เก็บตก unseen เชียงใหม่

ท่องเที่ยวไป ใจเปี่ยมสุข /

ตอน 3

นาขั้นบันได วิถีมูเซอร์ ที่อมก๋อย และนันทบุรี อำเภอน้องใหม่

อำเภออมก๋อย เป็นอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งห่างไกล จากตัวจังหวัดที่สุด ก็ว่าได้ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด มีพื้นที่ติดจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก เมื่อหลายปีก่อน ชื่อ อมก๋อย เป็นสิ่งบ่งบอกถึงความกันดารของประเทศไทย โดยเฉพาะเหล่าบรรดาข้าราชการ หากใครได้รับคำสั่งให้ไปบรรจุ หรือถูกย้ายไปอยู่ที่อมก๋อยเป็นร้องจ๊ากกันทีเดียว

อมก๋อย มาจากคำว่า อำกอย เป็นภาษาลัวะ (ละว้า) แปลว่า ขุนน้ำ หรือต้นน้ำ สันนิษฐานว่า หมายถึง ต้นน้ำแม่ตื่นที่ไหลผ่านชุมชนเมืองโบราณจากตำนานเมืองตื๋นนันทบุรี อำเภออมก๋อยตั้งอยู่ทางใต้สุดของจังหวัดเชียงใหม่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร อยู่ห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ 179 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพมหานคร 875 กิโลเมตร เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอเป็นที่สูงและภูเขา จึงทำให้มีอากาศค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปี ในฤดูร้อนมีอุณหภูมิเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูหนาวมีอุณหภูมิเฉลี่ย 15-20 องศาเซลเซียส และมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 2-4 องศาเซลเซียส ดังนั้น ในช่วงหน้าหนาวนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างเดินทางมาสัมผัสอากาศดีๆที่อำเภออมก๋อยกันอย่างคับคั่ง

สำหรับที่ตั้งอำเภออมก๋อยในปัจจุบัน เดิมเป็นหมู่บ้านของชาวลัวะ มีขุนแสนทองเป็น หัวหน้าหมู่บ้าน ต่อมาได้มีคนเมืองอพยพเข้ามาแทนที่ และชาวลัวะได้ย้ายออกไปอยู่ในท้องที่อื่น ทางการได้ทำการจัดตั้งเป็นตำบลอยู่ในเขตปกครองของอำเภอฮอด และได้ทำการยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภออมก๋อย ใน พ.ศ.2463 และได้ ยกฐานะเป็นอำเภออมก๋อย เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2501

อมก๋อย...จึงเป็นอีกอำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่นักเดินทางมักแวะเวียนไปสัมผัสความงดงามเสมอๆ ทั้งๆที่ในอดีต อมก๋อย เป็นดินแดนที่อยู่ไกลปืนเที่ยงของเชียงใหม่ แต่อาจเพราะความงดงามของ "ดอยม่อนจอง" และ "ห้วยจิโน" ทำให้วันนี้ อมก๋อย ไม่เงียบเหงาเหมือนที่ผ่านมา ห้วยจิโน สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 1,300 เมตร ตั้งอยู่บนไหล่เขาสูงชัน สามารถมองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนกว้างไกล มีทิวทัศน์ที่สวยงาม เงียบสงบ เหมาะสมต่อการไปพักผ่อนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะบรรยากาศยามเช้า หากโชคดีก็อาจจะพบกับท้องทะเลหมอกงดงามไม่แพ้ที่อื่นๆ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางไปท่องเที่ยวห้วยจิโน คือราวๆเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม

อมก๋อย เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา โอบล้อมด้วยขุนเขาสูงชัน เป็นถิ่นอาศัยของชาวไทยภูเขาหลายเผ่า มีหน่วยงานรัฐมากมายเข้าไปเพื่อช่วยพลิกฟื้นชีวิตและผืนป่า หนึ่งในนั้นคือ หน่วยจัดการต้นน้ำห้วยจิโน ซึ่ง หน่วยจัดการต้นน้ำห้วยจิโน ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 17 ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

