เที่ยวเมืองท่าอังกฤษ ชิชิสเตอร์-พอร์ทสมัธ

แดนไกล...แดนฝัน

ไม่ง่ายนักถ้าจะเดินทางออกจากลอนดอน มุ่งหน้าสู่เมืองต่างๆของประเทศอังกฤษ แต่ก็ไม่ยากเกินความพยายาม ยิ่งถ้าได้คนนำทางที่เชี่ยวชาญเส้นทาง อย่าง ไกด์สมพร เหลี่ยงสกุล ทุกอย่างก็ดูง่าย สะดวกสบายแม้ว่าในความเป็นจริงดูวุ่นวาย และยากเหลือเกิน

จากลอนดอน ด้วยเวลาที่ไม่ดีนัก เพราะเลยเวลาที่จองไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมง จึงทำให้ต้องรอรถไฟเที่ยวต่อไปที่สถานีวิคตอเรีย แบบลุกลี้ลุกลน เนื่องจากจุดหมายปลายทางช่วงค่ำคืนนี้อยู่ที่ เวสเวิทติ้ง เวสซัสเซ็กส์ (West Worthing, West Sussex) เมืองริมทะเลตามแนวชายฝั่ง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาทะเล แสงแดด และหาดทราย แต่ด้วยทริปนี้มาเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน จึงเจอลมหนาว ฝนกระหน่ำทุกค่ำเช้าแบบเก็บบรรยากาศแฉะๆมาฝากทุกคน แทนสายลม แสงแดด สองเราเป็นส่วนใหญ่

ระหว่างรอรถไฟเที่ยวต่อไป สายตาของไกด์สมพร ก็สอดส่ายไปมาบนแผงไฟด้านบนที่บอกเที่ยวรถไฟ เหมือนไฟท์เครื่องบินในแต่ละเที่ยวที่จะมาจอดเทียบท่า และไม่นานเกินรอ เพราะรถไฟที่นี่จะออกทุกๆชั่วโมง เมื่อนั้นช่วงเวลาแห่งการเร่งรีบก็เกิดขึ้น เนื่องจากไม่ใช่เพียงรู้หมายเลขโบกี้รถไฟ แล้วจะหมายถึง จะนั่งรถขบวนนั้นไปถึงเมืองเป้าหมายได้ในทันที แต่จะต้องดูดีๆแต่ละตู้ว่า ตรงกับหมายเลขของเมืองที่จะไปหรือไม่อีกครั้ง ก่อนจะเข้าไปจับจองที่นั่งให้เรียบร้อย เพราะรถไฟที่นี่ออกตรงเวลาเป๊ะ เพียงหย่อนตูดนั่งแป๊บเดียว รถไฟก็เคลื่อนขบวนออกจากชานชาลาทันที

ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งก็มาถึง ที่ เวสเวิทติ้ง เวสซัสเซ็กส์ แบบเย็นยะเยือก ฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย และโชคยังดีบ้านพักของตระกูลกรีกอรี่ ในค่ำคืนนี้ที่สนิทกับไกด์อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเดินด้วยเท้าเพียง 5-10 นาทีก็ถึงตัวบ้าน ในอารมณ์แบบอยากพักผ่อน อยากหลับนอนกันเลยทีเดียว

ตามหาฝันที่ปราสาทอารันเดล

เช้าวันใหม่ แม้จะไม่ได้สัมผัสกับบรรยากาศชายทะเลตามที่คาดหวัง ด้วยทั้งลมทั้งฝนที่ไม่เป็นใจ แต่ก็ได้ชื่นชมกับบีชฮัท กระท่อมเล็กๆริมชายฝั่งทะเลที่เวสเวิทติ้ง ไว้สำหรับพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์พอหอมปากหอมคอ ก่อนจะเดินทางตามรอยตำนานเจ้าของปราสาทอารันเดล (Arundel Castle) ที่ห่างจากบ้านพักไปประมาณ 20 กิโลเมตรที่ไกด์เล่าให้ฟังถึงต้นกำเนิดของเอิร์ล แห่งอารันเดล ซึ่งเป็นเอิร์ลที่เก่าแก่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1138 โดย เซอร์วิลเลี่ยม ดอบิกนี มากระทั่งกลางคริสต์ศตวรรษที่ 13 เอิร์ลนี้ได้ถูกเรียกเป็น เอิร์ลแห่งซัสเซ็กส์ จนในปัจจุบันตำแหน่งนี้ เป็นของ ดยุกแห่งนอร์ฟอล์ก

