถูกก็โทร.ไปสอบถามกับทางร้านได้ที่ โทร.0-5384-0531

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า