ไทยแลนด์ 2015

คิดเห็นประเด็นข่าว

นายเช็ง จี้ ไถ โหรชื่อดังชาวฮ่องกงได้ทำนายว่า ปีนี้เป็นปีแพะ ตามความเชื่อเรื่องปีนักษัตรของจีนเนื่องจากแพะเป็นสัตว์ที่ไม่มีความดุร้าย จึงยังมิอาจขับไล่อิทธิพลของภัยต่างๆ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในช่วงปีม้า พ.ศ.2557ออกไปได้ เห็นได้จากการเกิดอุบัติเหตุทางอากาศที่รุนแรงถึงชีวิตหลายครั้ง และมีแนวโน้มว่าอาจจะเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ขณะที่สถาบันวิเคราะห์หลักทรัพย์ฮ่องกง ซีแอลเอสเอ เผยแพร่ดัชนีฮวงจุ้ยประจำปีแพะ พ.ศ.2558 ซึ่งเป็นการวิเคราะห์เศรษฐกิจโดยอ้างอิงศาสตร์เรื่องฮวงจุ้ยหรือธาตุต่างๆในธรรมชาติ ระบุว่า เศรษฐกิจปีนี้อาจมีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากแพะเป็นสัตว์ที่เชื่องโดยธรรมชาติ ส่วน นางเทียร์รี โชว นัก ฮวงจุ้ยชื่อดังชาวฮ่องกง กล่าวว่า แพะเป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดกับดินจึงมีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลกในปีที่ผ่านมาจะยังไม่กระเตื้องขึ้นในปีนี้ ทั้งยังอาจเป็นสัญลักษณ์ของความเจ็บป่วย มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคตัวใหม่เกิดขึ้นได้อีก เนื่องจากปีแพะครั้งสุดท้ายที่ตรงกับพ.ศ.2546 เกิดโรคทางเดินหายใจ ซาร์ส ขึ้นในฮ่องกง ทำให้มีผู้ล้มป่วยมากกว่า 8,000 ราย และเสียชีวิตราว 744 รายทั่วโลก นอกจากนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นธาตุดินอาจจะเข้าสู่ช่วงขาลง เนื่องจากปีนี้มีปัจจัยของธาตุไม้เข้ามาเกี่ยวข้อง คงจะหลีกเลี่ยงผลกระทบตรงจุดนี้ไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าธาตุไม้จะไม่ดี เพราะส่งผลให้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดกระแสเอื้อต่อธรรมชาติ เช่น คนอาจจะหันมาบริโภคมังสวิรัติกันมากขึ้น ทำเกษตรกรรมมากขึ้น และเน้นความเป็นอยู่อย่างพอเพียง

ผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยพ.ศ.2557 ที่ผ่านมาพบว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตประมาณหนึ่งในสามของประชากร คิดเป็นเวลาเฉลี่ยประมาณ 50.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 7.2 ชั่วโมงต่อวัน โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือหรือสมาร์ทโฟนเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ตามด้วยโน้ตบุ๊คและแท็บเล็ต ส่วนคนไทยทำอะไรผ่านอินเทอร์เน็ตมากที่สุด อันดับแรก คือการพูดคุยผ่านสังคมออนไลน์ หรือการแช็ต รองลงมาเป็นการรับส่งอี-เมล อ่านข่าว อ่านหนังสือออนไลน์ รวมทั้งการหาข้อมูล ขณะที่การซื้อสินค้าหรือช็อปปิ้งออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเนื้อหาและเวลาที่โพสต์กันมากที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเวลาท่องเที่ยวหรือเทศกาล รองลงมาเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกับการแชร์ข้อมูลผ่านโลกโซเชียลที่มีเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

นอกจากนี้ยังพบว่า เฟซบุ๊คเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของผู้บริโภคชาวไทย โดยร้อยละ93 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยเคยใช้เฟซบุ๊ค อันดับสองรองลงมาเป็น โปรแกรมแช็ตไลน์ ร้อยละ 86 เบียดคู่คี่มากับกูเกิ้ล ซึ่งเคยติดอันดับสองเมื่อปี 2556 ตกลงมาเป็นอันดับสาม ตามด้วยอินสตาแกรม และนกสีฟ้าทวิตเตอร์

