เพียงเริ่ม ก็เปลี่ยนโลกได้

รักเรา รักษ์โลก

เบ็ตต์ มิดเลอร์ ผู้หญิงอารมณ์ดี มีเสน่ห์คนนี้ เรารู้จักเธอในบทบาทของนักร้องและนักแสดงมากความสามารถคนหนึ่งของฮอลลีวู้ด แม้ปัจจุบันนี้ เธอจะอายุเฉียด 70 แล้ว แต่ยังสวยปิ๊ง และยังมีผลงานออกมาให้แฟนๆได้ติดตามกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะผลงานเพลงอัลบั้ม It's the girls ที่เพิ่งออกมาเมื่อปีที่แล้ว ก็ประสบความสำเร็จไม่น้อย...แต่เมื่อพูดถึง เบ็ตต์ มิดเลอร์ ในคอลัมน์นี้ ก็แน่นอนว่า จะต้องเป็นบทบาทด้านสิ่งแวดล้อมของเธอ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า เธอก็ทำได้ดีไม่แพ้งานสายอาชีพของเธอเลยทีเดียวค่ะ

ตอนที่ เบ็ตต์ มิดเลอร์ ย้ายจากลอส แอนเจลิสไปอยู่นิวยอร์ก ในปี 1995 ภาพขยะเกลื่อนเมืองทำให้เธอรู้สึกว่ามันช่างน่ารังเกียจมาก และนั่นก็เป็นแรงบันดาลใจให้นักร้องและนักแสดงมากความสามารถคนนี้ ก่อตั้ง New York Restoration Project (NYRP) ขึ้น เพื่อบูรณะที่รกร้างให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว และประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะอีกเพียง 20 ปีหลังจากนั้น NYRP ได้สร้างสวนชุมชนกว่า 25 แห่ง ใน 5 เขตเทศบาลของนิวยอร์ก กว่าครึ่งในจำนวนนั้นไม่ใช่แค่บูรณะ แต่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมีผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตนั้นๆร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันทำงานทุกอย่าง นับตั้งแต่การออกแบบ ไปจนถึงการดูแลอย่างต่อเนื่องให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

นอกจากการบูรณะที่รกร้างให้เป็นสวนที่น่ารื่นรมย์แล้ว NYRP ยังขยายภารกิจออกไปอีก ด้วยการร่วมกับเมืองนิวยอร์กปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 840,000 ต้น โดยตั้งเป้าให้ได้ 1 ล้านต้น ภายในปีนี้ องค์กรไม่หวังผลกำไร NYRP ยังร่วมกับมูลนิธิ Urban Air Foundation , TEN Arquitectos และ Buro Happold ออกแบบที่พักโมดูลาร์ต้นทุนต่ำให้กับชุมชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ สามารถกันแดดกันฝน หลังคาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ เพื่อให้ผู้อาศัยสามารถชาร์จแบตโทรศัพท์ได้ยามที่ไฟดับ

ปฏิบัติการเปลี่ยนเมืองให้เป็นสีเขียวนี้ เน้นการบูรณะพื้นที่รกร้างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้กลับมีชีวิตชีวาในทุกพื้นที่ นับตั้งแต่สวนสาธารณะ สนามหญ้าโรงเรียน ไปจนถึงต้นไม้ข้างทาง และเกาะกลางถนน

เราต้องการสร้างชุมชนเข้มแข็ง และเปิดพื้นที่สาธารณะให้ทุกคนสามารถมาพบปะกันได้ ในทุกวิธีที่เราสามารถจะทำได้" เดบราห์ มาร์ตัน ผู้อำนวยการบริหาร NYRP กล่าว "สวนของ NYRP มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 - 15,000 ตารางฟุต เราไม่ต้องลงทุนเยอะ เพราะมันไม่ใช่สถานที่ทำงาน แต่เราต้องการให้มันเป็นสถานที่ของความสวยงามและความรื่นรมย์ คุณสามารถไปปลูกต้นไม้ ปลูกอะไรก็ได้ และยังได้ไปรู้จักกับเพื่อนบ้านของคุณอีกด้วย

นับเป็นโครงการดีๆด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจจะพูดได้ว่า เปลี่ยนโฉมจากนางซินมาเป็นนางฟ้าเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญ นอกจากจะช่วยให้เมืองสวยงามขึ้นแล้ว ยังใช้ประโยชน์ได้ทั้งชุมชนอีกด้วย ลองมาดูตัวอย่างผลงานเปลี่ยนโฉมเมืองที่เกิดจากการริเริ่มของ เบ็ตต์ มิดเลอร์ ด้วยภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังการบูรณะ รับรองว่าเห็นแล้วคุณต้องร้อง ว๊าว เลยทีเดียว

ภาพ 1 : สวนชุมชนแม็คลีออด (อีสต์นิวยอร์ก เมืองบรูคลิน)

