"มาไดเอ็ทคลายร้อนกัน" (1)

คุยข้างครัว

"ร้อน...ร้อน...ร้อน บ่นไปก็เท่านั้น อากาศช่วงนี้ร้อนมาก ไม่เฉพาะร้อนแต่อากาศอย่างเดียว มันร้อนไปหมดทุกอย่าง ไม่ว่าร้อนใจ ร้อนเงิน หรือรีบร้อน เพราะอีกไม่นานเทศกาลใช้เงินและความวุ่นวายก็จะเข้ามาถึงคือเทศกาลเปิดเทอม ใครที่ไม่มีลูกหลานเรียนหนังสือก็ยังดีหน่อย แต่การจลาจรเดินทางก็จะเริ่มลำบาก ขึ้นรถก็จะติดมากเหมือนเดิม บ่นไปก็เท่านั้น

มาดูเรื่องของเรากันดีกว่าค่ะ อากาศร้อนๆแบบนี้เรามาไดเอ็ทคลายร้อน พร้อมกับล้างพิษขจัดโรคกันดีกว่า จะได้ช่วยดับร้อน ผ่อนกระหาย คลายเครียด แถมเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย ถ้าดูในปัจจุบันนี้เราจะมีชีวิตที่ผูกพันโดยวัตถุ เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมีความสะดวกสบายมาก แต่ที่เห็นได้ชัดคือเราเริ่มห่างไกลธรรมชาติมากขึ้น สิ่งของและสิ่งแวดล้อมที่สร้างขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกสบายต่างมีโทษและแฝงด้วยพิษภัยอยู่ภายใน ทั้งสารพิษจากวัสดุก่อสร้างที่ทำให้เราเกิดภูมิแพ้ โรคผิวหนัง ซึ่งล้วนเกิดจากสารสังเคราะห์ทั้งสิ้น นอกจากสารเหล่านี้ยังมีสารพิษและของเสียที่เกิดขึ้นเองในร่างกาย เนื่องจากความเครียดและความกดดันทางสังคมด้วย สารพิษเหล่านี้ขัดขวางการทำงานของระบบหมุนเวียนโลหิตและระบบภายในร่างกายตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ อัตราการป่วยกลับเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่การแพทย์มีวิวัฒนาการมากขึ้น เมื่อร่างกายเสื่อมถอย ประสิทธิภาพของระบบเผาผลาญในร่างกายลดลง จนเกิดไขมันสะสมเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะรับประทานอาหารเพียงนิดเดียวก็อ้วนได้ อีกทั้งการรับประทานผลิตภัณฑ์แปรรูปเป็นประจำ ยังก่อให้เกิดสารพิษสะสม

ถึงรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้จะทำร้ายร่างกาย แต่เราก็ยิ่งสร้างสิ่งของที่มีสารดังกล่าวเป็นส่วนประกอบอย่างต่อเนื่อง หลักการแพทย์แผนตะวันออกถือว่าความสมดุลย์ เป็นเรื่องสำคัญที่สุดของธรรมชาติ จึงถือว่าวิกฤตเพราะไม่มีวิธีใดช่วยคนในยุคปัจจุบันที่ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพที่ขัดกับธรรมชาติ ร่างกายและจิตใจไม่สมดุลย์กัน เพราะห่างไกลธรรมชาติ ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ น้ำหนักเกิน ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการธรรมชาติ โดยใช้ผักผลไม้ และวัตถุดิบจากธรรมชาติ มาเป็นวัตถุในการปรุงอาหาร เมื่อรับประทานผัก ผลไม้ และวัตถุดิบจากธรรมชาติ ร่างกายก็จะได้รับความสดชื่นด้วยอนุภาคขนาดเล็กของน้ำผลไม้จะช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมสารอาหารมากขึ้น นอกจากนี้องค์ประกอบของผักผลไม้ยังช่วยดักจับ จำกัดสารพิษรวมถึงของเสียในร่างกาย

เมื่อระบบร่างกายทำงานดี ส่วนเกินก็ถูกขจัดออกได้ง่าย ดังนั้น ร้อนๆอย่างนี้มาไดเอ็ทคลายร้อนให้สนุกด้วย น้ำผัก ผลไม้ แต่การทำน้ำผักผลไม้ ต้องใส่ส่วนผสมอะไรดีล่ะ แค่คิดว่าจะใส่อะไรกับอะไรก็ทำให้อยากดื่มเร็วๆแล้ว นี่แหละที่เรียกว่าเป็นการกระตุ้นความรู้สึกด้วยรสสดชื่นจากน้ำผักผลไม้ ดื่มแล้วช่วยไดเอ็ทล้างพิษ ขจัดโรคไปด้วย แค่คิดก็สนุกไปแล้วส่วนหนึ่ง การไดเอ็ทแบบลดน้ำหนักตามธรรมชาติพร้อมกับฟื้นฟูระบบต่างๆในร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ ถอนสารพิษและของเสียที่สะสมอยู่โดยใช้สารอาหารในน้ำผักผลไม้ ตามทฤษฎีของแพทย์แผนตะวันออก ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการวิเคราะห์ถึงข้อแตกต่างตามร่างกาย และลักษณะพิเศษของผักผลไม้แต่ละชนิดตามหลักแพทย์แผนตะวันออกประกอบ วิธีการทำน้ำผักผลไม้เพื่อรับมือกับโรคต่างๆ ซึ่งมีสัดส่วนของสารพิษในร่างกายต่างกัน เช่น อาการท้องผูก อาการหนาวสั่น อาการบวมน้ำ และโรคโลหิตจาง วิธีการล้างพิษในร่างกายจากพฤติกรรมการรับประทานที่ผิด จนบรรลุประสงค์สุดท้ายนั่นคือ การไดเอ็ทเพื่อสุขภาพ


