อาหารแสลงโรค

อาหารบำบัด

ในช่วงอากาศแปรปรวนแบบคาดเดาไม่ได้ บางครั้งก็มีหนาว ร้อน และฝนตก ในวันเดียวกัน รวมไปช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูหนึ่งเป็นอีกฤดูหนึ่ง แม้แต่คนที่สุขภาพแข็งแรงก็ยังโดนไข้หวัดเล่นงานได้ง่ายๆ อย่างน้อยๆก็มีคนเป็นไข้หวัดสักครั้งในหนึ่งปี แต่หลายคนเป็นหวัดปีละหลายครั้ง

อันที่จริงแล้ว การเป็นไข้หวัดธรรมดาที่ไม่ใช่หวัดร้ายแรง ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นปัญหาอะไร บางคนอาจจะบอกว่าก็แค่เป็นหวัด แต่อาการปวดหัว ตัวร้อน ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ มีเสมหะ ก็ล้วนเป็นความไม่สบายที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ทำงานทำการได้ไม่เต็มที่ และไข้หวัดสมัยนี้เมื่อเป็นแล้ว เราไม่ดูแลตัวเอง ก็มักจะไม่ค่อยหายได้ง่ายๆ

เวลาเป็นหวัดแล้ว ใครๆก็มักจะบอกกับเราว่า ให้พักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำมากๆ จะได้หายเร็วๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เราอาจไม่ค่อยได้พูดถึงก็คือ เรื่องของอาหารการกิน อาหารมีทั้งที่ถูกกับโรค นั่นคือช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานแข็งแรง อาการทุเลาลงและหายเร็วขึ้น ในขณะอาหารบางชนิดซึ่งเรารับประทานอยู่เป็นปกติ แต่กลับไปซ้ำเติมอาการป่วยในยามที่เราไม่สบาย อาหารนั้นสำคัญจริงๆค่ะ มาดูกันว่า เมื่อเราไม่สบาย เราควรรับประทานหรือหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง


@ อาหารแสลงโรค

โดยทั่วไป เวลาที่คุณไม่สบายเป็นไข้เป็นหวัด ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันต่ำ คุณควรหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ เช่น แป้งขัดขาว น้ำตาลขัดขาว และสารให้ความหวาน เช่น น้ำตาลเทียม

อาหารที่มีความเป็นกรดสูง : เมื่อร่างกายพยายามที่จะดึงตัวเองให้กลับมาสู่สภาพสมดุล คุณต้องหยุดเพิ่มความเป็นกรดที่จะทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ควรงดอาหารที่อาจทำให้เกิดการแพ้ เช่น นมและกลูเต็น หลีกเลี่ยงหรือกินนมและเนื้อแดงให้น้อยลง เพราะทั้งสองอย่างนี้ย่อยยากและเพิ่มความเป็นกรดในร่างกาย

อาหารหวาน : น้ำตาลทำให้เกิดความเป็นกรดในร่างกาย เวลาไม่สบายควรหลีกเลี่ยงน้ำตาลขัดขาวและน้ำตาลเทียม ที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบมากขึ้น หากอยากทานหวาน ควรเปลี่ยนเป็นน้ำผึ้งหรือเมเปิลไซรัปแทน ซึ่งนอกจากจะไม่แสลงแล้ว ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์มากมาย หรือไม่อย่างนั้นก็รับประทานผลไม้สดแทน เพราะได้ทั้งความหวานที่ไม่เป็นอันตราย แล้วยังได้ไฟเบอร์แถมมาด้วย

กรดไขมัน : เคยสังเกตไหมว่า ไก่ทอดของโปรด แต่เมื่อรับประทานตอนเป็นหวัด กลับไม่รู้สึกอิ่มอร่อยเหมือนเคย แถมยังทำให้รู้สึกไม่ดีอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะอาหารที่มันๆ หรือมีไขมันสูง มักจะทำให้กระเพาะต้องทำงานหนัก และยังกระตุ้นให้เกิดการอักเสบมากขึ้น ดังนั้น เวลาไม่สบาย คุณควรงดอาหารที่มีไขมันสูงทั้งหลายโดยเฉพาะอาหารฟาสต์ฟู้ด

นม : คนส่วนใหญ่เชื่อว่านมทำให้มีน้ำมูกและเสมหะมากขึ้นเมื่อเป็นหวัด และหากมีอาการท้องเสียด้วยก็ยิ่งไม่ควรดื่มนมอย่างยิ่ง แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นโยเกิร์ตในปริมาณที่ไม่มากนัก นอกจากจะทดแทนกันได้แล้ว ยังจะเป็นผลดีต่อร่างกายอีกด้วย เพราะในโยเกิร์ตมีโปรไบโอติกอยู่มาก


@ อาหารที่ถูกกับโรค

ซุป : อาหารยอดนิยมอันดับ 1 2สำหรับผู้ป่วย รักใครต้องให้ดื่มซุป (หนังจีนเขาว่าไว้ค่ะ) น้ำต้มกระดูกที่ใช้เวลาเคี่ยวนานๆจะมีสารอาหารอยู่มากมายอยู่ในนั้น รวมถึงแร่ธาตุสำคัญอย่าง แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และแร่ธาตุรองอื่นๆ การดื่มน้ำซุปอุ่นๆจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับความเจ็บป่วยได้โดยธรรมชาติ และจะช่วยให้หายป่วยได้เร็วขึ้น

