ฝันผลิบาน ดอกเสี้ยวบาน บ้านป่าเหมี้ยง

ท่องเที่ยวธรรมชาติ

คนร่ำลือว่า...ลำปางหนาวมาก คนท้องที่ว่า...ลำปางก็ร้อนมาก จริงๆ ที่หนาว...ตั้งแต่ตอนค่ำๆ ไปถึงเช้าตรู่ อากาศเย็นสะท้านกายเชียว และก็จริงที่ร้อน...เพราะราวแปดเก้าโมงเช้า เลยไปถึงสี่ห้าโมงเย็น อากาศร้อนระอุไปทั่วตัว ผมนะ...ไปสัมผัสมาแล้ว

จะว่าไป ที่ไหนๆ ก็ร้อนจัด หนาวจัดได้เช่นกัน

ต้องกล่าวความผิดไปให้ที่ "สภาวะโลกร้อน"

ได้เปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แม้แต่พรรณไม้ ที่เคยแย้มดอก ตรงตามกาล

ก็ยังเลื่อนเวลา...ที่เผยความสวยงามออกไป

ดอกเสี้ยว...ไม้ป่าก็เป็นดั่งที่กล่าวมา ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมีนาคม ทุกปีผืนป่าตลอดทางไปสู่บ้านป่าเหมี้ยง ต้นเสี้ยวจะออกดอกสีขาว พร้อมใจบานเพียงปีละครั้ง ด้วยสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง วาระการผลิดอก ก็เปลี่ยนเช่นเดียวกัน

ปกติต้นเสี้ยว มักจะออกดอกกันทั้งปีอยู่แล้ว

เพียงแต่มีในจำนวนไม่มากเท่ากับช่วงต้นๆ ปี

ก่อนหน้านั้นไม่นาน ได้มีการจัดงานชื่อว่า เทศกาลดอกเสี้ยวบาน บ้านป่าเหมี้ยง ประจำปี 2558 ซึ่งจัดอย่างต่อเนื่องมา สำหรับปีนี้เป็นครั้งที่ 14

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทาง...อำเภอเมืองปาน องค์การ​บริหารส่วนจังหวัดลำปาง องค์การ​บริหารส่วนตำบลแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน และชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง รวมถึงการท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย (ททท.) ต่างก็ได้ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

แม้ว่าดอกเสี้ยวมิได้เป็นดอกไม้ประจำจังหวัด

แต่ได้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ในตำบลแจ้ซ้อน

ซึ่งเทศกาลดอกเสี้ยวบาน บ้านป่าเหมี้ยง ทางองค์กรต่างๆ ในจังหวัดลำปาง ก็จัดงานเทศกาลขึ้นมา เพื่อให้เป็นกิจกรรมสื่อกลาง ในการส่งเสริมให้กับชาวบ้านพื้นถิ่น อันประกอบไปด้วยชนเผ่าบนพื้นที่สูง ได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ในการบริหารจัดการกับทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามหาศาล ซึ่งมีอยู่มากมายในท้องถิ่น ให้ได้เกิดความยั่งยืน รวมถึงเกิดความตระหนักเห็นคุณค่า ร่วมใจอนุรักษ์หวงแหน ให้ได้อยู่คู่กับชุมชนตลอดไป

นอกจากนั้นเป็นการประชาสัมพันธ์ หรือส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ไปสนองตอบต่อแผนพัฒนาจังหวัดลำปาง ซึ่งต้องการจะผลักดันให้จังหวัดลำปางเป็น นครแห่งความสุข และเป็นหนึ่งในสิบสองเมืองต้องห้าม...พลาด ภายใต้สโลแกนที่ว่า เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อีกทั้งเป็นการเปิดเส้นทาง ที่เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 3 จังหวัด ในกลุ่มภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งอารยธรรมล้านนา และแหล่งศูนย์รวมทางสังคมวัฒนธรรม ในหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์

แต่สำหรับ "การท่องเที่ยวธรรมชาติ" ของผมในครั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกด้าน ภายในเขตจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง ได้พามาสัมผัสตั้งแต่ต้นเดือนก่อนแล้ว โดยเป็นทริปทำข่าวและทัศนศึกษาเส้นทาง ที่ชื่อว่า ดอกเสี้ยวบาน ณ ลำปาง Dream Destinations ที่ห้ามพลาด

