ลากเส้นต่อจุด

สายลม แสงแดด

ช่วงที่ยังเขียนหนังสือไม่แข็ง วัยประมาณอนุบาล จำได้ว่าในชีวิตมักมีหนังสือเล่มเล็กๆ บางๆ หรือบางทีก็กระดาษขาว ที่มีจุดดำๆประอยู่เต็มหน้า สำหรับให้เอาดินสอไม้ทู่ๆ ลากเส้นเชื่อมต่อระหว่างจุดเหล่านั้น ให้กลายเป็นภาพ

ซึ่งก็ไม่ค่อยจะกลายเป็นภาพหรอก ถึงเป็นภาพ ก็ออกมาเหลี่ยมๆยังไงชอบกล ไม่เห็นสวยเหมือนที่พี่สาว (จริงๆเป็นลูกพี่ลูกน้อง คือเป็นลูกของน้าสาว) วาดเลย

บางทีโดนหลอกให้นั่งต่อจุดตั้งนาน ออกมาเป็นรูปทรงเรขาคณิตอะไรก็ไม่รู้ ไม่เห็นเป็นสับปะรด

พอลากเส้นโยงจุดเสร็จ บางทีก็จะมีคำสั่งให้ระบายสี

สีไม้สมัยเด็กเหลาจนแหลมแทบใช้แทงกันได้ บางคนที่วางมาดศิลปินหน่อย จะใช้คัทเต้อร์เหลาแทนกบ และเวลาจะเหลาก็ต้องไปเหลาที่ถังขยะสีดำใบใหญ่หลังห้องเท่านั้นด้วยนะ ซึ่งถังขยะนี้ก็มักจะเต็มจนล้นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเททุกวันอย่างไร

สีไม้สมัยเด็กไม่เคยอยู่ครบ เพราะเพื่อนยืมแล้วมักลืมคืน

...สุดท้ายก็เลยเลิกเอาสีไป แล้วยืมเพื่อนแทน

แต่วันนี้เราจะไม่พูดถึงเรื่องสี จะพูดถึงแค่เรื่องจุดพอ

คิดว่าทุกคนที่ผ่านการเรียนอนุบาล หรือถึงไม่ผ่าน แต่เห็นลูกๆหลานๆเรียน ก็ต้องรู้จักการลากเส้นต่อจุดกันทั้งนั้น

ดังนั้น จึงเห็นภาพชัดเลยเวลาที่ สตีฟ จ๊อบส์ ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานบริหารบริษัทแอปเปิ้ล ผู้ล่วงลับ บอกว่า

"ชีวิตคือการลากเส้นต่อจุด"

หมายความว่า เราจะไม่มีทางมองเห็นภาพที่สมบูรณ์ จนกว่าจะลากเส้นต่อจุดเหล่านั้นจนเสร็จ (ภาพตัวอย่างที่ปก หรือหน้าข้างๆที่มีไว้ให้ฝึกระบายสีไม่นับ)

ซึ่งก็เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่ยังไม่สำเร็จวิชาตาทิพย์ หรือขาดแคลนลูกแก้ววิเศษ ย่อมมองไปในอนาคตข้างหน้าไม่เห็น ได้แต่มองย้อนกลับไปในอดีตที่ผ่านมาแล้วเท่านั้น

ไม่มีทางรู้ได้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร

ไม่รู้เสียด้วยซ้ำ ว่าวันนี้จะเป็นอย่างไร

รู้แต่ว่า...เมื่อวานนี้...เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ที่จริงแล้ว อดีตคือบ่อน้ำที่นิ่งที่สุด ใสที่สุด และเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด

ปัจจุบันกับอนาคตสิ ปรวนแปรไม่แน่นอน

แค่สายลมพัดเอื่อยก็กระเพื่อมเปลี่ยนแปลงได้แล้ว

แต่กระนั้น คนมากมายกลับบอกว่า อดีตสำคัญน้อยที่สุด ด้วยเหตุที่เราไปควบคุมบงการอะไรมันไม่ได้มากนักนี่เอง

ความจริงแล้ว อดีตอาจจะไม่ได้สำคัญน้อยที่สุดเสมอไป

บางที ที่ถูกอาจจะเป็น อดีตสำคัญน้อยที่สุด หากเราต้องการจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างต่างหาก

