"บัวบก"...บำรุงสมอง คงความเยาว์วัย

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

บัวบก เป็นสมุนไพรบำรุงสมอง ที่คนเฒ่าคนแก่รู้จักกันอย่างดี กระทั่งเกิดกระแสโลกเรื่องแป๊ะก๊วย ที่ได้รับความนิยมในด้านเป็นยาบำรุงสมอง ทั้งในเมืองไทยก็มีการพยายามปลูก เพื่อนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริม หรืออาหารบำรุงสมองเหมือนกัน จากปรากฏการณ์ดังกล่าว ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้มีแนวความคิดว่า ประเทศไทยของเราเองนั้น ก็มีสมุนไพรใช้บำรุงสมองเช่นกันคือ ใบบัวบก หรือผักหนอก ที่หมอยาทุกภาคใช้บำรุงร่างกาย บำรุงประสาท บำรุงความจำ บำรุงสายตา บำรุงผม บำรุงเอ็น โดยใช้ได้ทั้งกับเด็กและผู้สูงวัยทุกเพศ

ในตำราสมุนไพรไทยกล่าวว่า บัวบกมีรสเฝื่อน ขม เย็น เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย หรืออาการเริ่มเป็นบิด ทั้งยังแก้ลม แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า เรียกว่าเป็นยาบำรุงกำลัง หรือยาอายุวัฒนะอย่างดี ผู้ที่รู้สรรพคุณของบัวบกกล่าวไว้ว่า "กิน 1 เดือนโรคร้ายหายสิ้น มีปัญญากิน 2 เดือนบริบูรณ์น่ารักมีเสน่ห์ กิน 3 เดือนริดสีดวงสิบจำพวกหายสิ้น กิน 4 เดือนลมสิบจำพวกหายสิ้น กิน 5 เดือน โรคร้ายในกายทุเลา กิน 6 เดือนไม่รู้จักเมื่อยขบ กิน 7 เดือนผิวกายจะสวยงาม กิน 8 เดือนร่างกายสมบูรณ์เสียงเพราะ" โดยตำรับยาสมุนไพรทั่วไป จะใช้บัวบกผสมพริกไทยลงไปด้วย เพื่อลดความเย็นของบัวบก คือจะใช้บัวบก 2 ส่วน ผสมกับผงพริกไทย 1 ส่วน แล้วนำไปละลายกับน้ำร้อน กินก่อนนอนครั้งละครึ่งช้อนชา

เช่นเดียวกับในคัมภีร์อายุรเวทของอินเดีย ก็กล่าวไว้ว่า บัวบกทั้งต้นมีกลิ่นฉุน มีรสขมหวาน ย่อยได้ง่าย เป็นยาเย็น ยาระบาย ยาบำรุง ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ บำรุงเสียง ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น เป็นยาเจริญอาหาร แก้ไข้ แก้อักเสบ ผิวหนังเป็นด่างขาว โลหิตจาง มีหนองออกจากปัสสาวะ หลอดลมอักเสบ น้ำดีในร่างกายมากเกินไป ม้ามโต หืด กระหายน้ำ แก้คนเป็นบ้า โรคเกี่ยวกับเลือด และโรคที่มีสมุฏฐานจากเสมหะ คนอินเดียในบางแคว้น จะกินใบบัวบกกับนมทุกวันวันละ 1-2 ใบ ด้วยเชื่อว่า จะช่วยทำให้จิตใจสดชื่นแจ่มใส ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น บำรุงร่างกาย บำรุงประสาท และบำรุงโลหิต ส่วนการแพทย์ทางจีน ถือว่า เป็นสมุนไพรของความเป็นหนุ่มสาว มีสรรพคุณช่วยบำรุง และทำให้แลดูเป็นหนุ่มสาว