ซึ่งเรื่องราวของปราสาทย้อนไปไกลถึงพระเจ้าวิลเลี่ยมผู้พิชิต สมัยปี 1067 ด้วยผู้สร้างปราสาท คือ Roger de Montgomery เป็นพระญาติของพระเจ้าวิลเลี่ยม สร้างปราสาท และป้อมปราการบนเนินดินที่สูงจากพื้นดิน 1,000 ฟุต ริมฝั่งแม่น้ำอารัน เพื่อเป็นที่หมายป้องกันการรุกรานของฝรั่งเศส เวลาต่อมาผู้สร้างก็ได้รับตำแหน่งเป็นเอิร์ลแห่งอารันเดลคนแรก และเมื่อเขาตายไป ปราสาทจึงตกเป็นสมบัติของแผ่นดิน

จนมาสมัยคิงเฮนรี่ที่ 1 ได้ยกปราสาทให้นางสนมคนหนึ่ง เมื่อกษัตริย์สิ้นพระชนม์ นางสนมได้แต่งงานใหม่กับเซอร์วิลเลี่ยม ดอบิกนี ซึ่งต่อมาได้เป็นเอิร์ลคนแรกของปราสาทอารันเดล มองเห็นเป็นสง่าสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-โกธิค บางคนบอกว่า สวยเหมือนปราสาทในเทพนิยาย มีป้อมปราการที่ผ่านการต่อเติม และบูรณะหลายครั้งจากผลของสงครามกลางเมืองอังกฤษ

สำหรับต้นกำเนิดของปราสาทเป็นมายังไงพอจะทราบจากที่ไกด์เล่ามาคร่าวๆ ฟังผ่านหูพอให้เข้าใจ แต่พอบอกว่า ในปราสาทหลังนี้ ที่เรากำลังจะเดินทางไปเที่ยวชมนั้นยังมีทายาทของตระกูลเอิร์นอารันเดลอาศัยอยู่ หัวใจก็เริ่มเต้นระรัว กลัวว่าจะกลายเป็นซินเดอเรลลาในชั่วข้ามวัน

แต่โลกแห่งความฝันกับความเป็นจริงมักสวนทางกันเสมอ เพราะเรามาช้าไปเกือบหนึ่งเดือนที่ปราสาทหลังนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้เข้าชม เพราะเขาเริ่มตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ประมาณเดือนมิถุนายน ไปจนถึงเดือนตุลาคมของทุกๆปี หลังจากนั้นก็จะปิดบริการไม่อนุญาตให้ใครได้เข้าชมไปอีกหลายเดือน

ถึงกระนั้นรอบๆบริเวณนับพันเอเคอร์ของอาณาจักรแอรันเดิล แม้เวลานี้ได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วไป และร้านรวงขายสินค้านานาชนิดแล้ว แต่สภาพโดยรอบของเมืองนี้ก็ยังสภาพความเป็นเมืองอังกฤษแท้ๆ ไว้ให้ผู้ที่เดินทางมาเที่ยวชม ทั้งชาวต่างชาติ และคนอังกฤษจากทั่วทุกภาคของประเทศเข้ามาสัมผัสถึงบรรยากาศความน่ารักเป็นกันเองในชนบททางใต้ของสหราชอาณาจักรที่ยังพบเห็นได้ทั่วๆไป ทั้งนกเป็ดน้ำที่แหวกว่ายอยู่ในริมลำธารเล็กๆ ไปจนถึงความสวยงามของต้นไม้น้อยใหญ่ในบริเวณรอบๆ ปราสาทที่ยังรักษาสภาพเดิมๆไว้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะเมนูมื้อกลางวันอันแสนอบอุ่นในร้านเล็กๆน่ารัก ที่ชื่อ ซีเรียสแซนด์วิช ในเมืองชิชิสเตอร์ เวสต์ ซัสเซ็กส์ ซึ่งเป็นร้านอาหาร และกาแฟ ท่ามกลางบรรยากาศบ้านเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันปี ถือเป็นอีกหนึ่งมื้อที่ประทับใจ ด้วยรสชาติแซนด์วิชที่ทำมาจากขนมปังใหม่ๆ พร้อมเครื่องเคียง และเนื้อสัตว์ปรุงสดๆตามความชอบของแต่ละคน คละเคล้ากลิ่นหอมกรุ่นด้วยกาแฟรสเข้ม ช่วยเติมพลังให้กับการเดินทางค้นหาอดีตของเมืองนี้ในช่วงบ่ายได้อีกหลายชั่วโมงทีเดียว