เดิมที่ตรงนี้เต็มไปด้วยขยะและวัชพืชเพราะถูกทิ้งร้าง ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ NYRP จึงร่วมกับ Goldman Sachs วาณิชธนกิจชื่อดังของสหรัฐฯ และผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้น ช่วยกันปรับปรุงให้กลายเป็นพื้นที่ใช้สอยที่ดีที่สุดของชุมชน โดยแทนที่กองขยะด้วยศาลาพักร้อนตกแต่งด้วยไม้เถาวัลย์ มุมสำหรับปิกนิกปิ้งบาร์บีคิว และสวนระบบน้ำหยด ปลูกกะหล่ำปลี ลาเวนเดอร์ แบล็คเบอร์รี่ ลูกแพร์ และแอพริคอต ภูมิทัศน์ถนนก็ได้รับการปรับให้สบายตาขึ้นด้วยการตัดแต่งต้นไม้ให้ต่ำลง ริดกิ่งก้านให้ได้รูปทรงสวยงามกะทัดรัด ทำให้ดูโปร่งโล่ง อากาศถ่ายเท ลมเย็นสบาย

ภาพ 2 . สวนชุมชนทาร์เก็ต บร็องซ์ (เมืองไฮบริดจ์ ตอนใต้ของบร็องซ์)

พื้นที่ตรงนี้ ซึ่งมีการไถปลูกครั้งแรกเมื่อปี 1982 และเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ สวนแอนเดอร์สัน เป็นที่สนใจของ NYRP เพราะว่ามีบางส่วนได้รับการดูแลอย่างดี โดยเฉพาะจากกลุ่มสว. ที่ช่วยกันปลูกผักผลไม้ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่กว่า 15,500 ตารางฟุต ยังอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ดินก็เป็นดินปนหิน และมีหนูชุกชุม...ด้วยความร่วมมือของ Target Corporation (ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมกับ NYRP ดูแลสวนในแมนฮัตตัน และบรู๊คลิน) NYRP และชาวเมืองบร็องซ์ ได้ช่วยกันเก็บกวาดเศษใบไม้ที่ทับถมอยู่มากมาย และสร้างสวนผักในกระบะ ปลูกไม้ยืนต้น และติดตั้งศาลานั่งเล่นสองหลัง นอกจากนั้นยังปรับพื้นที่เพื่อเพิ่มส่วนของสนามหญ้าสำหรับให้เด็กๆได้มาวิ่งเล่น

ภาพ 3 แฟมิลี่ การ์เด็น (อีสต์ฮาร์เล็ม แมนฮัตตัน)

ในช่วงปี 90 พื้นที่แคบๆ ตรงนี้เป็นที่นัดชุมนุมและปิกนิกของกลุ่มเด็กหนุ่มที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น แต่ที่ว่างตรงนี้ถูกทิ้งร้างตอนที่ NYRP เข้าไปบูรณะในปี 2003 ความได้เปรียบที่สำคัญของจุดนี้ก็คือ การสร้างอาคารอเนกประสงค์บนถนนสายเดียวกัน อีกทั้งยังมีสวนสาธารณะโธมัส เฟเฟอร์สัน ซึ่งเป็นสวนใหญ่ของเมือง และศูนย์นันทนาการที่อีกฟากหนึ่งของถนน และสวนผักชุมชน

4. สวนชุมชนลอส อมิโกส์ (ฮาร์เล็ม แมนฮัตตัน)

ที่ตรงนี้ได้ชื่อว่าเป็น สแปนิช ฮาร์เล็ม ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนนิยมมาพบปะสังสรรค์กัน นั่งเม้าท์ นั่งคุยกัน ตั้งวงเล่นโดมิโน พร้อมกับย่างหมู แต่ส่วนที่เป็นศาลานั่งเล่นซึ่งสร้างด้วยมืออย่างง่ายๆ เพื่อใช้เป็นคลับเฮ้าส์นั้น ไม่อยู่ในสภาพที่ดีแล้ว และสวนเล็กๆที่กระจัดกระจายอยู่ก็ต้องการการปรับให้สวยงามและเป็นระเบียบมากขึ้น

5. สวนชุมชนคูเปอร์ สตรีท (บุชวิค บรู๊คลิน)

สวนเก่าแก่แห่งนี้ ให้บริการคนในชุมชนมาแล้วหลายรุ่น เป็นสวนที่ก่อสร้างมาอย่างดี รวมถึงมีการดูแลที่ดีจากคนในชุมชน และมีการแบ่งส่วนใช้สอยอย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อพื้นคอนกรีตแตกชำรุดและทรุดตัวลง ก็ทำให้ใช้สอยไม่ได้เหมือนเดิม จึงต้องบูรณะกันใหม่จนมีหน้าตาไฉไลอย่างที่เห็น

ไม่น่าเชื่อว่า นี่คือผลงานอันยิ่งใหญ่ที่เกิดจากคนเล็กๆคนหนึ่ง...เพียงการฉุกคิดเมื่อมองเห็นปัญหา แต่ไม่ได้เพียงบ่นว่าและปล่อยผ่านเลยไป...เราทุกคนก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกับโลกใบนี้ได้ เพียงเริ่มจากตัวเรา ทำสิ่งที่ควรทำและสามารถทำได้