ค่ำคืนอันแสนสุขในราตรีที่มีดาวประดับใจ

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้นำชุมชนในปูนลำปาง
รายงานพิเศษ

ตอนที่ 1 

ที่บริษัทปูนซีเมนต์ (ลำปาง) จำกัด หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง คือคำตอบสุดท้ายที่ว่า "อุตสาหกรรมกับธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้ เมื่อมีระบบบริหารจัดการที่ดีให้เกิดจิตสำนึกในความรักและหวงแหนธรรมชาติ ดังนั้น โรงงานของเอสซีจีทุกแห่งตั้งอยู่ที่ไหน ป่าไม้ต้องเขียวขจีสดชื่นที่นั่น" กล่าวกันว่าการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในปูนลำปางเริ่มต้นขึ้น พร้อมๆกับการก่อตั้งโรงงานตั้งแต่ พ.ศ.2537 ผ่านมาแล้ว 21 ปี ด้วยกิจกรรมที่ชาวปูนลำปางจับมือกับชุมชนร่วมกันทุ่มเทปลูกฟื้นฟูป่า ควบคุมป้องกันไฟป่า การสร้างฝายชะลอน้ำ สามารถเห็นผลได้ในชั่วอายุของคนหลายวัย ทำให้ทุกชีวิตทั้งคน สัตว์อยู่ร่วมกันได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยความสุขอย่างยั่งยืน

ด้วยระบบนิเวศเขาหินปูนในปูนลำปางเป็นลักษณะเฉพาะที่ สภาพพื้นที่เป็นภูเขาหินที่ถูกน้ำฝนซึ่งเป็นกรดอ่อนกัดเซาะทำให้เกิดเป็นโพรงเป็นหลุมเป็นบ่อไม่เรียบ มีหน้าดินค่อนข้างน้อย ยกเว้นบริเวณเชิงเขากักเก็บน้ำไม่อยู่ในฤดูแล้งจะแห้งแล้งมาก ยกเว้นบริเวณที่นูนและหลุมยุบมีพรรณไม้เฉพาะถิ่นที่ปรับตัวทนต่อความแห้งแล้งได้ดี จันผา กล้วยผา ป่าข่อยหนาม ป่าไผ่ สนสองใบ สนสามใบ ดินจากการเทหินปูน มีต้นสักต้นใหญ่โตคนโอบล้อมได้ ดินชนิดนี้เป็นที่ชื่นชอบมากของต้นสักจึงเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ต้นสักมีเนื้อไม้ที่สวยงามมาก งิ้วดอกขาว งิ้วป่า มะเกลือ (มีผลสีดำ)

ระบบนิเวศป่าผสมผลัดใบ บริเวณพื้นที่กลางโรงงานปูนลำปาง เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่มีธรรมชาติสมบูรณ์พื้นที่กว่า 500 ไร่ เชื่อมต่อกับป่ากันชื้นรอบๆพื้นที่เหมืองที่เรียกว่า เซมิโอเพ่นคัท ทำให้เคลื่อนย้ายอพยพได้อย่างปลอดภัยกลายเป็นผืนป่าขนาดใหญ่มากกว่า 2,500 ไร่ สิ่งมีชีวิตในผืนป่าแห่งนี้ทำหน้าที่แตกต่างกันไป สัตว์ป่าแต่ละชนิดเลือกที่จะอยู่อาศัยตามความชอบ มีการเกื้อกูลแลกเปลี่ยนสสารและพลังงานซึ่งกันและกัน อาศัยอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี เป็นระบบนิเวศเฉพาะถิ่นที่แตกต่างกัน ไปเกิดเป็นห่วงโซ่ของระบบนิเวศที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ

จึงไม่แปลกใจบริเวณเส้นทางที่เดินทางเข้าไปยังสำนักงานปูนลำปางในช่วงปลายฝนต้นหนาว ช่างสวยงามเสียนี่กระไร อาคันตุกะที่เข้ามาเยี่ยมเยือนสำนักงานแห่งนี้ต้องขับรถหรือเดินผ่าน ผ่านเข้าไปภายในชุมชนซึ่งอยู่ติดชิดอาณาบริเวณใกล้เคียง จึงร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ไม้น้อยสารพัดอย่าง ป่าผสมผลัดใบ 74% ป่าไผ่ 10% ป่าเต็งรัง 2% ที่เหลือเป็นสิ่งปลูกสร้าง พื้นที่ทำเหมือง พื้นที่ฟื้นฟูสภาพเหมือง มีทั้งเวิ้งน้ำ และทิวเขาเหยียดยาวเป็นทัศนียภาพที่ปรากฏต่อสายตา กลิ่นหอมธรรมชาติของไอดินที่ปะทะจมูกให้ความรู้สึกที่สดชื่น ประหนึ่งได้สูดโอโซนเป็นการเติมพลังให้กับชีวิต