ชิชิสเตอร์เมืองท่าอันเกรียงไกร

เมื่อแผ่นดินอังกฤษในยุคต้นประวัติศาสตร์ถูกก่อร่างสร้างเมืองมาจากกลุ่มคนต่างบ้านต่างเมือง ทั้งกลุ่มเคลท์ ในช่วงพันกว่าปีก่อนหน้านี้ เรื่อยมาจนถึงอยู่ภายใต้การครอบครองของอาณาจักรโรมันผู้ยิ่งใหญ่ที่เข้ามาครอบครอง และสร้างสถาปัตยกรรมโรมันไว้ให้คนอังกฤษได้ชื่นชม

เช่นเดียวกับ เมืองชิชิสเตอร์ ที่สมัยอดีต คือเมืองท่าที่ยิ่งใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ และอาหารจากทั่วสารทิศ กลายเป็นเป้าหมายหนึ่งที่กลุ่มคนผู้รุกรานเข้ามาใช้เป็นสถานที่ตั้งบ้านเรือนระหว่างการปกครอง กลายเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งทั้งในสมัยแองโกล-แซ็กซอน และโรมันบริเตน

ถ้าจะลากยาวถึงประวัติความเป็นมาของทั้งสองยุคสมัยคงจะดูน่าเบื่อไปนิด เพราะฉะนั้นจึงเล่าคร่าวๆ บรรยายให้เห็นภาพว่า เมืองนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อังกฤษยังไง ดูได้จากพวกแองเกลีย และกลุ่มแซกซอนที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศเดนมาร์กตอนล่าง ยังตัดสินใจอพยพเข้าไปอยู่ในเกาะอังกฤษ โดยตั้งชื่อเสียใหม่ว่า แองโกล - แซกซอน

ซึ่งในยุคนี้แผ่นดินอังกฤษแบ่งออก 2 แคว้นใหญ่ๆ คือ อาณาจักรแห่งเผ่าแองโกล-แซกซอน - มีอยู่ทั้งหมด 7 อาณาจักร คือ นอททัมเบรีย เมอร์เซีย เคนท์ แองเกลียตะวันออก เอสเส็กซ์ ซัสเซ็กส์ และเวสเซ็กส์ ขณะที่อีกหนึ่งอาณาจักรจะเป็นชาวเคลต์ หรือบริทอน ที่เป็นดินแดนของชนเผ่าพื้นเมืองมาแต่เดิมของอังกฤษ แต่ในกลุ่มบริทอนนี้มีอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า โรมาโน - บริติช ถือเป็นดินแดนของชาวพื้นเมืองที่ยอมรับในอารยธรรมหรือดองญาติกับชาวโรมันที่ยังตกค้างอยู่ในเกาะบริเทน และต่อมาก็คือบรรพบุรุษของชาวเวลส์นั่นเอง

ซึ่งจุดกำเนิดของเมืองชิชิสเตอร์ น่าจะมาจากยุคกลางประวัติศาสตร์สมัยโรมันบริเตน ที่กษัตริย์ผู้ปกครองอังกฤษสมัยนั้น ได้นำระบอบศักดินาสวามิภักดิ์มาใช้ โดยแต่งตั้งขุนนางไปปกครองแผ่นดินในแต่ละแคว้น แต่ละเมืองของประเทศ พร้อมกันนี้ได้มีการเกณฑ์แรงงานสร้างปราสาทต่างๆมากมายทั่วอังกฤษ โดยเฉพาะชิชิสเตอร์ ได้ถูกใช้เป็นที่ตั้งของสังฆมณฑล และเป็นที่ตั้งของมหาวิหารชิชิสเตอร์ ที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถือเป็นคริสต์ศาสนสถานที่เก่าแก่มากกว่าอีกหลายๆแห่งในสหราชอาณาจักร

