ซิ่นย้อมคราม ไทลื้อ

เส้นไหม ใยฝ้าย
ช่างภาพ: 

ไทลื้อ หรือ ไตลื้อ เป็นชาวไทยกลุ่มหนึ่ง มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในแคว้นสิบสองปันนาของจีน มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือการใช้ภาษาไทลื้อ และยังมีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์อื่นๆ  เช่น การแต่งกาย ศิลปะและประเพณีต่างๆ  ศิลปะที่โดดเด่นของชาวไทลื้อได้แก่ ผ้าทอไทลื้อ นิยมใช้ผ้าฝ้ายทอลวดลายที่เรียกว่า ลายน้ำไหล ผ้าทอไทลื้อ สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ  เช่น ผ้าตัดเสื้อ ผ้าถุง ผ้าคลุมเตียง ผ้าคลุมไหล่ ฯลฯ ถือเป็นผลงานศิลปหัตถกรรมที่เปี่ยมด้วยคุณค่า

ลวดลายต่างๆ ในผ้าทอไทลื้อ ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ลายม้า ลายช้าง ลายสิงห์ ลายนก ลายขอ ลายดอกแก้ว และลายดอกจันทน์ เป็นต้น ลวดลายที่เกิดจากความเชื่อถือศรัทธาพระพุทธศาสนาขนบธรรมเนียมประเพณี อาทิ ลายพญานาค ลายหงส์ ลายปราสาท ลายพานพุ่มดอกไม้ และลายช่างฟ้อนถือช่อดอกไม้ ฯลฯ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นมา ความสัมพันธ์ และวิถีชีวิต ผ้าทอไทลื้อ จึงเป็นผืนผ้าที่มีลวดลายงดงามและแฝงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาไว้ด้วย

สมัยที่ อาจารย์อรไท ผลดี ยังทำงานอยู่ที่ ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเป็นผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร ได้ทำการวิจัยหลักฐานการใช้สีครามบนภาชนะดินเผาในสมัยหินใหม่ (เมื่อประมาณ 6,000ปีมาแล้ว) พบหลักฐานการใช้สีคราม สีเขียว สีแดง สีดำ สีขาว บนภาชนะดินเผ่าลายเขียนสี ที่ซากโบราณสถานต้าตุนจื่อ ลวดลายที่พบมีลายจุด ลายเส้น ลายขีดขวาง ลายขีดตั้ง ลายตาข่าย ลายดอกและใบพืช ลายเรขาคณิต ลายคลื่นน้ำ ลายฟันเลื่อย ลายดวงอาทิตย์ เป็นต้น จากการเปรียบเทียบลวดลายบนภาชนะดินเผาลายเขียนสี ที่ซากโบราณสถานต้าตุนจื่อกับลายผ้าย้อมคราม พบว่ามีโครงสร้างลวดลาย โดยเฉพาะลายจุด ลายเส้น ลายตาข่าย ลายดอกและใบพืชแบบเดียวกัน ต่างกันที่การใช้สี ในภาชนะดินเผาเป็นลายสีแดงสลับขาว แต่ผ้าพิมพ์ย้อมลายคราม เป็นสีครามสลับขาว

ชนเผ่าไทในอาณาจักรไทเดิม มีวัฒนธรรมการแต่งกาย ของแต่ละเผ่าที่มีความประณีต สืบทอดภูมิปัญญาวัฒนธรรมการแต่งกายด้วยผ้าย้อมคราม เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละเผ่า ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสืบทอด ได้แก่ ไทใหญ่แห่งอาณาจักรมาวหลวง ไทลื้อในอาณาจักรสิบสองปันนา ไท-ยวนแห่งอาณาจักรล้านนา ไทดำแห่งอาณาจักรสิบสองเจ้าไท อพยพมาเป็นลาวโซ่ง และผู้ไทยดำ ไทแดงอพยพมาเป็นไทครั่ง ไทอีสานแห่งอาณาจักรล้านช้าง ไทพวน และไทถิ่นใต้ แห่งอาณาจักรศรีวิชัย

นอกเหนือจากความโดดเด่นในเรื่องของสีสันตามธรรมชาติแล้ว ต้นครามหรือห้อมที่นำมาย้อมผ้าจนให้สีน้ำเงินเข้มนั้น มีลักษณะต่างกัน กล่าวคือ ครามเป็นไม้พุ่ม ส่วนห้อมเป็นพืชล้มลุก แต่พืชทั้งสองชนิดนี้ให้สีย้อมน้ำเงินเข้มคล้ายคลึงกัน ช่างย้อมนิยมนำใบและก้านเมื่อยังไม่มีดอกมาใช้ โดยนำมาแช่น้ำไว้จนน้ำมีสีเขียว ใส่ปูน และส่วนผสมต่างๆ  ตามกรรมวิธีการย้อมครามย้อมห้อมของแต่ละท้องถิ่น ตามเทคนิคที่ต่างกันในแต่ละภูมิปัญญา ซึ่งล้วนแต่เป็นการสร้างสรรค์แต่งเติมเสน่ห์ให้กับผืนผ้าอย่างแท้จริง ทั้งยังถ่ายทอดวิถีวัฒนธรรมภูมิปัญญาและวัฒนธรรมการแต่งกายให้มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น โดยที่ต้นครามต้นห้อมยังมีคุณสมบัติในด้านป้องกันแสง ดังที่ชาวบ้าน ชาวนาใส่ทำนาทำไร่กลางแดดจ้าแล้วไม่ค่อยรู้สึกร้อน ทั้งความคงทนของสี และกลิ่นเฉพาะของครามยังช่วยไล่แมลงไม่ให้มากัดกินเนื้อผ้าได้อีกด้วย 

มีลักษณะต่างกัน กล่าวคือ ครามเป็นไม้พุ่ม ส่วนห้อมเป็นพืชล้มลุก แต่พืชทั้งสองชนิดนี้ให้สีย้อมน้ำเงินเข้มคล้ายคลึงกัน ช่างย้อมนิยมนำใบและก้านเมื่อยังไม่มีดอกมาใช้ โดยนำมาแช่น้ำไว้จนน้ำมีสีเขียว ใส่ปูน และส่วนผสมต่างๆ ตามกรรมวิธีการย้อมครามย้อมห้อมของแต่ละท้องถิ่น ตามเทคนิคที่ต่างกันในแต่ละภูมิปัญญา ซึ่งล้วนแต่เป็นการสร้างสรรค์แต่งเติมเสน่ห์ให้กับผืนผ้าอย่างแท้จริง ทั้งยังถ่ายทอดวิถีวัฒนธรรมภูมิปัญญาและวัฒนธรรมการแต่งกายให้มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น โดยที่ต้นครามต้นห้อมยังมีคุณสมบัติในด้านป้องกันแสง ดังที่ชาวบ้าน ชาวนาใส่ทำนาทำไร่กลางแดดจ้าแล้วไม่ค่อยรู้สึกร้อน ทั้งความคงทนของสี และกลิ่นเฉพาะของครามยังช่วยไล่แมลงไม่ให้มากัดกินเนื้อผ้าได้อีกด้วย