หากใครชื่นชอบธรรมชาติของนก บวร วรรณศรี ผู้จัดการพัฒนาชุมชนและอนุรักษ์ธรรมชาติ บริษัทปูนซีเมนต์ (ลำปาง) จำกัด ประธานชมรมดูนกและอนุรักษ์ธรรมชาติ จัดทำหนังสือพร้อมภาพประกอบที่สวยงามฝีมือ นายแพทย์รังสฤษฏ์ กาญจนะวณิชย์ เป็นคู่มือดูนก ที่ป่าขอบเหมืองหิน ปูนลำปาง นกมีความอิสระในตัวเองสูงมาก นกสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่มีสีสันสดสวยและงดงามมากจะเลือกอยู่หรืออาศัยในพื้นที่ที่ตัวเองชอบและเหมาะสม พบว่ามีนกประจำถิ่น 70% นกอพยพ 30% แบ่งเป็นพื้นที่พบนกได้บ่อยครั้ง 89% นกที่พบไม่บ่อย 11%

นก 148 ชนิดที่พบในปูนลำปาง มีนกปรอดเหลืองหัวจุก นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า นกจับแมลงจุกดำ นกกระจ้อยคอขาว นกปรอด นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ นกพญาไฟแดง นกพญาไฟเหลือง นกปรอดเหลืองหัวจุก นกคัดคูพันธุ์อินเดีย นกคัดคูสีม่วง นกจูเต้นหางยาว เหยี่ยว นกแต้วแร้วธรรมดา นกขมิ้น นกกระเต็นน้อยธรรมดา นกกระเต็นอกขาว นกกระติ๊ด นกกินปลี นกปีกลายสก๊อต นกขมิ้นน้อยธรรมดา นกบั้งรอกใหญ่ นกฮูก นกยางกรอกพันธุ์จีน นกเขียวก้านตอง นกแอ่นพง ที่น่าแปลกใจก็คือเหยี่ยวนกเขาชิครา พร้อมลูกเหยี่ยวชิครา ขนฟูตาดุ รังทำด้วยกิ่งไม้วางทับถมหลายชั้น เข้าใจว่าคงจะเป็นรังเก่าที่ใช้มาแล้วหลายปี ใครจะเชื่อว่าในโรงปูนแท้ๆ เหยี่ยวซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของป่ายังมาทำรังได้....ทั้งยังมีกระรอกหลากสี

Press Tripโครงการเอสซีจีรักษ์น้ำ เพื่ออนาคต สู่สถานีปลูกคิดปันสุข ต้นแบบศูนย์เรียนรู้เพื่อชุมชนยั่งยืนที่บ้านสาสบหก อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส พาคณะสื่อมวลชนเหินฟ้าไปยังเมืองอนุรักษ์รถม้าแห่งเดียวในเมืองไทยที่ลำปางสัมผัสวัฒนธรรมเมืองลำปาง คณะสื่อมวลชนมายังเรือนรับรองที่ปูนลำปางที่หอมฟุ้งด้วยกลิ่นหอมของดอกราตรีสีขาวในยามพลบค่ำ ทุกดวงตาจ้องมองไปที่ตุงหลากสีพลิ้วไสวจำนวน9เส้นที่ตัดเป็นลวดลายประดับอย่างสวยงามสะท้อนถึงความเป็นล้านนา สาวสวยแห่งปูนลำปางในชุดล้านนาสีชมพูหวานทั้งเสื้อและผ้าซิ่น ต้อนรับคณะทั้งหมดด้วยผ้าเย็นหอมชื่นใจ และดื่มน้ำส้มคั้นสดๆให้รู้สึกคลายเหนื่อยจากการเดินทาง