จากถนนของเมืองชิชิสเตอร์ มุ่งสู่มหานครลอนดอน ถือเป็นเส้นทางลำเลียงอาหาร และยุทโธปกรณ์เมื่อครั้งอดีต มาจนถึงเป็นตลาดอาหารที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ เมื่อช่วงห้าร้อยปีที่ผ่านมา ซึ่งไกด์สมพรเล่าให้ฟัง พร้อมทั้งชี้ให้ดูสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองนี้ ก่อนจะบอกว่าไม่น่าแปลกใจนัก ที่ปัจจุบันทั้งทำเลที่ตั้ง และประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองนี้ จะดึงดูดผู้คนที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ และนักท่องเที่ยวที่นิยมชมชอบสถาปัตยกรรมอันสวยงามเดินทางมาแวะชมกันอย่างมากมาย และเป็นกลุ่มคนที่เดินเที่ยวกันอย่างสงบ ไม่วุ่นวายแตกต่างจากที่พบเห็นในเมืองอื่นๆทั่วไป

ที่สำคัญเมื่อมาถึงเมืองนี้ สถานที่ที่ไม่ควรพลาด ต้องแวะ แช๊ะรูปไว้เป็นที่ระลึก คือ จัตุรัสหอระฆัง ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คของ ชิชิสเตอร์ เป็นห้าแยกของเมือง เป็นศูนย์กลางของถนนทุกสายที่คราคร่ำไปด้วยร้านขายของที่ระลึก เสื้อผ้าแบรนด์เนม และอื่นๆอีกมากมาย ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมเมืองซึ่งตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมโรมัน พร้อมๆกับช็อปปิ้งไปในคราวเดียวกันอย่างสะดวกสบาย

กับอีกหนึ่งแห่งภายในอัครสถานมหาวิหารชิชิสเตอร์ ในบริเวณที่ไม่ไกลกันนัก สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญสำหรับเมืองนี้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมที่งดงามแม้จะโดนไฟไหม้หลายต่อหลายครั้งด้วยกัน ด้วยเมื่อครั้งอดีตคือ สังฆมณฑล ที่บาทหลวงจะถูกส่งมาจากมหานครลอนดอน เพื่อดูแลสารทุกข์สุกดิบของไพร่ฟ้าประชาชนทั่วทั้งบริเวณ ทั้งสอนหนังสือ รักษาพยาบาล หรือแม้กระทั่งปกครองบ้านเมืองให้สงบสุข

ในวันนี้แม้การปกครองจะเปลี่ยนแปลงสู่ระบบประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งจากแต่ละแคว้น แต่ละเมือง แต่ความศรัทธาต่อบาทหลวงที่มาประจำอยู่ที่มหาวิหารชิชิสเตอร์ก็ยังไม่เสื่อมคลายไปตามยุคสมัย ยังเคารพสืบต่อกันมาชั่วลูกชั่วหลาน และเป็นความโชคดีของเราที่แวะไปเที่ยวชมก่อนวันเฉลิมฉลองมหาวิหารหนึ่งวัน ซึ่งอยู่ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน จึงมีโอกาสนั่งรับฟังเสียงดนตรีอันไพเราะที่จะเล่นในวันจริงๆ แบบเต็มๆไม่มีเม้ม เทียบชั้น การแสดงโอเปร่า ในโรงละครใหญ่ๆกันเลยทีเดียว

พอร์ทสมัธสวรรค์แห่งช็อปปิ้ง

หนึ่งวันเต็มๆกับเมืองชิชิสเตอร์ ก่อนจะเดินทางล่องใต้ไปตามแนวชายฝั่งสู่เมืองพอร์ทสมัธ ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักในเมืองเวสเวิทติ้งไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ด้วยพาหนะของสามี-ภรรยาเกรกอเรีย พร้อมด้วยไกด์สมพร ซึ่งทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ได้เล่าถึงความเป็นมาของเมืองนี้ว่า จากเดิมเป็นท่าเรือ เป็นอู่ต่อเรือ กลายเป็นแหล่งช็อปปิ้งชั้นเยี่ยม อีกทั้งยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งหาดูได้ภายในพิพิธภัณฑ์ที่มีถึง 11 แห่งด้วยกัน ทั้งเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันเกรียงไกรของกองทัพเรือ ที่พอร์ทสมัธ ฮิสทอริค ด็อคยาร์ด และพิพิธภัณฑ์ทหารเรือหลวง พร้อมรับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับบทบาทของพอร์ทสมัธในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พิพิธภัณฑ์ดีเดย์ และรู้จักกับนักประพันธ์ผู้โด่งดัง ชาร์ล ดิคเกน ที่บ้านเกิดของเขาเองอีกด้วย