เกร็ดความรู้

ก. หากแบ่งแยกประเภทของสิ่งมีชีวิต ผักถือเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวจากพืช ซึ่งมีอายุสั้น ส่วนผลไม้คือผลที่เก็บจากต้นไม้ซึ่งมีอายุหลายปี เพราะฉะนั้น หากแบ่งตามนี้ แตงไทย แตงโม สตรอว์เบอร์รี่ ที่เรามักคิดว่าเป็นผลไม้จะจัดเป็นผัก

ข. ข้อมูลผักและผลไม้ตามปริมาณพื้นฐานที่ 100 กรัม เพราะผักผลไม้แต่ละชนิดมีขนาดและน้ำหนักต่างกัน

ค. ผลไม้จะมีรสหวานกว่าผัก และด้วยรสหวานนี้จึงให้แคลอรีสูงกว่าผัก แต่มีอัตราการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อยเมื่อเทียบกับค่า GI ที่ต่ำ (คำว่า GI Glycemic Index Glycaernic Index) หรือค่าดัชนีน้ำตาลเป็นหน่วยวัดผลของคาร์โบไฮเดรตต่อระดับน้ำตาลในเลือด

ผักและผลไม้เป็นส่วนผสมพื้นฐานของการทำน้ำผลไม้ ตามแนวคิดแพทย์ตะวันออกจะถือว่าส่วนผสมแต่ละชนิด มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างกัน ฉะนั้น เมื่อทำน้ำผลไม้ควรจะมีความรู้พื้นฐานและมีอุปกรณ์ที่จะทำเสียก่อน

  • มะเขือเทศ Tomato มีคุณสมบัติที่มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า และยังประกอบด้วยไลโคปินที่เพิ่มการต่อต้านอนุมูลอิสระ มะเขือเทศเป็นผักที่มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย มีคุณสมบัติเย็น ดีต่อร่างกายที่มีอุณหภูมิสูง ลดการกระหายน้ำ เรียกว่าเป็นผักที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน ลดความเครียด และเหนื่อยล้า ไลโคปินในมะเขือเทศมีอัตราการดูดซึมสูงโดยเฉพาะในมะเขือเทศสุก การทำน้ำมะเขือเทศควรลอกเปลือกออกโดยแช่น้ำอุ่นก่อน เพราะเปลือกจะทำลายรสชาติที่สัมผัสได้ และการต้มมะเขือเทศจะช่วยลดคุณสมบัติเย็น เป็นผลดีสำหรับคนที่ชอบตัวเย็น
  • มะเขือเทศ 100 กรัม จะให้ 14 กิโลแคลอรี
  • แครอท Carrot อุดมด้วยวิตามินเอที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว และมีคุณสมบัติเพิ่มการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่ช่วยขับอุจจาระ ขับสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายและแก้ท้องผูก เป็นผักรสหวานคุณสมบัติเป็นกลางดีต่อร่างกายท่อนบน ช่วยให้ระบบย่อยอาหาร ทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการท้องเฟ้อ เอนไซด์แอสคอร์บิเนส (Ascobinase) ในผิวแครอทจะทำลายวิตามินซี ควรปอกผิวออกและหั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 นิ้ว
  • แครอท 100 กรัม จะให้ 34 กิโลแคลอรี
  • บร็อคโคลี่ Broccoli อุดมไปด้วยซีลิเนียมและวิตามินซี ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและไข้หวัด มีเบต้าแครอทีนสูง ช่วยเสริมสุขภาพผิวและความยืดหยุ่นของเยื่อบุผิว สารอินโดล (Indole) มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ทั้งยังเป็นผักที่มีแคลอรีต่ำ มีเส้นใยสูง
  • บร็อคโคลี่ 100 กรัม จะให้ 28 กิโลแคลอรี
  • แตงกวา Cucumber มีรสหวานคุณสมบัติเย็นมีฤทธิ์ช่วยลดอาการบวมน้ำและขับปัสสาวะ มีปริมาณโปแตสเซียมสูง ขับของเสียและโซเดียมที่สะสมในร่างกายช่วยให้ร่างกายสดชื่น มีไขมันน้อยแคลอรีต่ำ ทำให้ผิวชุ่มชื่นมีคอลลาเจนช่วยลดริ้วรอย
  • แตงกวา 100 กรัม จะให้ 9 กิโลแคลอรี
  • กะหล่ำปลี Cabbage เป็นผักรสหวาน มีเส้นใยช่วยลดอาการท้องผูกเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลำไส้ และขับโคเลสเตอรอล มีวิตามินซีช่วยป้องกันโรคชรา มะเร็งช่วยสร้างคลอลาเจน ป้องกันการเกิดริ้วรอยและสารไอโซไทโอโซยาเนต (Isothiocyanate) มีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็งและขับสารพิษ แคลเซียมในกะหล่ำปลีช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น มีวิตามินเค ดีต่อโรคกระดูกพรุน
  • กะหล่ำปลี 100 กรัม จะให้ 31 กิโลแคลอรี