สำหรับเรื่องของการเดินทางนั้น ทางทีมงานของ ททท. ได้พาเรามาเริ่มต้นจากตัวเมืองลำปาง แล้วแล่นรถไปตามทางหลวงหมายเลข 1035 เส้นลำปาง-แจ้ห่ม ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 58 แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1287 ที่เป็นเส้นทางไปอำเภอเมืองปาน ไปเลี้ยวขวาตรงสามแยก แล้วก็ใช้ทางหลวงหมายเลข 1252 เส้นข่วงกอม-ปางแฟน ประมาณ 11 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ไปตามถนน รพช.อีกราวๆ  3 กิโลเมตร ก็ถึง​ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน หรือมีให้เลือกอีกหนึ่งเส้นทาง คือเริ่มต้นจากจังหวัดเชียงใหม่ก่อน แล้วแล่นรถไปตามเส้น​ทางหลวงหมายเลขสี่ตัว 1006 ผ่านไปทางอำเภอสันกำแพง แล้วเข้าสู่ถนนสายห้วยแก้วบ้านแม่กำปอง ผ่านที่บ้านป่าเหมี้ยง และที่ทำการอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อย่างปลอดภัย

ณ บ้านป่าเหมี้ยง อำเภอปาน จังหวัดลำปาง ซึ่งตลอดเส้นทางไปสู่บ้านป่าเหมี้ยง ต้องผ่านไปตามทางโค้งซ้ายโค้งขวา จนผมได้แอบผล็อยหลับมาตลอดทาง ครั้นเมื่อรถมาจอดแน่นิ่งตัวได้แล้ว ผมก็เผยอเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ  และภาพที่แสนจะงดงามตา ก็ปรากฏให้เห็นอยู่รอบตัวไปหมด ซึ่งเป็นมโนภาพที่เสมือนอยู่ในความฝัน...Dream Destinations

นี่กระมั่ง...ที่เป็นที่มาของ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน Dream Destinations ซึ่งทางด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มายกย่องบ้านป่าเหมี้ยง

หมู่บ้านขนาดย่อมๆ ...บ้านป่าเหมี้ยง ซึ่งถูกแวดล้อมไปด้วยดอยไพร ก็ตามพงไพรที่เป็นผืนป่าเบญจพรรณนั้น มีเสี้ยวป่าขึ้นงอกงามอยู่ทั่วไป เมื่อถึงกาลเวลาอันเหมาะสม จะหย่อนทิ้งใบลงไปสู่ผืนดิน จากนั้นดอกเสี้ยวก็เริ่มผลิดอก เบ่งบานความขาวสะอาดสะอ้านตา ในยามมีสายลมเย็นโบยโบกมา กลีบอันบอบบางจากช่อดอก ก็หลุดปลิวพลิ้วลอยไปตามสายลม พร้อมกับมีท่วงทำนองอันไพเราะ จากวิหคตัวจิ๋วจ้อยสีสดใส ที่กำลังซุ่มหลบเปล่งเสียงขับร้อง

แม้สาวๆ ในสังคมเมือง ที่เคยแต่ก้มหน้าก้มตา ง่วนกับโซเชียลเทคโนโลยี ก็ยังพากันเงยใบหน้าสวย เพ่งความงามของ​ดอกเสี้ยว ที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ 

โลกธรรมชาติ หยุดโลกออนไลน์...ได้ชั่วขณะ

ก็แล้วพอได้เซลฟี่...สาวๆ ก็ก้มแชร์รูปในไลน์

และมาเป็นคนเมืองสังคมก้มหน้าเหมือนเดิม

ส่วนตัวผมจ่อมตัวนั่งที่โคนต้น พร้อมกับยกกล้องขึ้นถ่ายภาพ จากนั้นก็เปิดตำราพฤกษศาสตร์ พบว่า เสี้ยวดอกขาว...ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bauhinia variegata ส่วนภาษากะเหรี่ยงเรียกว่า โพะเพ่ เป็นพืชมี​ดอกชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในวงศ์ Fabaceae จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็ก โดยมีระดับความสูงประมาณ 12 เมตร แต่ก็น้อยนักที่จะสูงไปถึง 15 เมตร ซึ่งมีเรือนยอดที่โปร่งบาง ตามกิ่งก้านไม่ค่อยจะสม่ำเสมอ เปลือกตามลำต้นเกลี้ยงเป็นสีเทาอ่อนๆ  บางส่วนก็มักมีรอยแตกหยาบๆ  ส่วนใบมีขนาด 5-12 เซนติเมตร ในลักษณะที่กลมปลายแยก 2 พู ช่วงที่ใบอ่อนจะนุ่มๆ มือ ส่วนใบที่แก่แล้ว จะมีนวลอยู่ด้านบน ด้านล่างจะมีสีอ่อนกว่า และมีขนขาวละเอียด