เมื่อไม่นานมานี้ โลกออนไลน์เป็นที่ฮือฮากันมากกับประเด็นที่ลูกจ้างฟ้องร้องนายจ้างกรณีไล่ออกจากงาน เนื่องจากแช็ตในเวลางานวันละชั่วโมง จนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ลูกจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายไป ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่า การกระทำดังกล่าวของนายจ้างสามารถบอกเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกล่วงหน้าและไม่ได้รับค่าชดเชย ขณะที่ก่อนหน้านี้ถ้าจำกันได้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยก็มีคำสั่งห้ามข้าราชการใช้โซเชียลมีเดียในช่วงเวลาทำงาน ทำให้กลายเป็นประเด็นร้อนที่มองได้สองด้านว่าในโลกที่โซเชียลมีเดียเข้ามาใกล้กับการทำงาน ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันเองก็ประกาศจะนำประเทศไทยเข้าสู่ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การตัดสินของนายจ้างที่เห็นลูกจ้างเอาเวลางานไปใช้ส่วนตัวกับการสั่งงานผ่านโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอาจเป็นเส้นแบ่งที่บางเบา และอาจจะส่งผลต่อการฟ้องร้องกันได้มากขึ้นหากกฎหมายขาดความชัดเจนในเรื่องนี้

จากประมาณการณ์ทางเศรษฐกิจซึ่งจัดทำโดย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า จีดีพีของไทยตลอดทั้งปี 2557 โต 0.7% ส่วนปี 2558 คาดว่าจะขยายตัว 3.5-4.5% คามที่คาดการณ์ไว้ ข้อจำกัดอยู่ที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน และแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินสกุลต่างๆทำให้ค่าเงินบาทแข็งตัวส่วนเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 0.1-1.0% แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวแต่ยังอ่อนอยู่ อย่างไรก็ตามหากมองในภาพรวมของประเทศอาเซียนแล้วปรากฏว่า ประเทศเวียดนามขยายตัวได้ 6% ฟิลิปปินส์ 6.1% อินโดนีเซีย 5% และมาเลเซีย 6% ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย กลับยืนยันว่า สภาพคล่องของไทยในระยะนี้มีเพียงพอที่จะสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว หากพิจารณาเฉพาะสภาพคล่องรายวันส่วนที่เกินกว่าการใช้ในระบบมีประมาณ 700,000-900,000 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งเป็นเงินของธนาคารพาณิชย์ที่เหลือจากการปล่อยสินเชื่อหรือทำธุรกิจอื่นๆในแต่ละวันนอกจากนี้ยังมีเงินฝาก 7 วัน 14 วันและ1เดือนอีก แสดงให้เห็นว่าในภาพใหญ่ของประเทศยังมีเงินที่จะใช้ในการลงทุน หรือหมุนเวียนไปยังภาคต่างๆเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ ซึ่งเงินส่วนนี้หากประเทศมีการลงทุนขนาดใหญ่หรือภาคธุรกิจมีความมั่นใจที่จะขยายธุรกิจ หรือลงทุนโครงการใหม่เพิ่มเติมสามารถมากู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ไปลงทุนได้

หากในมุมมองของ อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรม ให้ความเห็นว่า จากการประเมินความต้องการแรงงานภาคอุตสาหกรรมในช่วง 3 ปีข้างหน้า คือระหว่าง พ.ศ.2558-2560 จะมีความต้องการตลาดแรงงานทั้งระบบ 3,268,000 ตน จึงได้มีการเร่งประสานงานไปยังกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อจัดทำข้อมูลเตือนภัยให้กับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่มีหน้าที่ผลิตแรงงานป้อนให้กับภาคการผลิตเพื่อร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการเร่งผลิตแรงงาน เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง โดยสาเหตุหลักๆที่คาดว่าจะขาดแคลนแรงงานจำนวนมากนี้มาจากการขอส่งเสริมการลงทุนเมื่อปี 2556-2557 มีมูลค่าการลงทุนทยอยเกิดขึ้น 1 ล้านล้านบาท และ 2 ล้านล้านบาทตามลำดับ ซึ่งใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี และการจ้างแรงงานจะตามมา