อำเภออมก๋อย มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงามหลายแห่ง เช่น

ดอยม่อนจอง สถานที่เที่ยวหน้าหนาว ตั้งอยู่กลางป่าลึกของผืนป่าอมก๋อย ห่างจากอำเภอฮอด 145 กิโลเมตร ลักษณะของดอยม่อนจองหากดูจากภาพถ่ายทางอากาศก็จะเห็นเป็นแนวหน้าผายาวเป็นแนวกว่า 3 กิโลเมตร โดยมียอดดอยม่อนจองเป็นจุดสูงสุด ปลายสุดของดอยมีชื่อเรียกว่าหัวสิงห์ มีลักษณะเหมือนหัวสิงโต ดอยม่อนจองมีความสูงติดอันดับหนึ่งในสิบของยอดดอยสูงของไทย ระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดหัวสิงห์จะเห็นวิวที่สวยงามมาก จะเห็นวิวแบบเปิดโล่งตลอดทางเดินขึ้นลงแบบยาวเหยียด ยิ่งถ้าเป็นปลายฝนต้นหนาวต้นหญ้าจะเขียวสดสวยงามมาก แล้วยิ่งในช่วงเช้าหากมีทะเลหมอกในหุบเขาเบื้องล่างก็จะยิ่งสวยงามมาก

สถานที่ท่องเที่ยวงดงามตามธรรมชาติอีกแห่งที่ชักนำผู้คนให้มาเยือนอมก๋อย คือห้วยจิโน หรือหน่วยจัดการต้นน้ำห้วยจิโน ตั้งอยู่เลยจากที่ว่าการอำเภออมก๋อยไม่ไกล จะมีสี่แยกเล็กๆซ้ายมือไปบ้านแม่ตื่น ขวามือไป หน่วยจัดการต้นน้ำห้วยจิโน ระหว่างทางไม่มีป้ายบอกทางชัดเจน ต้องใช้วิธีสอบถามจากผู้คนในชุมชน รวมระยะทาง 29 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางราว 2 - 3 ชั่วโมง ซึ่งพาหนะที่เหมาะกับการเดินทางควรจะเป็นรถปิคอั้พ หรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อ แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูฝนควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น

คำขวัญอำเภอของอำเภออมก๋อย ล้วนสะท้อนตัวตนของอมก๋อย ให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น "ดินแดนในหุบเขา ใต้ร่มเงาพระเจ้าแสนทอง ดอยม่อนจองสูงสง่า สัตว์ป่าล้วนมากมี ประเพณีหลายเผ่าพันธุ์"

นอกจากนี้ ทุกวันนี้ กาแฟอาราบิก้าสายพันธุ์ดีส่วนหนึ่งในประเทศไทยล้วนมีที่มาจากอมก๋อย รวมทั้งกาแฟดิโอโร่ หนึ่งในกาแฟชื่อดังของยุคนี้

อีกหนึ่งใน unseen อมก๋อย คือ การใช้ 'ช้างไถนา' ที่จะพบเห็นได้เฉพาะในต้นฤดูหว่านไถ

ชื่อเสียงความกันดารของอมก๋อย ทำให้เราละเลยสถานที่แห่งนี้มานาน จนเกิดทริปเก็บตก unseen เชียงใหม่ อมก๋อยจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องไปเยือน

