ราชมงคล...รักษ์ "เหลืองจันทร์"

ท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ถ้าเดินทางผ่านมาตามเส้นพลวง จะเห็นมีการขายกล้วยไม้ข้างๆถนน ก่อนนั้นเก็บมาขายเป็นจำนวนมาก โดยมีการซื้อขายกันเป็นกิโลกรัม ขณะนี้กล้วยไม้เริ่มหมดไปจากป่า ทางด้านป่าไม้เอง...ได้เข้มงวดยิ่งขึ้น ทำให้ชาวบ้านเข้าไปเก็บไม่ได้

นั่นคือปมปัญหา ที่ผมได้ยินระหว่างเดินทาง

สภาพพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เป็นที่ราบและที่ราบเชิงเขา ประชากรส่วนใหญ่ พากันประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำสวนผลไม้และยางพารา ส่วนพื้นที่ที่เป็นป่าดิบชื้น กลายเป็นแหล่งพันธุกรรม ของกล้วยไม้หลากหลายชนิด บางชนิดก็ได้เป็นที่นิยม ในกลุ่มผู้คนที่ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ เช่น เหลืองจันทบูร หวายแดงจันทบูร เอื้องดอกมะเขือ มัจฉานุ

ประกอบกับอาชีพของชาวจันทบุรี ที่มักจะปลูกไม้ผล คือ เงาะ-ทุเรียน ซึ่งในสวนที่มีความชุ่มชื้นพอเหมาะ แล้วอยู่ใกล้แหล่งพันธุ์กล้วยไม้ตามธรรมชาติ ทำให้กล้วยไม้พื้นเมืองในหลายชนิด กระจายพันธุ์เจริญงอกงาม อยู่ภายในสวนไม้ผลได้เป็นอย่างดี แต่จากที่สภาวะราคาผลไม้ในบางปีตกต่ำ ทำให้ชาวสวนผลไม้บางรายตัดโค่นต้นผลไม้ เพื่อปลูกไม้ผลหรือพืชอื่นๆทดแทน ซึ่งก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้กล้วยไม้พื้นเมือง กำลังเจริญแพร่กระจาย อยู่ในสวนผลไม้ ได้ถูกทำลายไปด้วย ปริมาณกล้วยไม้ในธรรมชาติ จึงลดลงไปอีกทางหนึ่ง กระทั่งทำให้กล้วยไม้พื้นเมืองบางชนิด ถึงขั้นสูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ หรืออยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์

ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงทำการอนุรักษ์กล้วยไม้พื้นเมืองจันทบุรี พร้อมจัดทำโครงการอนุรักษ์สายพันธุ์กล้วยไม้พื้นเมืองจันทบุรี และที่สำคัญเป็นโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

โดยมีจุดประสงค์ของการอนุรักษ์ที่สำคัญ คือ รวบรวมชนิดพันธุ์กล้วยไม้พื้นเมืองจันทบุรี ขณะที่อีกด้านก็มีการเพาะขยายพันธุ์ เพิ่มปริมาณกล้วยไม้พื้นเมืองบางชนิด เพื่อที่ว่าในอนาคต จะกลับคืนไปสู่ป่าธรรมชาติ พร้อมกับได้มีการปลูกจิตสำนึก ให้กับประชาชนและชาวบ้าน ได้เห็นความสำคัญและคุณค่า ในกล้วยไม้พื้นเมืองอีกด้วย

เรามาถึง...คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการเกษตร สาขาเทคโนโลยีการผลิตพืชและภูมิทัศน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ก็เพื่อแฝงตัวเที่ยวเชิงเกษตร ที่เกี่ยวกับกล้วยไม้พื้นเมืองอย่าง... "เหลืองจันทบูร"

อาจารย์พรพนิต ศศิวัฒน์ชุติกุล หรือ อาจารย์อ้อย อินโทรถึงกล้วยไม้เหลืองจันทบูร ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dendrobium friedericksianum Rchb.f. โดยเป็นกล้วยไม้สกุล Dendrobium หรืออยู่ในวงศ์ Epidendroideae

เหลืองจันทบูร กล้วยไม้พื้นเมือง ทางภาคตะวันออก พบเห็นได้ทั่วไปในป่า แถบจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด จัดเป็นกล้วยไม้สกุลหวาย

