นุ่งผ้าทอไทย อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

เส้นไหม ใยฝ้าย
ช่างภาพ: 

ไปเห็นผ้าฝ้ายทอมือหลากหลายที่วางขายในตลาดเมืองพระนครศรีอยุธยา หวนให้ระลึกถึงเรื่องราวตามประวัติศาสตร์การซื้อหาและนุ่งห่มผ้าไทย จากโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โครงการสารานุกรมไทยฯ สนามเสือป่า ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ กล่าวไว้ว่า...ประมาณ พ.ศ.1893 - 2310 การใช้ผ้าในสมัยกรุงศรีอยุธยาระยะแรกๆ คงคล้ายกับสมัยสุโขทัย คือใช้ผ้าที่ทอได้ในประเทศ และที่ซื้อจากจีนและอินเดีย ต่อมาระยะหลัง เมื่อมีการค้ากับชาวยุโรป จึงนิยมผ้าจากยุโรปอีกด้วย

จากตำนานวังเก่า ในประชุมพงศาวดารภาคที่ 63 ทำให้ทราบว่า กรุงศรีอยุธยามีแหล่งขายผ้าต่างๆหลายแห่ง กล่าวได้ว่า เป็นตลาดจำหน่ายผ้าที่ใหญ่มาก ดังความว่า "...บ้านป่าชมภูขายผ้าชมภูคาดราดตคตหนังไก่ ผ้าชมภูเลว ผ้าดิบเลว ย่านป่าไหม ป่าเหล็กฟากถนนซีกหนึ่งขายไหมครุย ไหมฟั่น ไหมเบญจพรรณ ย่านป่าฟูกขายแต่ฟูกแลหมอนเมาะ ย่านทุ่นหมากก็ว่า เสื้อเขียว เสื้อขาว เสื้อจีบเอว เสื้อฉีกอก เสื้อกรอมหัว กางเกงเขียว กางเกงขาว ล่วมสักหลาด ล่วมเลว ถุงหมากสักหลาดปักทองประดับกระจก ถุงหมากเลว ถุงยาสูบปักทองประดับกระจก ถงุยาสูบ ผ้าลายต่างกันสำหรับทิ้งทาน ซองพลูสักหลาดปักทอง ประดับกระจก ซองพลูเลวสักหลาดเขียวแดงแล้วรับผ้าแขกจากวัดแก้วฟ้า วัดลอดช่องมาใส่ร้านขาย...ป่าหน้าพระกาล มีร้านชำขายหัวไนโครงไนปั่นฝ้าย นอกจากนี้มี...ย่านป่าผ้าเหลือง ย่านจวนคลังทำหีบฝ้ายขาย ย่านป่าต้องขายฝ้าย"

ย่านทั้งหมดดังกล่าวเป็นแหล่งที่ขายผ้า และของที่เกี่ยวเนื่องกับผ้า จะเห็นว่า มีทั้งผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าแพร ผ้าสองปัก หรือสมปัก เชิงปูม ผ้าปู และผ้าจวน ขายเส้นด้าย และอุปกรณ์การปั่นด้าย แสดงให้เห็นว่า มีการทอผ้ากันมาก นอกจากนี้ยังรู้จักเย็บเสื้อหลายแบบ ทั้งเสื้อจีบเอว เสื้อสวมหัว เสื้อผ่าด้านหน้า ที่เรียกกันครั้งนั้นว่า เสื้อฉีกอก รู้จักเย็บกางเกง และนิยมนุ่งกางเกงด้วย ส่วนของใช้อื่น เช่น ถุงหมาก ถุงยาสูบ ซองพลู ก็ทราบว่า ประดิษฐ์จากผ้าสักหลาดเป็นส่วนมาก และตกแต่งให้สวยงาม ด้วยการปักไหมทอง หรือดิ้นทอง แล้วประดับกระจก ซึ่งน่าจะคล้ายกับถุงต่างๆที่ส่งมาจากอินเดียในปัจจุบัน

สถานที่ขายผ้าในกรุงศรีอยุธยา ยังมีอีกย่านหนึ่ง เรียกว่า ย่านฉะไกรใหญ่ ขายผ้าสุหรัด และผ้าขาว ที่วัดลอดช่องก็มีพวกแขกจามทอผ้าไหม กับผ้าด้ายขาย ย่านวัดขุนพรหมเขียนผ้าพิมพ์ แสดงว่าผ้าพิมพ์นั้น ภายในกรุงศรีอยุธยาก็มีทำที่ย่านวัดขุนพรหมด้วย นอกจากนี้ยังมีผ้าทอจากหัวเมืองมาขาย เช่น จากโคราช มีผ้าตาราง นอกจากนี้ยังมีผ้าสายบัว ผ้าขาวม้าแดง ซึ่งเมืองลพบุรี ส่งเป็นส่วย (ของที่เรียกเก็บจากพื้นเมืองจำนวนหนึ่ง ส่งเป็นภาคหลวง ตามวิธีเรียกเก็บภาษีอากร ในสมัยโบราณ)

ในการนำผ้ามาใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มนั้น คนไทยมีความเชื่อในเรื่องสีด้วย ซึ่งมาจากการเชื่อถือเรื่อง เทวดาสัปตเคราะห์ หรือแม่ซื้อ 7 องค์ แต่ละองค์มีสีกายแตกต่างกันไป ซึ่งก็คือสีประจำวันทั้งเจ็ดนั่นเอง นั่นคือ วันอาทิตย์สวมเสื้อผ้าสีแดง วันจันทร์สวมสีขาวนวล วันอังคารสวมสีชมพู วันพุธสวมสีเขียว วันพฤหัสบดีสวมสีเหลืองอ่อน วันศุกร์สวมสีฟ้าอ่อน และวันเสาร์สวมสีดำ คนโบราณกำหนดวันนุ่งผ้าใหม่เป็นแบบข้างขึ้นข้างแรม เช่น ขึ้น 4 6 9 ค่ำ ตัดผ้า เย็บผ้า นุ่งผ้าใหม่ดี จะได้ลาภ แรม 4 11 ค่ำ ตัดผ้า เย็บผ้า นุ่งผ้าใหม่ดี มีลาภ เป็นต้น