ผู้เขียนเดินทางออกจาก "เฮือนฮักฮอด รีสอร์ท" ที่อำเภอฮอด แต่เช้า หลังอาหารเช้า จำพวกขนมปังปิ้ง กาแฟที่ทางรีสอร์ทเตรียมไว้ให้ผู้พักบริการตนเอง ขับรถไปเรื่อยๆ ผ่านทางแยกเข้าสวนป่าแม่แจ่มที่ต้องเข้าแยกขวาไปอีก 45 กิโลเมตร จากนั้นผ่านออบหลวงอีกหนึ่งในสถานที่น่าเที่ยวของอำเภอฮอด ไปจนถึงบริเวณบ้านบ่อหลวง แยกซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข 1099 ไปอีกราว 49 กิโลเมตร ถึงอำเภออมก๋อย ตลอดเส้นทางที่สวยงาม ทั้งนาข้าวสีเขียวอร่ามที่กำลังงอกงาม ไล่ระดับขึ้นไปเป็นขั้นบันไดและมีทิวเขาโอบรับอยู่เบื้องหลัง ท่ามกลางแดดอุ่นยามสาย...สีเทาจางบางเบา..ของสายหมอกยามเช้า...มันงดงามราวภาพเขียน

ป้ายต้อนรับสู่ "อมก๋อย" แปลกตากว่าที่อื่น ด้วยทำเป็นหลังคาเล็กๆ แบบหลังคาบ้านชาวล้านนาคลุมอยู่เหนือป้าย ตั้งเรียงรายนับสิบป้าย ก่อนเข้าสู่ชุมชนเล็กๆ ความเป็นอยู่ของผู้คนที่อำเภอเล็กแสนไกลของเชียงใหม่ ในม่านขุนเขาที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย พี่น้องชาวไทยภูเขาหลายเผ่า ทั้งกะเหรี่ยง ลีซอ ม้ง มูเซอ ยังคงสภาพเงียบเหงา ผู้คนใช้ชีวิตช้าๆ ไม่รีบเร่ง มีร้านค้า และร้านอาหารในตัวอำเภอเพียงไม่กี่แห่ง แต่กระนั้นก็ตาม "7-11" บุกถึงอมก๋อยแล้วจ้า...ขอบอก

เราตั้งใจว่าจะค้างที่อมก๋อย 1 คืน ที่รีสอร์ทดังหนึ่งเดียวของอมก๋อย นั่นก็คือ "อมก๋อยรีสอร์ท" สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่ใครๆต่างพูดถึง เชิญชวนให้ไปสัมผัสความหนาวเหน็บและสีสันของผู้คนแห่งขุนเขา คือดอยม่อนจอง และห้วยจิโน หรือหน่วยจัดการต้นน้ำห้วยจิโนนั้น เมื่อเราได้ประเมินจากหลายปากเสียงแล้ว...น่าเกินกำลัง "เจ้ากระต่ายน้อย" ของผู้เขียน ไม่มีรถโดยสารผ่าน การขึ้นไปดอยม่อนจอง และห้วยจิโน ต้องเหมารถชาวบ้านไปเท่านั้น ราคาไม่เกิน 1,500 แล้วแต่จะต่อรอง เราจึงตัดดอยม่อนจอง และห้วยจิโน ออกไปอย่างไม่ต้องลังเล หรือรีรอเลย แค่หวังไว้ว่า ไหนๆ มาเที่ยวชมชีวิตของคนอมก๋อย ควรขึ้นไปสัมผัสหมู่บ้านกะเหรี่ยงรอบนอก ไปเที่ยวชมผืนนาขั้นบันได ไร่กาแฟ และวิถีชีวิตของคนกะเหรี่ยง มูเซอ ในวันพรุ่งนี้

เราขับรถผ่าน ผ่านที่ว่าการอำเภออมก๋อย โรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม สู่อมก๋อยรีสอร์ท ที่พักที่ได้รับคำรับรองจากนักเดินทางว่าบรรยากาศดี อยู่กับธรรมชาติ ท่ามกลางร่มเงาของหมู่ไม้และสายน้ำแม่แจ่ม แต่ภาพของ "อมก๋อยรีสอร์ท" นอกฤดูกาลท่องเที่ยวเช่นวันนี้ ทำให้เราเปลี่ยนความตั้งใจ ที่พักหลายหลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงรอรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึง หลายหลังปิดมานาน จนผู้เขียนต้องขอผลัดไว้กลับมาพักครั้งหน้า เพราะสภาพร่างกายที่เป็นหวัดและภูมิแพ้จำเป็นต้องหาที่พักที่อากาศโปร่ง และสะอาด เราจึงจำใจต้องอาลาเมืองอมก๋อย และ "อมก๋อยรีสอร์ท"