อาจารย์อ้อย...กล่าวพรางนำชมของจริงเลย

"นี่ค่ะ...เหลืองจันทบูร ที่เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย กอขนาดใหญ่ห้อยลงสู่พื้น มีรูปทรงแบบ Sympodial ลำเจริญทางด้านข้าง รูปทรงกระบอก โคนลำคอด ส่วนปลายเรียว ยาวประมาณ 40-70 เซนติเมตร แต่ลำที่ยาวที่สุด เท่าที่เคยพบมายาว 140 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร มีผิวแห้ง มีร่องตื้นตามยาว รูปร่างใบเป็นรูปหอก ขนาดประมาณ 8-10 x 2.0-2.5 เซนติเมตร แผ่นใบค่อนข้างบางแต่เหนียว เรียงตัวสลับกันไปเกือบตลอดทั้งลำ และก็มักทิ้งใบในช่วงที่มีดอก ส่วนดอกออกเป็นช่อ ในช่อละ 3-6 ดอก จะเกิดใกล้ปลายลำ ในลักษณะเป็นช่อสั้น ตำแหน่งที่เกิดช่อดอก มักจะไม่เกิดช่อดอกในปีต่อไป

...ดอกมีสีเหลืองสดใส มีผิวมันคล้ายเคลือบด้วยพลาสติก เมื่อดอกบานในครั้งแรก จะมีสีเหลืองอ่อน คล้ายๆกับดอกโศก แล้วค่อยๆมีสีที่เข้มขึ้น บางต้นอาจมีสีเหลืองเข้มแบบสีจำปา ดอกกว้างประมาณ 4.5 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงและกลีบดอกเป็นรูปรี กลีบปากรูปหัวใจ หรือเกือบกลม ซึ่งมีสีเดียวกับกลีบดอก บางต้นอาจจะมีแต้มสีแดงเลือดหมู หรือน้ำตาลแดงสองแต้ม แต้มมีตั้งแต่เป็นขีดเล็กๆ 2-3 ขีด ไปจนถึงเป็นแต้มขนาดใหญ่มาชนกัน จนดูเหมือนเป็นแต้มเดียวรอบคอ และดอกจะบานทน ซึ่งจะออกดอกกันปีละครั้ง ในช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม หรืออาจจะออกดอกนอกฤดูกาลก็ได้ แต่ดอกจะไม่ดกเหมือนในช่วงฤดู"

ไงล่ะ...วิชาการเต็มๆ ผมหันไปกระซิบกับเพื่อน

แล้วผมก็กลับไปบอกกับอาจารย์อีกว่า "เมื่อวานนี้ก็ได้ไป 'งานจันทบุรี รักษ์เหลืองจันท์ วันดอกไม้บาน' ที่มีการกำหนดไว้ในปฏิทินท่องเที่ยว ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งผมก็เห็นมีเหลืองจันทบูรมากมาย ว่าแต่มีสายพันธุ์อะไรบ้างครับ"

อาจารย์ตอบทันทีว่า "อ้อ!!!ไปที่งานมาเหรอค่ะ นี่เสร็จจากการอธิบาย ก็กำลังจะไปตัดสินที่งานเหมือนกัน ก็เหลืองจันทบูร ที่ดอกสีเหลืองๆ กลีบบิด โดยทั่วไปมีอยู่ด้วยกัน 3 อย่างค่ะ คือ เหลืองปลอด...มีสีเหลืองล้วนๆ ไม่มีจุดสีน้ำตาลหรือสีดำ ส่วนเหลืองจุดตาเดียว...มีจุดที่ติดกันรูปหัวใจ และเหลืองจุดสองตา...มีจุดแยกสีน้ำตาลที่ชัดเจน" แล้วผมก็ถามถึงเกณฑ์การประกวด ซึ่งอาจารย์ก็ตอบกลับมาว่า "ด้วยเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด ในการประกวดวันแรก จะประกวดเหลืองจันทบูรอย่างเดียว ส่วนรายละเอียดในการประกวด ก็อย่างเช่นเป็นไม้ช่อแรก หรือเป็นไม้คุณภาพเชิงวิชาการ ที่ปรับปรุงสายพันธุ์ให้ดอกใหญ่ ก็เอามาเป็นส่วนประกอบ ในการประกวดอีกด้วย แต่หลักๆมีแค่ 3 ตัว คือ ปลอด จุดตาเดียว และจุดสองตา"

สาว ททท. ถามถึงการปลูกเหลืองจันทบูร ด้วยเคยได้รับการแจกจ่ายมา ซึ่งอาจารย์อ้อยได้ให้ความรู้เพิ่มเติม ว่าเริ่มต้นเลยทีเดียว เมื่อเลือกพ่อแม่ที่สวยงาม แล้วนำมาผสมพันธุ์ จนกระทั่งได้ฝักมา ก็นำเมล็ดมาเลี้ยงในขวด ที่มีวุ้นเป็นอาหาร เมื่อเติบโตได้ที่ นำออกมาจากขวด มาล้างอย่างเบามือ แบบไม่ให้มีวุ้นติดราก เพื่อที่จะไม่ให้เกิดเชื้อรา