ชาเขียว : นอกจากจะเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยมแล้ว ชาเขียวยังมีคุณสมบัติในการต้านไวรัสและเชื้อแบคทีเรียอีกด้วย แต่ถ้าคุณอยากเลี่ยงกาเฟอีนในชาเขียว เปลี่ยนมาดื่มชาคาโมไมล์ก็แทนกันได้ค่ะ เพราะคาโมไมล์จะให้สารฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อโรคด้วยเช่นกัน

น้ำผึ้ง : เป็นหนึ่งในอาหารธรรมชาติที่ใช้บรรเทาอาการไอได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการศึกษากับเด็กที่มีอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน และพบว่าเด็กที่รับประทานน้ำผึ้งก่อนนอนครั้งละ 2.5 มิลลิลิตร มีอาการทุเลาลงมากกว่าเด็กที่รับประทานยาแก้ไอสมัยใหม่

ผลไม้รสเปรี้ยว : เช่น ส้ม เสาวรส เกรปฟรุ้ต มะนาว ฯลฯ เต็มไปด้วยสารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะวิตามินซี ซึ่งดีสำหรับคนที่เป็นหวัด คัดจมูก เจ็บคอ รับประทานสดดีที่สุด หรือคั้นเป็นน้ำผลไม้ดื่มทันที สำหรับมะนาวยอดฮิต บีบใส่น้ำดื่มทุกวันยิ่งดี (แม้ในยามที่ไม่ป่วย) โดยปกติร่างกายต้องการวิตามินซีวันละไม่เกิน 200 มิลลิกรัม ดังนั้น ถ้าเราดื่มน้ำใส่มะนาว หรือรับประทานผลไม้รสเปรี้ยวทุกวัน ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งวิตามินเสริมแต่อย่างใด

แอปเปิ้ลไซเดอร์ : ประโยชน์ของแอปเปิ้ลไซเดอร์นั้นครอบจักรวาล แทบจะไล่เรียงกันไม่หมดเลยทีเดียว เพราะแอปเปิ้ลไซเดอร์มีคุณสมบัติในการต้านไวรัส ต้านเชื้อแบคทีเรีย และต้านการอักเสบ นอกจากนั้นยังช่วยลดความเป็นกรดในร่างกายด้วยการทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความเป็นด่าง ชงน้ำดื่มกับแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้งนิดหน่อย ดื่มตอนเช้า หรือจิบเรื่อยๆระหว่างวัน

อาหารเผ็ดร้อน : เวลาที่เราเป็นหวัดคัดจมูก หากได้ซดแกงเลียงร้อนๆ ใส่พริกไทยเยอะๆ แป๊บเดียวจมูกโล่งสบาย หายใจคล่อง ทั้งนี้ก็เพราะว่า เวลาที่เรากินอาหารเผ็ดร้อน ร่างกายของเราจะละลายมูกและเสมหะที่อุดตันอยู่ในร่างกาย ทำให้เราหายใจได้โล่งสบายขึ้น ดังนั้น เวลาเป็นหวัดคัดจมูก พริกไทย หัวหอม วาซาบิ เป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดค่ะ นอกจากนั้นยังช่วยบรรเทาอาหารปั่นป่วนในกระเพาะได้อีกด้วย

กระเทียม : ด้วยสรรพคุณเป็นยาต้านจุลชีพ และยาปฏิชีวนะโดยธรรมชาติ ทำให้กระเทียมเป็นอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้อย่างดี นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มเอนไซม์ที่ช่วยล้างพิษในเลือดอีกด้วย มีการศึกษาที่แสดงว่า กระเทียมไม่เพียงช่วยบรรเทาหวัดเท่านั้น แต่ยังช่วยให้อาการทุเลาและหายเร็วขึ้น ยิ่งถ้าบำรุงด้วยน้ำซุปต้มกระดูกควบคู่กันไปด้วย ก็จะยิ่งช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเร็วขึ้น

ขิง : มีสรรพคุณที่เรารู้จักกันดีคือ แก้อาการคลื่นไส้ แต่แทนที่จะใช้ชาขิงสำเร็จรูปที่มีน้ำตาลสูง ควรซื้อขิงแก่มาต้มเองจะดีกว่า เติมหวานพอปะแล่มด้วยน้ำผึ้ง หรือไม่ต้องเติมเลยก็ยิ่งดี เพราะความหวานนั้นไม่ถูกโรคกับอาการอักเสบเลยค่ะ

กล้วยหอม : นอกจากจะมีวิตามินสูงและมีน้ำตาลที่ให้พลังงานแล้ว กล้วยหอมยังนุ่มนวลกับกระเพาะ ย่อยง่าย ไม่เพิ่มภาระให้กระเพาะต้องทำงานหนักเกินไป

เวลาที่ร่างกายถูกโจมตีด้วยไข้หวัด ยิ่งคุณดูแลตัวเองดีเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งฟื้นตัวได้เร็วขึ้นเท่านั้น และการกินอาหารให้เหมาะสมก็มีความสำคัญมาก อย่าลืมว่า "กินอาหารเป็นยา" เป็นวิธีรักษาตัวเองที่ดีที่สุดค่ะ