เกิดประเด็นใหม่ที่ต้องตัดสินใจ...ถ้าเราไม่ค้างที่อมก๋อย จะเอายังไงดี ไปต่อเลย หรือเที่ยวที่นี่อีกหน่อย แต่ในตัวอำเภอไม่มีอะไรต้องค้นหาอีกแล้ว เราสำรวจจนครบก่อนเข้าไปที่ "อมก๋อยรีสอร์ท" แล้ว จะเข้าไปเที่ยวที่บ้านแม่ตื่น ชุมชนโบราณที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน ตั้งอยู่ริมน้ำแม่ตื่นก็อยู่ห่างจากตัวอำเภออมก๋อยราว 70 กิโลเมตร ไกลเกิน หากค้างคืนคงไม่มีปัญหา

เหตุที่อยากเข้าไปเที่ยวบ้านแม่ตื่น เป็น เพราะเราอยากไปสัมผัสอำเภอน้องใหม่ล่าสุดของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ยังไม่มีประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางทาง (ในวันที่ผู้เขียนไปเยือนอมก๋อย)...อำเภอนันทบุรี แต่โปรดอย่าสับสนกับ "อุทยานแห่งชาตินันทบุรี" ที่ จังหวัดน่าน นะคะ แค่ชื่อเหมือนกันเท่านั้นเอง...น่าสนใจดีไหม

อำเภอนันทบุรี ที่ประกอบด้วยพื้นที่ของตำบลแม่ตื่นและตำบลม่อนจอง และทั้งสองตำบลนี้ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เดิมนั้นอยู่ในเขตปกครองของอำเภออมก๋อย ราษฎรประกอบด้วยชาวไทยและไทยภูเขา จำนวน 4 ชนเผ่า ได้แก่ คนพื้นเมือง ชนเผ่ากะเหรี่ยง ชนเผ่ามูเซอ และชนเผ่าม้ง เหตุผลที่เสนอขอตั้งเป็นอำเภอใหม่ มี 3 ประการ คือ 1. อำเภอนันทบุรี เป็นพื้นที่ทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องจากพระองค์เสด็จพระ ราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ 2. พื้นที่อยู่ห่างไกลจากตัวอำเภออมก๋อย 76 กม. และห่างตัวจังหวัด 280 กม. ทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางเพื่อเข้าไปติดต่อราชการ หรือเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และเหตุข้อที่ 3. คือสถานที่แห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและสวยงามทางธรรมชาติ เทียบความสวยงามของ "นันทบุรี" แล้ว เสมือน "สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย" ทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นดอยม่อนจอง อีกหนึ่งดอยสวยที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยรู้จัก ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำปิงที่ไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล ภูเขาที่มีความสูง 1,929 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ในตำบลม่อนจอง มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีพืชและสัตว์ป่าหายากนานาชนิด เช่น กุหลาบพันปี กวางผา ช้างป่า เป็นต้น และห้วยจิโน หรือหน่วยจัดการต้นน้ำห้วยจิโน

เนื่องจากทางหลวงแผ่นดินไปถึงแค่ตัวอำเภอ และต่อไปอีก 74 กิโลไปที่แม่ตื่น ตำบลอื่นๆของอมก๋อยต้องใช่รถขับเคลื่อน 4 ล้อเข้าไป รถของเราเป็นแค่สี่ล้อเล็กธรรมดา คงไปไหนได้ไม่มากนัก แต่ แค่นี้ก็สุดคุ้มค่าการเดินทางไปเยือนอมก๋อยแล้ว

แต่คิดดูอีกที การที่อมก๋อยไม่เมีอะไรมากมายนัก ก็ดีไปอย่าง ทำให้ อมก๋อยก็จะได้คงความเป็น 'อมก๋อย' อย่างนี้ไปอีกนานๆ

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า