สำหรับความต้องการจ้างงานจะมาจาก 5 สาขา ประกอบด้วย อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม 1,310,000 คน โดยส่วนนี้เป็นแรงงานไร้ทักษะ สามารถพึ่งแรงงานต่างด้าวได้ รองลงมาคืออุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 885,000 คน อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 470,000 คน อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน430,000 คน และอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ 173,000 คน โดยอุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องการแรงงานที่มีทักษะ จึงต้องมีการเตรียมแรงงานไว้รองรับให้พร้อม

ขณะที่ สมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ออกมาเตือนว่าในช่วงปิดภาคเรียนและมีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองถือโอกาสพาครอบครัวเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศและเมื่อเดินทางกลับจะซื้อของฝากของที่ระลึกหรือสินค้าแบรนด์เนมที่นิยมกลับมาด้วย โดยไม่ทราบกฎระเบียบการนำของติดตัวเข้าประเทศ ซึ่งอาจจะต้องชำระอากรสินค้าที่มีมูลค่าเกินกว่ากฎหมายอนุญาตหรืออาจต้องเสียค่าปรับหรือถูกริบของบางรายการที่เป็นของต้องห้ามด้วย จึงขอแจ้งเตือนให้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศเข้าใจว่า กรมศุลกากรได้จัดบริการช่องผ่านพิธีการศุลกากรแก่ผู้โดยสารขาเข้า ณ ท่าอากาศยานนานาชาติตามมาตรฐานสากล 2 ช่องทาง คือช่องตรวจเขียวไม่มีของต้องเสียภาษีอากร และช่องตรวจแดง มีของต้องเสียภาษีอากร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะตรวจสอบให้แน่นอนว่าจะต้องเสียหรือไม่เสียภาษี ซึ่งจะเน้นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศ โดยมิไดทำการตรวจสัมภาระของผู้โดยสารทุกคน แต่จะสุ่มตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์ตามหลักมาตรฐานสากล ฉะนั้นหากนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ก็จะไม่เกิดปัญหาแต่อย่างใด

ย้อนหลังไปเมื่อพ.ศ.2183 หรือราว 375 ปีที่แล้ว วัน วลิต พ่อค้าชาวฮอลันดา ได้เขียนบันทึกถึงอุปนิสัยใจคอและความประพฤติของคนไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาว่า "ชาวสยามโดยทั่วไปหยิ่งและอวดดี...พวกเขามีความหยิ่งและคิดว่าไม่มีชาติไหนๆสามารถเท่าเทียมพวกเขาได้ กฎหมายขนบธรรมเนียม และความรู้ของพวกเขาดีกว่าที่ไหนๆในโลกนี้ ท่าทางและใบหน้าดุและหยิ่ง พวกเขาสุภาพในการสนทนา นิสัยพวกเขา ร่าเริง แต่ขลาดกลัว ไว้ใจไม่ได้ ปิดบังอำพราง หลอกลวง ช่างพูด และเต็มไปด้วยการโกหก"

วันนี้คนไทยปัจจุบันได้รู้ความจริงเกี่ยวกับบ้านเมืองของเราเพียงใด เศรษฐกิจดีขึ้นหรือแย่ลง คนไทยมีความสุขสงบ และกำลังจะเดินหน้าไปสู่สิ่งที่ดีกว่าหลังจากการปฏิรูปประเทศจริงหรือไม่...จะมี ใครให้คำตอบได้อย่างแท้จริง ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องการความแม่นยำในการตัดสินใจ ความไม่ประมาทและการยึดหลักพอเพียง อาจนำมาใช้ในการหยุดยั้งความสูญเสียได้