บัวบกกับการศึกษาวิจัยและการใช้สมัยใหม่

จากงานศึกษาวิจัยพบว่า บัวบกมีฤทธิ์ในการบำรุงสมองเช่นเดียวกับแป๊ะก๊วย ทั้งช่วยเพิ่มความสามารถในการจำหรือการเรียนรู้ โดยมีการจดสิทธิบัตรสารสกัดบัวบก ในคุณสมบัติช่วยเพิ่มความสามารถในการจำ ในส่วนการศึกษาของมนุษย์พบว่า บัวบกทำให้เด็กปัญญาอ่อนที่กินบัวบกวันละ 500 มิลลิกรัม ติดต่อกัน 3 เดือน ช่วยให้สามารถเรียนรู้ได้ดีกว่ากลุ่มควบคุม อีกทั้งมีการศึกษาการเพิ่มความจำในผู้สูงอายุ โดยใช้สารสกัดบัวบก 750 มิลลิกรัมต่อวันนาน 2 เดือน ช่วยในเรื่องความจำ การเรียนรู้ หรืออารมณ์ของคนสูงอายุดีขึ้นกว่าเดิม สำหรับการวิจัยในผู้หญิงอายุเฉลี่ย 33 ปี ที่ได้รับสารสกัดบัวบก 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง พบว่า ช่วยลดความผิดปกติที่เกิดจากความกังวล ลดความเครียด และการซึมเศร้า

ส่วนการศึกษาในระดับเซลล์ ถึงกลไกการออกฤทธิ์บำรุงสมอง พบว่า บัวบกทำให้การหายใจในระดับเซลล์สมองดีขึ้น ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการเสื่อมของเซลล์สมอง คงสภาพปริมาณของสารสื่อประสาท ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมอง เสริมฤทธิ์การทำงานของสาร GABA ที่เป็นสารสื่อประสาท ในการรักษาสมดุลของจิตใจ ทำให้ผ่อนคลายและหลับได้ง่าย ทั้งยังทำให้หลอดเลือดมีความแข็งแรง และสามารถนำเลือดไปเลี้ยงในอวัยวะต่างๆได้ดีขึ้น บัวบกมีแนวโน้มใช้เป็นอาหารเพิ่มไอ.คิว. เพิ่มความฉลาด เพิ่มความสามารถการจำ และการเรียนรู้ในเด็ก โดยเฉพาะในเด็กปัญญาอ่อนหรือเด็กสมาธิสั้น เนื่องจากทำให้สารในสมองมีความสมดุล คือมีความสงบผ่อนคลาย ช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมอง ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างดี

สำหรับในคนทั่วๆไปนั้น ช่วยชะลออาการของโรคสมองเสื่อมในวัยชรา รวมทั้งช่วยคลายเครียด ทำให้มีสมาธิในการทำงาน ปัจจุบันในร้านขายผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพในประเทศสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศ มีบัวบกแคปซูลที่ทำจากผงของบัวบกแห้ง วางขายในสรรพคุณบำรุงสมอง นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เพิ่มการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดความดันเลือด จากการเพิ่มความยืดหยุ่นให้เส้นเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดเล็ก จึงอาจช่วยในโรคเหน็บชา เส้นเลือดดำขอด รวมทั้งช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น ทำให้ปัจจุบันครีมบัวบก อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ในสรรพคุณการรักษาแผล ป้องกันการเกิดแผลเป็น ทั้งยังช่วยในการขับปัสสาวะ ช่วยลดความดันโลหิตในระยะแรก

ตำรับยาบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา บำรุงความจำ

ตำรับที่ 1 บัวบกตากแห้ง 2 ส่วน พริกไทย 1 ส่วน บดให้เป็นผงละเอียด กินครั้งละครึ่งช้อนชากับน้ำร้อน หรือจะกินกับน้ำผึ้งหรือน้ำอ้อย ช่วงเวลาก่อนเข้านอน

ตำรับที่ 2 บัวบกตากแห้งบดผง ผสมน้ำผึ้งหรือน้ำอ้อย ทำเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดมะแว้ง รับประทานครั้ง 2 เม็ด ช่วงเวลาเช้าและเย็น

