พันธกิจเพื่อ...

"คนไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง"
สายตรงรายงาน

2. ช่วงเวลาบ่าย กลุ่มอินทัช ซึ่งประกอบไปด้วย บริษัทอินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยคม และ บริษัทซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) หรือ ซีเอส ล็อกซอินโฟ ได้นำพาสื่อมวลชนต่างๆมายังศูนย์การเรียนรู้สหกรณ์น้ำดื่มบ้านคลองไคร ภายใต้โครงการแคมป์สนุกคิดกับอินทัช กับกิจกรรม "CSR INTOUCH GROUP" และเป็นพันธกิจหลักที่ว่า "คนไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง"

เมื่อมาถึง โรงเรียนบ้างคลองไคร ตรงเข้าพูดคุยกับผู้นำชุมชน อิหม่ามมัสยิดบ้านคลองไคร วิรัช กาดำ ได้เล่าว่าน้ำฝนที่ตกมาตามธรรมชาติ เมื่อผ่านหลังคากระเบื้องลงมานั้น ก็ยังไม่มีความสะอาด ต่อการนำไปดื่มกิน ทางชุมชนบ้านคลองไคร จึงเริ่มทำน้ำประปา เมื่อปี 2550 ขณะนี้มีน้ำประปาหมู่บ้าน 2 จุดด้วยกัน โดยน้ำที่มาสู่โรงเรียนนั้น ก็เป็นน้ำประปาชุมชนเช่นกัน สมัยก่อนเด็กดื่นน้ำประปา โดยไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง ซึ่งยังไม่สะอาดพอแก่การดื่ม เด็กบางคนจึงนำน้ำมาดื่มเอง อีกทั้งโรงเรียนซื้อน้ำจากภายนอกด้วย แต่ละวันเสียค่าใช้จ่ายมาก ต่อมาได้มีความคิดให้มีน้ำดื่มกันเอง โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอินทัช

"ผมในฐานะผู้นำชุมชนบ้านคลองไคร...ก็ดีใจนะครับ ที่เห็นเด็กๆได้มีน้ำสะอาดดื่มกินกัน เพื่อได้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ต่อเมื่อน้ำทุกหยดมีคุณค่ามากมาย จึงอยากให้ทุกคนใช้กันอย่างประหยัด เพราะเมื่อไม่มีน้ำ...ชีวิตเราก็จะไม่สมบูรณ์ อย่างที่เรารู้กันว่า 'น้ำ' คือ 'ชีวิต' น้ำให้คุณแก่สรรพสิ่ง" อิหม่ามมัสยิดบ้านคลองไครฝากข้อคิด

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองไคร ไพโรจน์ ขาวสังข์ กล่าวในระหว่างการเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้สหกรณ์น้ำดื่มบ้านคลองไคร ว่าภายในบ้านคลองไคร ประสบปัญหาเรื่องการคาดแคลนน้ำดื่มอย่างมาก ทางโรงเรียนบ้านคลองไคร ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ แล้วได้เสนอโครงการไปยัง บริษัทอินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อของบประมาณสนับสนุนเครื่องกรองน้ำ ส่วนทางด้านโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ก็ได้ระดมทุนในรูปแบบของสหกรณ์ เพื่อทำให้ทุกคนได้มีส่วนเป็นเจ้าของ ขณะนี้มีจำนวนสมาชิกทั้งหมด 506 คน

"นอกจากนั้นทางโรงเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษา ได้เห็นว่า เรามีทรัพยากรแหล่งเรียนรู้ ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้ให้สหกรณ์น้ำดื่มเป็นฐานการเรียนรู้การศึกษา ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งศูนย์การเรียนรู้สหกรณ์น้ำดื่มบ้านคลองไคร เกิดจากความร่วมมือและมีส่วนร่วม จากนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ผู้นำหมู่บ้าน และชุมชน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง" ผอ.กล่าวเสริม

ศูนย์การเรียนรู้สหกรณ์น้ำดื่มบ้านคลองไคร ณ โรงเรียนบ้านคลองไคร อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ จัดตั้งจากความร่วมมือร่วมใจ ของโรงเรียนและชุมชน ตลอดจนพลังสร้างสรรค์ ของนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ภายใต้การดำเนินโครงการแคมป์สนุกคิดกับอินทัช "เยาวชนพอดี โรงเรียนพอเพียง" ของ บริษัทอินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในปี 2553 ที่ผ่านมา

