เหล่าบุคคลเปลี่ยนโลก สร้างลูกเปลี่ยนโลก

เลี้ยงลูกด้วยรัก

S-26 Progress GOLD (เอส-26 โปรเกรสโกลด์) เปิดแคมเปญ "ปล่อยลูกเรียนรู้ สร้างลูกเปลี่ยนโลก" เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้พ่อแม่ ปล่อยให้ลูกเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว จะได้ก้าวทันกับโลกที่เปลี่ยนไป โดยเป็นแนวทางการเลี้ยงดู ที่ต่างจากแบบแผนเดิมๆ ที่เชื่อว่าความฉลาดของลูกเกิดขึ้นได้ จากการเรียนหนักๆในห้องเรียนเท่านั้น

ด้วยแคมเปญที่มีความเชื่อว่า การปล่อยลูกเรียนรู้ทุกอย่างรอบตัว เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนโตขึ้นไปเปลี่ยนโลกได้ จึงนำ 9 บุคคลเปลี่ยนโลกแห่งปี จากหลากหลายสาขาอาชีพ มาเป็นบุคคลต้นแบบ และมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับคุณพ่อ คุณแม่ยุคใหม่ ถึงจุดเริ่มต้นที่พวกเขาโตขึ้นมาเปลี่ยนโลกได้ นั้นคือการได้รับการสนับสนุนจากคุณพ่อ คุณแม่ตั้งแต่ในวัยเด็ก ให้พวกเขาได้เรียนรู้ทุกอย่างรอบๆตัว และบอกเคล็ดลับแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในวัยเด็ก สู่เคล็ดลับการเลี้ยงลูกอย่างไร ให้กลายเป็นคนที่จะเปลี่ยนโลกได้

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดธุรกิจ ไวเอท นิวทริชั่น รัชดา อภิรมย์เดช กล่าวว่า "เรามุ่งมั่นที่จะสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับพ่อแม่ยุคใหม่ ในการเลี้ยงลูกให้ก้าวทันโลก ที่เปลี่ยนไปไวแบบยุคนี้ เราเชื่อว่าคุณพ่อ คุณแม่ ปล่อยลูกให้เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว จะเป็นการสร้างพัฒนาการ เสริมสร้างศักยภาพสมองที่ดีให้กับลูก มากกว่าการที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในห้องเรียน ซึ่งการปล่อยให้ลูกเรียนรู้ทุกอย่างรอบตัวนั้น เป็นการเตรียมความพร้อมให้เด็กสามารถที่จะลองคิดเอง ลองผิดลองถูก และปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างดี โดยมีคุณพ่อ คุณแม่คอยสนับสนุน และให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ"

แนวทางการเลี้ยงดูลูก แบบยุคสมัยใหม่นี้ มีการนำไปใช้ ในหลายๆประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก เพื่อส่งเสริมให้เด็กวัย 1-3 ปี ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวได้อย่างเต็มที่ การเรียนในห้องเรียน จึงกลายเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง ของการเรียนรู้ของลูก

อีกทั้งการเข้าร่วมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก็ทำให้สังคมของเราได้เปิดกว้าง และเชื่อมต่อกันมากขึ้น ถือเป็นความท้าทายของเด็กรุ่นใหม่ ที่จะต้องปรับตัวและผลักดันตัวเอง ให้ก้าวทันสังคมสมัยใหม่ ที่ได้เชื่อมโยงถึงกัน เด็กรุ่นใหม่ถูกคาดหวัง ให้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน และรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ได้มีการแข่งขันสูงขึ้น

ส่วนทางกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม โรงพยาบาลเด็กสมิติเวชศรีนครินทร์ แพทย์หญิงเกศินี โอวาสิทธิ์ ให้ความเห็นว่า "ปัจจุบันมีแนวทางหลากหลาย สำหรับการเลี้ยงลูกให้เหมาะสมกับยุคสมัย ที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างเช่น อังกฤษ อเมริกา และญี่ปุ่น ได้มีแนวทางการเลี้ยงลูกแบบใหม่ ซึ่งเหมาะสมกับเด็กในวัย 1-3 ปี ที่เป็นวัยเปิดรับประสบการณ์รอบตัว ทุกอย่างเป็นสิ่งแปลกใหม่ น่าสนใจน่าเรียนรู้ คุณพ่อ คุณแม่ควรเปลี่ยนบทบาท จากผู้บังคับบัญชา เป็นผู้สนับสนุน โดยเปิดโอกาสให้ลูกเลือกในสิ่งที่เขาต้องการ ให้คำแนะนำเมื่อลูกเริ่มแสดงพฤติกรรมเกินขอบเขต การปล่อยให้ลูกเรียนรู้คิดด้วยตัวเอง เพื่อค้นหาสิ่งที่ชอบหรือสนใจ เป็นจุดเริ่มต้นพัฒนาการทางสมองที่ดี ยิ่งเด็กมีการใช้สมอง เพื่อการเรียนรู้และการคิดมากขึ้น ก็ทำให้เซลล์สมองสร้างเครือข่ายเส้นใยสมองใหม่ๆ แตกแขนงเชื่อมติดต่อกันมากยิ่งขึ้น ทำให้สมองมีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะเพิ่มขนาดของเซลล์สมอง จำนวนเส้นใยสมอง และจุดที่เชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมอง"