ตำรับที่ 3 บัวบกทั้งห้า 2-3 ก้าน นำมาบดกินกับน้ำร้อน หรืออาจผสมน้ำผึ้งลงไปด้วย

ตำรับที่ 4 บัวบกผงแห้งบรรจุแคปซูลเบอร์ 0 หรือประมาณ 500 มิลลิกรัม กินเพื่อบำรุงสุขภาพทั่วไปครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 เวลาหลังอาหาร

ตำรับยาแก้ช้ำในและร้อนใน

บัวบกสด 1 กำมือ หรือ 1 แก้ว โดยเอาบัวบกมายัดใส่พอแน่นในแก้วได้ 1 แก้วพอดี ซึ่งแก้วมีขนาด 250 ซีซี แล้วนำมาตำให้ละเอียด เติมน้ำ 1 แก้วแล้วคนให้เข้ากัน กรองและคั้นเอาแต่น้ำ ปรุงรสด้วยน้ำตาลหรือเกลือ ถ้าใส่น้ำตาลจะมีรสอร่อยมาก เหมือนกับน้ำบัวบกที่ขายตามริมทาง ควรกินครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร กินประมาณ 5-7 วันให้หยุดไปอีก 5-7 วัน แล้วจึงจะค่อยเริ่มกินใหม่ได้อีก

ตำรับยาเลือดกำเดาไหล

นำบัวบก 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 2 แก้วครึ่ง (แก้วขนาด 250 มิลลิลิตร) กินครั้งละ 3-6 ช้อนแกง (ประมาณ 30-60 มิลลิลิตร) กินวันละ 3 ครั้ง จะเห็นได้ว่า ขนาดกินน้อยกว่ายาต้มทั่วไป ด้วยบัวบกเป็นยาแรง กินมากเกินไปไม่ดี ดังนั้น ถ้าเป็นเด็กควรลดลงตามส่วน เด็กอายุ 9-12 ปี ลดลงเหลือหนึ่งในสองส่วน เด็ก 5-8 ปี ลดลงเหลือหนึ่งในสี่ส่วน เด็กอายุ 2-4 ปีลดลงเหลือหนึ่งในหกส่วน เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีลดลงเหลือหนึ่งในแปดส่วน

ตำรับน้ำมันบัวบก ใช้บำรุงผมทำให้ผมดกดำ

นำบัวบก 4 กิโลกรัม น้ำมันมะพร้าว 1 ลิตร น้ำสะอาด 7 ลิตร เริ่มนำบัวบกมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆเติมน้ำให้ท่วม นำไปปั่นให้ละเอียดคั้นเอาเฉพาะน้ำ มาตั้งไฟอ่อนหรือประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส เติมน้ำมันมะพร้าวลงไปเคี่ยว จนเห็นกากลักษณะเป็นแบบเม็ดทราย แล้วกรองเอาแต่น้ำมัน เวลานำมาใช้ให้ชโลมน้ำมันทั่วหนังศีรษะ นวดหนังศีรษะและหมักทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่นและสระผมตามปกติ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับบัวบก

ในตำรายาไทยบอกว่า การเก็บบัวบกนำมาใช้อย่าเอาเฉพาะใบ เพราะจะได้ตัวยาไม่ครบ ควรถอนทั้งต้นและรากมาด้วย เพราะในรากมีตัวยาสำคัญเช่นกัน ถ้าจะให้ได้สรรพคุณที่ดีที่สุด ควรใช้บัวบกที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ สำหรับการทำให้แห้ง ไม่ควรเอาบัวบกไปตากแดด เพราะจะทำให้สูญเสียตัวยา ซึ่งอยู่ในรูปของน้ำมันหอมระเหย ควรผึ่งลมในร่มเงาที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เมื่อยาแห้งแล้วใส่ขวดปิดฝาให้สนิท กันไม่ให้ความชื้นเข้าไปทำลายตัวยา