เนื่องจากพื้นที่ของชุมชนและโรงเรียน ต่างประสบปัญหาเรื่องของน้ำ โดยเฉพาะน้ำที่ใช้ในการบริโภคไม่เพียงพอ ก็เพราะด้วยการประปายังเข้าไปไม่ถึง จึงทำให้ต้องซื้อน้ำดื่มในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทางโรงเรียนและชุมชน ต่างมีแนวความคิดร่วมกัน ที่จะเสริมสร้างสหกรณ์น้ำดื่มขึ้น เพื่อที่จะได้มีน้ำที่สะอาด เอาไว้บริโภคกันภายในโรงเรียน โดยไม่ต้องซื้อน้ำในราคาแพง รวมถึงยังเป็นแหล่งเรียนรู้ตัวอย่าง เกี่ยวกับกระบวนการผลิต และตรวจสอบน้ำสะอาด ให้กับทางโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของชุมชน ที่มาจากการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรม

เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทางอินทัชได้สนับสนุนองค์ความรู้ และได้นำศักยภาพของบริษัทในด้านต่างๆมาปรับใช้ในการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ร่วมกับชุมชนเพิ่มเติมอีกด้วย โดยมีการจัดอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานน้ำดื่มปลอดภัย จากสาธารณสุขในอำเภอคลองท่อม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่ม การทำความสะอาดบรรจุภัณฑ์ สร้างโรงกรองน้ำ จัดทำถังเก็บน้ำดื่ม รวมทั้งการซ่อมบำรุงและปรับปรุงเครื่องกรองน้ำดื่ม ให้ได้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีความร่วมมือจากนักเรียน คณะกรรมการศูนย์การเรียนรู้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น และเยาวชนจิตอาสามหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตชุมพร ร่วมดำเนินการ

บริษัทอินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กำหนดในพันธกิจ และจัดสรรงบประมาณ สำหรับการดำเนินโครงการ เพื่อตอบแทนสังคมด้วยความรับผิดชอบ ในรูปแบบต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยได้กำหนดนโยบาย ที่เน้นการพัฒนา 3 ด้าน ได้แก่

1. การพัฒนาศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน...เปิดโอกาสให้เยาวชนจิตอาสา ได้มาใช้ความรู้ความสามารถ สร้างสรรค์ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับโรงเรียนและชุมชน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ ซึ่งมีเยาวชนร่วมโครงการกว่า 5,000 คน จาก 1,745 โรงเรียน และ 50 มหาวิทยาลัย มีโครงการและศูนย์การเรียนรู้ฯ ทั้งหมดถึง 45 แห่ง ภายใน 45 จังหวัดทั่วประเทศ

2. การพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน ส่งเสริมการปลูกข้าว ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยไม่ใช้สารเคมี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาไทยให้กินดีอยู่ดี มีเศรษฐกิจที่ดี พึ่งพาตนเองได้ และสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้ท้องถิ่น รวมทั้งขยายผลองค์ความรู้สู่สังคม ตามแนวพระราชดำริ โดยส่งเสริมองค์ความรู้การปลูกข้าวโดยไม่ใช้สารเคมี การบริหารจัดการ การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย การออม การตลาด และบรรจุภัณฑ์ และ

3. ส่งเสริมการมีจิตสาธารณะของพนักงาน ในการไปช่วยเหลือสังคม ด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกพนักงาน ให้มีส่วนช่วยเหลือสังคม ในโครงการพนักงานจิตอาสา พัฒนาชุมชน โดยเปิดโอกาสให้พนักงาน นำศักยภาพของตนเอง ใช้ในการริเริ่มโครงการช่วยเหลือสังคม โดยที่มีบริษัทสนับสนุนทุนและค่าใช้จ่าย ปีนี้มีพนักงานส่งโครงการรวม 19 โครงการ ทุนที่ดำเนินโครงการ 1,533,800 บาท พนักงานเข้าร่วมกิจกรรม 95 คน