การที่เด็กได้เล่นและเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว เป็นการฝึกพัฒนาการด้านต่างๆของเด็ก ทั้งทางร่างกาย ความคิด อารมณ์ การสร้างสรรค์ และการเข้าสังคม ซึ่งการเรียนรู้แบบนี้ จะไม่ใช่การสอนหรือสั่งให้ทำ แต่เป็นการที่เด็กสนใจ และอยากที่จะลงมือทำด้วยตัวเอง สิ่งไหนที่เด็กได้ลงมือทำเองคิดค้นเองเรียนรู้เอง จะทำให้เด็กเข้าใจและจดจำได้ดีและนานยิ่งขึ้น ไม่ว่าเด็กจะเล่นอะไรก็ตาม ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นในพัฒนาการระยะยาวทั้งสิ้น

เหล่าบุคคลเปลี่ยนโลก ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับพ่อ แม่ยุคใหม่นั้น ได้แก่ ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม เจ้าพ่อเด็กแนว ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไทยผู้รักเสียงดนตรี พร้อมเนรมิตงานเทศกาลดนตรีอินดี้ ให้เกิดขึ้นในเมืองไทย อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน "พ่อแม่เป็นรั้วให้ลูกเท่านั้น สิ่งสำคัญคือเขาต้องคิดเองได้" เจ้าของนามปากกา นิ้วกลม หรือ สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ ผู้สร้างสรรค์และเปลี่ยน โลกการอ่านของคนไทย "ทุกอย่างต้องผ่านการเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่าเพิ่งเชื่อใคร คุณต้องลองเอง" สาวแฟชั่นดีไซเนอร์ ผู้ที่ก่อตั้งแบรนด์ Kloset แก้ม-มลลิกา เรืองกฤตยา ผู้ยกระดับแฟชั่นไทยสู่สากล "แก้วให้อิสระกับลูก เพราะอยากให้เขาเรียนรู้สิ่งต่างๆด้วยตัวเอง" หนึ่งในวาทยกรคนสําคัญของโลก บัณฑิต อึ้งรังสี ผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนไทย พัฒนาศักยภาพตนเอง "เราควรปล่อยให้ลูกเรียนรู้ จากชีวิตจริงนอกตำรา" วิศวกรไทยที่อายุน้อยที่สุดในนาสา ดร.ก้องภพ อยู่เย็น ผู้เติมไฟฝันเด็กไทย หลงรักวิทยาศาสตร์และอวกาศให้ลุกโชน "ถ้าลูกเราอยากทำอะไร ผมจะปล่อยให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง" ผู้สร้างบ้านเด็กสองภาษา ผู้ใหญ่บิ๊ก-พงษ์ระพี เตชพาหพงษ์ และแรงบันดาลใจพ่อแม่เลี้ยงลูก ให้เป็นเด็กสองภาษาตั้งแต่แรกเกิด "การปล่อยให้ลูกเรียนรู้ เขาอาจคิดอะไรที่ยิ่งใหญ่ก็ได้" นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ดร.ต่าย-นิศรา การุณอุทัยศิริ ผู้ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง ในระดับนานาชาติ "บทเรียนสำคัญ อยู่ที่ประสบการณ์ชีวิต" นักปีนเขาผู้เอาชนะขีดจํากัดของตนเอง หนึ่ง-วิทิตนันท์ โรจนพานิช ผู้นําพาธงชาติไทย และชื่อเสียงของคนทั้งประเทศ ไปสู่จุดสูงสุดของยอดเขาเอเวอร์เรสต์ "ผมจะเลี้ยงลูกให้เขาเห็นโลกกว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้" และอดีตนักแสดง คุณแม่ และครู ดร.แอนนี่ เลิศอัษฏมงคล (ทรัพย์เสริมศรี) ผู้สอนหลักสูตรการสื่อสาร ผ่านเสียงร้องของทารก "พ่อแม่ต้องปล่อยให้ลูกได้เล่นเอง ไม่ใช่ไปนำเขาเล่น"