คนมากมายทั่วโลก ให้ความสำคัญกับบรรพบุรุษ ประวัติศาสตร์ และความเป็นมาของตัวเอง

บางทีแค่นั้นยังไม่พอ กระทั่งพันธุ์สุนัขหรือแมวที่เลี้ยงก็ต้องมีประวัติความเป็นมา รูปภาพหรือรถที่สะสมถ้าไม่ใช่ของผีสิงชนิดที่เจ้าของตายมาแล้วนับร้อยศพ จะไม่รู้สึกภาคภูมิใจ

คนที่ไม่มีอดีต ในสังคมของเรามักถูกมองว่าไม่น่าไว้วางใจ แม้แต่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคสมัยหนึ่ง การสืบสายตระกูลขึ้นไป ยิ่งไล่ได้ยาวไกลเท่าไหร่ ยิ่งน่าเชื่อถือเท่านั้น

เพราะถือว่ามี "หัวนอนปลายเท้า"

เรียกว่า ถ้านามสกุลดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว

แต่ว่า ทำไมหนอ...อดีตจึงกลายเป็นเครื่องมือวัดที่สำคัญสำหรับความเชื่อถือไว้วางใจ เหมือนที่ไม้บรรทัดหรือสายวัดเป็นเครื่องมือคำนวณความยาว เป็นเพราะอะไรกันนะ?

เป็นไปได้ไหมว่า เพราะมนุษย์เกลียดความไม่รู้นั่นเอง

เมื่อพบเจอคนใหม่ๆ เรามักจะประหม่าเสมอ ไม่ว่าจะแสดงออกมากน้อย หรือแตกต่างกันอย่างไร ก็ประหม่าเหมือนกันทั้งนั้น

และบ่อยครั้ง...ที่ลึกลงไปเราไม่เพียงประหม่า หากแต่หวาดกลัว

เนื่องจากว่า การรู้จักคนเพิ่มสักคนหนึ่งนั้น เป็นความเสี่ยงครั้งไม่เล็กของชีวิต

เสี่ยงโชค...เหมือนเสี่ยงเซียมซี ซึ่งอาศัยบุญพาวาสนาส่งล้วนๆ ว่าจะได้เพื่อนเพิ่มมาคนหนึ่ง หรือศัตรูเพิ่มมาคนหนึ่ง หรือคนคอยรบกวนให้รำคาญใจเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง

วิธีที่ไม่ต้องเปลืองตัวมาก ไม่ต้องทุ่มเทเวลา ก็โดยการถามไถ่หาเบื้องหลังความเป็นมา

พ่อเป็นใคร แม่เป็นใคร เรียนอะไรมา ทำงานที่ไหน เกิดและเติบโตที่เมืองอะไร บ้านหลังใหญ่ไหม

จะได้รู้ว่าตรงกับรสนิยมและความต้องการของตัวเองหรือเปล่า

ถ้าไม่ตรง จะได้รีบๆหนีหน้าจากกันไปเสีย!

อีกวิธีคือการสังเกต ซึ่งใครตาดีได้ตาร้ายเสีย แต่ถ้าตาดีก็ได้ผลค่อนข้างจะแนบเนียนกว่าการถาม

แต่ไม่ใช่ว่าจะเห็น "ภาพลวงตา" ไม่ได้นะ

คำถามก็คือ จะไว้ใจอดีต ให้ตัดสินปัจจุบันและอนาคตได้แม่นยำแค่ไหน?

เพราะแม้แต่ทุกๆเซลล์ในร่างกายของสิ่งมีชีวิต ก็เกิดดับเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ด้วยเหตุนี้ สตีฟ จ๊อบส์ (ซึ่งอาจจะขึ้นไปเจอพระพุทธเจ้ากับไอน์สไตน์บนสวรรค์ และปัจจุบันออกไอโฟน 10 แล้ว) จึงบอกว่า

เราไม่มีทางรู้หรอก ว่าจากจุดหนึ่งสู่อีกจุดหนึ่งที่เราลากเส้นไปนั้น จะออกมาเป็นภาพอะไร

ได้แต่เชื่อมั่นเท่านั้น ว่าสักวันหนึ่ง จุดเหล่านั้นจะเชื่อมโยงกัน แล้วออกมาเป็นภาพที่สวยงาม

เพราะมนุษย์ต้องมีบางสิ่งให้เชื่อมั่น

และการเชื่อมั่นว่า ในที่สุดแล้วจุดจะเชื่อมต่อกันจนได้นั้น

ก็มอบพลังใจให้ได้แม้ในเวลาที่ยากลำบาก อย่างใหญ่หลวงทีเดียว