ศูนย์การเรียนรู้สหกรณ์น้ำดื่มบ้านคลองไคร ก็เป็นหนึ่งในอีกกิจกรรม ที่เป็นโครงการตอบแทนสังคม โดยประธานกรรมการบริหาร กลุ่มอินทัช สมประสงค์ บุญยะชัย กล่าวกับสื่อมวลชนว่า "เราร่วมส่งเสริมและพัฒนาโครงการ มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ฯ จนปัจจุบันสหกรณ์มีความเข้มแข็ง เกิดรายได้ส่วนหนึ่งแบ่งปันให้กับสมาชิก และในปีนี้เอง เราก็มอบทุนพัฒนาต่อเนื่อง จำนวน 30,000 บาท พร้อมกับมอบถังเก็บน้ำ และกระบอกน้ำ ให้ทางโรงเรียนและนักเรียน เพื่อเอาไว้ใช้ในการบรรจุน้ำดื่มอีกด้วย

...ศูนย์การเรียนรู้ฯดังกล่าว นอกจากส่งเสริม สนับสนุน และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งกันและกันแล้ว ยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งของเยาวชนและชุมชน ให้สามารถพึ่งพาตนเอง ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้แนวคิดที่ว่า 'เยาวชนและชุมชนไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง' เช่นกัน"

ประธานกรรมการบริหารกลุ่มอินทัช ยังได้กล่าวถึงพันธกิจเพื่อส่วนรวมทิ้งท้ายไว้ว่า "เราทั้งหมดทำงานด้านธุรกิจก็จริงอยู่ แต่ที่เราบริหารงานประสบความสำเร็จ ก็เนื่องจากว่า ประชาชนชาวไทย ได้โอบอุ้มอุปการะกับเรา ฉะนั้นเมื่อได้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ แม้ว่าเราจะเสียภาษีให้แล้ว แต่ก็อยากทำเพิ่มเติมไปกว่านั้น เพื่อเป็นการตอบแทนให้กับประเทศไทย และกับประชาชนชาวไทย ที่เป็นการกระทำด้วยความตั้งใจจริงของเรา

...สำหรับในการทำซีเอ็สอาร์นั้น เราจะมีการหารือกันเสมอ กระทำเพื่อเพิ่มคุณค่าแก่สังคม ในหลายปีที่ผ่านมา เราได้ทำไปหลายเรื่อง ในที่สุดก็พบว่า ส่วนหนึ่งที่เราทำให้กับประเทศ คือ ทำให้เกิดความเจริญยิ่งขึ้น ทั้งในด้านสุขภาพร่างกาย ด้านความคิดวิธีปฏิบัติ และด้านของความรู้ ที่เราคิดอย่างนั้น ก็เพราะประชาชน มีความสำคัญแก่ประเทศไทย สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้ แล้วในที่สุดก็ออกมาว่า 'คนไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง' ซึ่งก็ได้หมายความว่า ประเทศที่ไม่มีพลเมืองที่แข็งแรง ในการไปแข่งขันกับประเทศอื่นๆ จะเป็นไปได้อยากมาก อย่างคนโบราณที่เรียกว่า 'พลเมือง' ถือว่าเป็นคนที่มีปัญญา เพราะมาจากคำว่า 'พละ' บวกกับคำว่า 'เมือง' แปลว่าเป็นกำลังของเมือง คือประชาชน เป็นกำลังของประเทศ

...ด้วยสาเหตุดั่งที่กล่าวมา หลังจากที่เราได้ทำซีเอ็สอาร์มาหลายปี เราก็ได้คนไทยแข็งแรง ประเทศไทยก็แข็งแรง และตรงนี้เราก็มาแบ่งงานกันทำ ในส่วนของอินทัช...มาทำเรื่องของเยาวชน และเรื่องของชุมชน เอไอเอสทำในเรื่องสถาบันครอบครัว และส่วนไทคมทำในด้านการศึกษา ซึ่งมีเครื่องมือหรือเทคโนโลยี ที่ช่วยให้การศึกษาพัฒนาขึ้น

...แต่ละจุดๆในประเทศไทย เมื่อประกอบขึ้นมาด้วยความเข้มแข็ง ประเทศไทยก็เข้มแข็งไปด้วย โดยเฉพาะเยาวชนเป็นสำคัญ ที่ไม่เป็นเพียงแต่ผู้รับเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วเยาวชนเป็นผู้ให้ เพราะเยาวชนมาเรียนในโรงเรียน แล้วก็กลับไปบอกกล่าวทางบ้าน ซึ่งเหตุการณ์อย่างนี้ก็เกิดขึ้นบ่อย ฉะนั้นเราจึงให้เยาวชน ได้รับการพัฒนาความคิด"