ดอกเสี้ยวขนาด 7-10 เซนติเมตร มีสีขาวหรืออมชมพูเรื่อๆ  มีประสีชมพูเข้มที่กลีบดอก ครั้งออกดอกก็มักเป็นช่อชั้นๆ  ตามกิ่งก้านที่ไม่มีใบ โดยจะปกคลุมไปหมดทั้งต้น ส่วนทางด้านสรรพคุณของ​ดอกเสี้ยว หมอยาพื้นบ้าน ใช้เป็นยาดับพิษไข้ และเป็นยาระบาย ใบอ่อนหรือผลอ่อน เห็นว่า...ชาวบ้านแถวนี้ จะนำมาต้มจิ้มน้ำพริก หรือนำไปแกง

แล้วยังมีเมนูเด็ดยิ่งไปกว่านั้น คือดอกเสี้ยวชุบแป้งทอด โดยนำดอกเสี้ยวสดๆ  มาล้างน้ำทำความสะอาด คลุกน้ำแป้งชุบทอด​กรอบ นำลงทอดในน้ำมันร้อนๆ ให้พอเป็นสีเหลืองทอง ถ้าอยากเพิ่มรสชาติความอร่อย ก็นำไปจุ่มในน้ำจิ้มหรือน้ำพริกเผา

อีกทั้งดอกสด มาทำ ยำดอกเสี้ยว ได้อีกด้วย

เพื่อจะได้ต่อเนื่องกับเมนูต่างๆ  ที่นึกขึ้นมาแล้วต้องน้ำลายสอ จึงเร่งเดินทางไปต่อกันที่ ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง โดยอยู่ในเขตการปกครองของตำบลแจ้ซ้อน ซึ่งก็ได้ตั้งหลักปักฐานอยู่บนพื้นที่สูง จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1,000-2,000 เมตร

ที่สำคัญเราจะได้ลิ้มลองชิมเมนูที่กล่าวขึ้นมาเมื่อสักครู่ และก็ยังได้ถือเป็นมื้อกลางวันอันแสนเอร็ดอร่อยซะเลย ณ ร้านค้าของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง ที่ชื่อว่า ร้านแวะกำ พร้อมกับที่มีการทำเมนู ยำใบชาทูน่า มาประชันในความอร่อยกับเมนูดอกเสี้ยว

หลังทานอาหารเสร็จสรรพ ก็มีการเล่าถึงความเป็นมาของหมู่บ้านจาก ผู้ใหญ่ชาญชัย จาตุมา ว่าการที่ได้ชื่อ​ว่าบ้านป่าเหมี้ยงนั้น เพราะพื้นที่บริเวณนี้ มีการทำไร่เหมี้ยง (ชา) มาช้านานแล้ว โดยไม่ปรากฏหลักฐานอย่างแน่ชัด มีเพียงแต่คำบอกเล่า ของคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน ว่าเข้ามาตั้งถิ่นฐาน เมื่อประมาณ 200 กว่าปี ซึ่งได้มี หลวงธิ กับ หลวงเครื่อง ที่เป็นกลุ่มแรกที่เข้ามา ในขณะนั้นมีชาวบ้านเพียง 25 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย คนเมืองหรือคนลำปาง ที่หนีการเกณฑ์ทหารในช่วงสงคราม และหนีการเก็บภาษี 4 บาทในสมัยก่อน ทั้งขมุจากเกาะไทร ประเทศลาว เข้ามาค้าขายกับคนเมือง และมีพวกม่านหรือเงี้ยว ก็ได้เข้ามาหาที่ทำกิน

ช่วงปี 2531 ทางราชการประกาศ ให้พื้นที่บ้านป่าเหมี้ยง เป็นเขตอนุรักษ์ ของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีมาตรการป้องกัน มิให้ตัดไม้ทำลายป่า ห้ามล่าสัตว์ และหาของป่า โดยจัดพื้นที่ใช้สอยในเขตหมู่บ้าน ทำให้ในการดำเนินชีวิต เปลี่ยนไปในทางที่ดี

และระหว่างที่แล่นรถลงจากบ้านป่าเหมี้ยง ผมแอบกระหยิ่มกริ่มใจ กับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่มีความสวยงาม ไม่แพ้กับความงดงามของ​ดอกเสี้ยว