ตำนานข้าวแช่ปากลัด

โน้ตบุ๊ค

ในช่วงฤดูร้อนนี้ หลายคนที่พบกันและอาจทักทายกันว่า "ปีนี้รับประทานข้าวแช่หรือยัง?" แม้เทศกาลสงกรานต์จะล่วงเลยไปหลายวันแล้ว แต่กลิ่นอายก็ยังไม่จางหายไปมากนัก นอกจากการเล่นน้ำสงกรานต์แล้ว ก็ยังมีเรื่องของขนมและอาหารประจำเทศกาลสงกรานต์ที่ "บันนี่" ได้แนะนำขนมกาละแมไปแล้ว ในปักษ์นี้ จึงใคร่ขอพาไปรู้จักกับ "ข้าวแช่" ของชาวมอญปากลัดกันบ้าง

"ข้าวแช่" ในประเพณีของชาวมอญเรียกว่า "การส่งข้าวสงกรานต์" เป็นประเพณีที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาวมอญ ที่คาดว่าคงจะได้อิทธิพลมาจากตำนานสงกรานต์ที่เล่าสืบต่อกันมาว่า ตั้งแต่อดีต มีเศรษฐีคนหนึ่งได้นำเครื่องสังเวยไปบวงสรวงเทวดาที่ต้นไทร เพื่อขอบุตร ชาวมอญจึงปฏิบัติต่อมาโดยนำข้าวใส่หม้อดิน และกับข้าวใส่ในกระทงใบตอง คล้ายกับการเซ่นเจ้าหรือบูชาเทวดา การส่งข้าวสงกรานต์ของมอญปากลัดจะกระทำโดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยมีบ้านหนึ่งจะรับหน้าที่หุงข้าวสงกรานต์ ส่วนกับข้าวอื่นๆ คนในหมู่บ้านจะแบ่งหน้าที่กันไปทำด้วยความสมัครใจ เพราะถือเป็นงานบุญใหญ่ ถ้าไม่สามารถออกค่าใช้จ่ายได้เองหมด ก็จะลงขันบอกบุญกันตามบ้าน แล้วนำข้าวปลาอาหารที่เตรียมไว้รวมกันที่บ้านงาน

บ้านที่รับหน้าที่ส่งข้าวสงกรานต์จะปลูกศาลเรียกว่า "บ้านสงกรานต์" เพื่อถวายข้าวสงกรานต์ต่อท้าวมหาสงกรานต์ คล้ายกับศาลเพียงตา ประดับด้วยทางมะพร้าวกับธง

การหุงข้าวสงกรานต์ในสมัยโบราณนั้น ต้องนำข้าวมาซ้อมให้ขาว เก็บกากข้าวและสิ่งสกปรกออกให้หมด แล้วนำไปซาวถึง 7 ครั้ง จากนั้นจึงนำไปหุงเป็นข้าวสวย แต่ให้แข็งกว่าเล็กน้อย แล้วนำมาแช่ในน้ำเย็นเพื่อไม่ให้ข้าวเกาะตัวกัน แล้วจึงต้มน้ำอีกหม้อทิ้งไว้ให้เย็น โรยด้วยดอกมะลิแล้วนำน้ำความมะลิใส่ลงไปในข้าวที่หุงไว้และนำไปใส่ในหม้อดิน ส่วนกับข้าว ส่วนมากจะเป็นอาหารเค็ม เช่น ผัดหัวผักกาดเค็มกับกะทิ กระเทียมดองผัดไข่ กะปิชุบไข่ทอด ปลาแห้งผัด เนื้อเค็มผัดหวาน ยำถั่วฝักยาว ยำมะม่วง หรือยำขนุนอ่อน ส่วนของหวานมักจะเป็นถั่วดำต้มน้ำตาล และผลไม้ที่นิยม ได้แก่กล้วยหักมุกและแตงโม เมื่อเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จัดใส่ลงในกระทงบนถาด โดยต้องจัดไว้ให้เสร็จก่อนเวลาประมาณ 07.00 น. ผู้ส่งข้าวนิยมใช้สาวๆ แต่ต้องนำข้าวสงกรานต์หรือข้าวแช่และกับข้าวที่เตรียมไว้ไปบูชาท้าวมหาสงกรานต์เสียก่อน ซึ่งปลูกเป็นศาลเพียงตา มีเสาสี่ต้นตกแต่งด้วยทางมะพร้าวและใบมะพร้าว ประดับธงเล็กๆสีขาว เหลือง แดง เขียว ฯลฯ ศาลเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องบูชา จากนั้นนำไปส่งตามวัดต่างๆ เพื่อให้พระฉันก่อนออกบิณฑบาต หรือลงศาลารับการทำบุญจากชาวบ้าน และห้ามรดน้ำสาวในเขตบริเวณวัด เพื่อมิให้น้ำที่รดผ่านผ้านุ่งของสตรีตกต้องธรณีสงฆ์ แต่หลังจากส่งข้าวสงกรานต์ที่วัดแล้วค่อยรดน้ำได้ ไม่ผิดประเพณีแต่อย่างใด

สำหรับข้าวสงกรานต์หรือข้าวแช่นั้นต้องใช้ข้าวเปลือก 7 กำใหญ่ ตำเป็นข้าวสาร ฝัดรำทิ้ง 7 หน ก่อนจะหุงข้าว ต้องซาวน้ำล้าง 7 ครั้ง ครั้นเป็นข้าวสวยแล้วต้องนำมาล้างอีก 7 หน จึงนำไปแช่น้ำสะอาดที่อบร่ำด้วยดอกมะลิ ตามที่กล่าวไปแล้ว

แม้การทำข้าวแช่ในปัจจุบันจะลัดขั้นตอน แต่หลายคนก็ยังคงรักษาสูตรโบราณไว้ให้คนรุ่นลูกหลานได้รับประทานของอร่อยประจำเทศกาลสงกรานต์ และนับเป็นอาหารประจำฤดูกาลได้อย่างน่าชื่นใจไม่รู้ลืม