ข้อควรระวังเกี่ยวกับบัวบก

บัวบกเป็นยาเย็นจัดและมีการสะสมได้ ดังนั้น จึงไม่ควรกินทีละมากๆ หรือกินติดต่อกันนานๆ คนที่อ่อนเพลียหรืออ่อนแอมาก...ไม่ควรกิน ถ้ากินแล้วรู้สึกมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นคือ เวียนหัว ปวดหัว หัวใจสั่น หรือใจเต้นผิดปกติ ทั้งมีหน้าแดง ผิวหนังคันมาก ท้องร่วงคล้ายเป็นบิด แสดงว่า แพ้ยาหรือกินยามากไป...ให้หยุดกินทันที คนที่ม้ามเย็นพร่องไม่ควรกิน ด้วยมักมีอาการท้องอืดแน่นเป็นประจำ เวลาจับตรงท้องดูจะรู้สึกว่าเย็น คนท้องหรือกำลังให้นมบุตร...ไม่ควรรับประทาน

 

วิธีการกินบัวบกที่ถูกวิธี

การกินเป็นยาบำรุงต้องกินตามขนาดที่ระบุไว้ ถ้ากินใบบัวบกสดๆในปริมาณน้อย เช่น 2-3 ใบ ถึงแม้จะกินบ่อยๆแทบทุกวัน ก็ไม่มีปัญหาอะไร หรือกินน้ำคั้นบัวบกเพื่อแก้ช้ำในหรือร้อนใน ติดต่อกัน 5-7 วันก็ยังได้ แต่ควรกินวันละประมาณ 50-60 ซีซี หรือถ้ากินเป็นผักจิ้มทีละ 10-20 ใบ ช่วงอาทิตย์ละครั้งก็ยังไม่เป็นไร แต่ถ้ากินทีละมากๆ เช่น กินน้ำคั้นบัวบกวันละ 2-3 แก้ว ต่อเนื่องเป็นเวลา 10วัน หรือกินใบสดวันละ 10-20 ใบ ติดต่อกันนานเป็น 10วัน อาจเกิดพิษขึ้นมาได้ สรุปได้ว่า ถ้ากินบัวบกในขนาดพอดีแล้วไม่เป็นไร แต่ถ้ากินมากเกินไปให้ระวัง เพราะเป็นยาเย็นจัด จะทำให้ธาตุเสียสมดุล

สูตรน้ำบัวบก...กินแก้ช้ำในหรือร้อนใน

  1. เลือกใบบัวบกที่แก่กว่ากินเป็นผักสด โดยใช้ทั้งรากมาทำความสะอาด
  2. นำใบบัวบกมาตัดเป็น 2-3 ท่อน ก่อนนำมาบดหรือตำ
  3. คั้นน้ำแรกโดยผสมน้ำกับบัวบกที่บดหรือตำแล้ว นำกากที่เหลือมาคั้นน้ำที่สอง เพื่อให้ได้ตัวยาที่ยังเหลืออยู่ โดยใช้น้ำสะอาดในการคั้น แต่ห้ามใช้น้ำร้อนหรือน้ำที่คั้นได้ไปต้ม
  4. กรองน้ำบัวบก ด้วยผ้าขาวบางห่างๆแบบผ้ามุ้ง ถ้าผ้าถี่มากจะกรองไม่ออก
  5. หลังกรองจะมีกากที่เป็นเศษของใบ ให้ทิ้งไว้ให้นอนก้นและแยกทิ้งไป รินเฉพาะส่วนน้ำที่ใสมาดื่ม
  6. น้ำใบบัวบกต้องคั้นใหม่ๆจากใบสด...จะดีที่สุด ไม่ควรเก็บน้ำใบบัวบกไว้นาน หรือจะต้องแช่เย็นไว้เสมอ
  7. น้ำเชื่อถ้าทำจากน้ำต้มใบเตย จะทำให้น้ำบัวบกอร่อยยิ่งขึ้นนะค่ะ