จากนั้นก็นำมาอนุบาล ในกระถางนิ้วหรือกระถางเจี๊ยบ พร้อมกับใส่วัสดุการปลูก หลังจากปลูกไปสักปีหนึ่ง มีความสูงประมาณ 3 เซนติเมตร นำมาลงในกระถาง 3 นิ้ว โดยไม่ปลูกด้วยแกนไม้ เพราะจะเติบโตได้ช้ามาก จึงเลี้ยงในกระถางไปก่อน แล้วค่อยนำไปเกาะแกนไม้ เมื่อระยะเวลาอีก 1 ปีต่อมา จะมีการแตกก่อ ก็ค่อยใส่ปุ๋ยที่สูตรตัวหน้าสูง เพื่อบำรุงต้นบำรุงใบ แล้วพอเมื่อออกดอก ควรใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ สำหรับต้นที่เกาะแกนไม้ อาจจะนำผ้าขาวบางห่อปุ๋ย แล้วก็นำมาห้อยไว้ข้างๆต้น พร้อมกับคอยให้น้ำสม่ำเสมอ หากต้นที่กำลังขาดน้ำ ก็ให้สังเกตไปที่ลำต้น คือ ลำต้นจะแฟบๆไม่ตึง และเมื่อได้น้ำมากพอ ต้นก็อวบขึ้นมาเอง

อย่าลืมนะ เลี้ยงให้โตก่อน แล้วค่อยไปเกาะแกน อาจารย์กำชับกับน้อง ททท. ซึ่งก็มีเสียงใสตอบรับกลับทันควันว่า กลับไปรีบใส่กระถางเลยค่ะ

แล้วก็มีน้องนักข่าวคนสวย ได้ย้อนถามถึงการผสมพันธุ์กล้วยไม้ อาจารย์ก็ช่างใจดีให้การอธิบายว่า "การผสมพันธุ์กล้วยไม้ ที่สามารถทำกันได้เอง คือ นำเกสรตัวผู้ ที่อยู่ตรงฝาครอบ ใส่ลงในแอ่งเกสรตัวเมีย ที่อยู่ใต้ลงไปอีกหน่อย พร้อมกับนำป้ายมาติดเอาไว้ ประมาณสักหนึ่งอาทิตย์ ดอกที่ได้รับการผสม จะเหี่ยวก่อนเลย จากนั้นด้านหลังท้อง เริ่มอูมหรือป่องออกมา แล้วกลายเป็นฝัก ฝักก็มีอายุเท่ากับคนเลย คือ ต้องเลี้ยงไป 9 เดือน ถึงฝักจะแก่ตัว แต่ถ้านำไปเลี้ยงในวุ้น ก็จะเลี้ยงเพียง 7 เดือน โดยเก็บฝักก่อนที่จะแตก ซึ่งในฝักหนึ่งมีเป็นแสนๆเมล็ด นั่นเป็นการผสมตัวเอง และก็มีผสมข้ามกันด้วย ซึ่งขึ้นกับจุดประสงค์ผู้ปลูก"

อาจารย์อธิบายให้ความรู้มากมาย มิหนำซ้ำยังพาไปตามโรงเรือน ที่มีการอนุบาลกล้วยไม้ในช่วงวัยต่างๆ จนกระทั่งพามาถึงที่โรงเรือนหนึ่ง ซึ่งมีแต่ต้นกล้ากล้วยไม้ในวัยที่น่ารัก จึงมีการใจดีแจกจ่ายให้กับพวกเรา ได้นำไปลองปลูกกันที่บ้าน

แต่ก็มีเพื่อนบางคน สนใจพวกผักปลอดสาร

ซึ่งทางคณะฯ ก็ได้ปลูกผักเอาไว้หลายอย่าง

ก็แนวผักสลัด ที่อาจารย์โกยให้มาจากแปลง

แม้ผมยืนดูอยู่ห่างๆ ยังได้รับผักจากอาจารย์

จะว่าไป...การแจกจ่ายกล้วยไม้ เป็นวิธีการดำเนินงาน หรือเป็นกิจกรรมหนึ่ง ของโครงการอนุรักษ์สายพันธุ์กล้วยไม้พื้นเมืองจันทบุรี เพื่อเป็นการคืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ โดยนำกล้วยไม้ที่ได้จากการเพาะเลี้ยง ซึ่งขนาดต้นที่โตพอ แก่การเจริญเติบโตในธรรมชาติ นำกลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ หรือป่าชุมชน กระทั่งให้กับวัด โรงเรียน หรือสถานที่ราชการ ที่มีสภาพแวดล้อมอันเหมาะสม เพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนกล้วยไม้ ในธรรมชาติให้มากขึ้น