สำหรับการเดินทางของเรา แม้จะพลาดชมทัศนียภาพที่งดงามที่สุดของเมืองจากยอดสปินนาเกอร์ ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพอร์ทสมัธ ที่เป็นหอรูปใบเรือ แต่ก็ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเมืองนี้อย่างคร่าวๆ รับรู้ถึงวิถีการปกครอง ความเด็ดขาด และอีกมากมายที่สร้างให้ชาติเจริญมั่นคง

นอกเหนือจากนั้นสิ่งที่เขาสร้างได้มหัศจรรย์ คือ การนำแหล่งช็อปปิ้ง และอาหารเลิศรสมาไว้ในที่เดียวได้อย่างลงตัวด้วยงบการลงทุนมหาศาลนับหมื่นล้านบาท เพื่อยกสถานะเมืองท่าอันเงียบเหงา ให้กลายเป็นสถานที่ที่มีทุกสิ่งทุกอย่างที่คนอังกฤษต้องการ ซึ่งรวมอยู่ในที่เดียวกัน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ในแต่ละปีจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาแวะชม ณ ที่แห่งนี้กว่า 30 ล้านคน

เมื่อมาถึงแหล่งช็อปปิ้งขึ้นชื่อ นอกจากจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเมืองนี้แล้ว เราก็ไม่พลาดที่จะแวะชม และช็อป ตามเอ๊าท์เลทที่มีมากกว่า 95 ร้าน ภายในบริเวณ Gunwharf Quays ที่รู้จักกันไปทั่วประเทศ และเกือบทั่วโลกว่า เป็นเอ๊าท์เลทริมอ่าวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอังกฤษอย่างแน่นอน

รวมไปถึงใช้เวลาในช่วงมื้อกลางวันลิ้มลองอาหารภายในพอร์ทสมัธ ซึ่งได้ชื่อว่า มีภัตตาคารที่ได้รับรางวัลมากมาย และเป็นสถานที่จัดเทศกาลอาหารถึงสองเทศกาล ของตลาดนัดชาวนา ซึ่งระดมร้านค้ามากมายมาจำหน่ายอาหารพื้นเมืองรสเยี่ยม จึงทำให้พอร์ทสมัธเป็นสวรรค์ของนักชิมแห่งใหม่ทางตอนใต้

แต่วันนี้ของเรามาไม่ตรงกับเทศกาล จึงแวะเลียบๆเคียงๆร้านของเชฟชื่อดังอย่าง เจมี่ โอลิเวอร์ ที่มีสาขาอยู่ที่นี่ จึงไม่พลาดที่จะลิ้มลองรสชาติอาหารในร้านเจมี่ ซึ่งเป็นผู้ปฏิวัติการรับประทานอาหาร ให้ความรู้เรื่องโภชนาการ คุณค่าของอาหารปรุงสด โดยใช้วัตถุดิบที่หาง่าย หลากหลายเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร

แม้จะไม่ตรงกับการปฏิวัติของเจมี่มากนัก เพราะอาหารแต่ละเมนูดูจะหนักกระเพาะ อีกทั้งยังเพิ่มโปรตีน และไขมันให้กับร่างกาย แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม สำหรับการมาเยือนเมืองท่าพอร์ทสมัธ พร้อมดื่มด่ำไปกับรสชาติอาหารจากคนอังกฤษแท้ๆ แม้เวลานี้จะไม่เป็นที่นิยมของคนอังกฤษก็ตาม

ฉบับหน้าติดตามเรื่องราวของเมืองไครสต์เชิร์ช และอุทยานนิวฟอร์เรสท์ รวมไปถึงเมืองบอร์นมัธ แหล่งท่องเที่ยวทางตอนใต้ของชายฝั่งทะเล ประเทศอังกฤษที่ทุกคนไม่ควรพลาด!!!

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า