ประเด็นไฮไลท์ของงานในค่ำคืนอันแสนสุขที่มีดาวประดับใจคือการเสวนาของผู้นำชุมชนบ้านสาสบหก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ปาฐกถาพิเศษให้ข้อคิดกับผู้บริหารปูนลำปางและผู้นำชุมชนในจังหวัดลำปาง และผู้นำจากพื้นที่ต่างๆที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งนี้ ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าแบงก์ชาติหญิงคนแรกเดี่ยวมือหนึ่งของเมืองไทยพกพาดีกรีปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ ประเทศญี่ปุ่น ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ เจ้าของนามปากกา วินนี่เดอะปุ๊ เขียนหนังสือสารคดีแนวสาระบันเทิงขวัญใจนักอ่านมาแล้วหลายปีนั่งประกบซ้ายประกบขวา ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ระหว่างการรับประทานอาหารมื้อค่ำ สาวสวยแห่งปูนลำปางในชุดล้านนาลงมือเสิร์ฟออร์เดิร์ฟทุกโต๊ะด้วยไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม แหนม หมูยอ หมูแผ่น พร้อมด้วยเมนูเด็ด9รายการ เห็ดหอมซีอิ๊ว ยำขมิ้นกุ้งขาว น้ำพริกอ่อง ปลาช่อนทอดสมุนไพร แกงโฮะ แกงแคไก่ ผัดถั่วลันเตาหวาน ไข่เจียว ตุ๋นเยื่อไผ่ จบท้ายด้วยกล้วยบวชชี และผลไม้หลากชนิด สับปะรดบ้านสา ฝรั่งแจ้ห่ม กล้วยน้ำว้า เมนูทั้งหมดอยู่ในความดูแลของ ธิวาภรณ์ แก้วทิตย์ สารบัญโรงงานพร้อมด้วยแม่ครัวหัวป่าก์ 2 คน และผู้ช่วยปฏิบัติหน้าที่ นั่นคือเมนูที่อิ่มกาย และเรื่องที่อิ่มใจยิ่งกว่าเมื่อเริ่มต้นรายการเสวนาทางความคิด

พ่อหลวงธงชัย งามสม ผู้ใหญ่บ้านสาสบหกมาในชุดสีน้ำเงิน สมชาย งามสม แถม กลิ่นฟุ้ง แกนนำชุมชนสาสบหก หนานชาญ อุทธิยะ ภาคเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนชุมชน สุมน จันทร์สุข หรือแม่หลวงเล็ก ผู้ใหญ่บ้านหญิงเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นผู้นำบ้านแป้นใต้ จสอ.ชัย วงศ์ตระกูล ดูแลเรื่องร้านค้าในชุมชน อาจารย์นพพร นิลณรงค์ นักวิชาการและนักพัฒนาอิสระ โดยมี วีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กรเอสซีจี ทำหน้าที่ดำเนินรายการ

พ่อหลวงธงชัย งามสม ผู้ใหญ่บ้านสาสบหก เปิดประเด็นว่าเมื่อแรกเริ่มวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในชุมชนสาสบหกประกอบอาชีพทำไร่เลื่อนลอย ต้องพึ่งพิงธรรมชาติแต่ฝ่ายเดียวโดยไม่ได้ดูแลรักษา ทำให้เกิดปัญหาขาดความสมดุลจนกระทบกับปากท้องและความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ในช่วงแรกที่เอสซีจีเข้ามาให้ความรู้ในการสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อช่วยป้องกันไฟป่าในหน้าแล้งและป้องกันน้ำท่วมในหน้าฝนแล้ว ทำให้ป่าไม้ และสัตว์ต่างๆกลับคืนสู่ป่า และระบบนิเวศกลับมาสมดุล มีชาวบ้านส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการสร้างฝายชะลอน้ำ แต่ด้วยความมุ่งมั่นของผู้นำและชาวชุมชนส่วนหนึ่ง อีกทั้งมีนิสิต นักศึกษา รวมทั้งองค์กรต่างๆเข้ามาดูงานร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำ มีส่วนผลักดันให้กลุ่มต่อต้านให้ความร่วมมือในที่สุด

ในช่วงแรกๆของการสร้างฝายชะลอน้ำ ชาวสาสบหกมีข้อสงสัยหลายประการเกี่ยวกับการสร้างฝาย ทีมงานเอสซีจีจึงพาผู้แทนชุมชนไปดูงานที่บ้านสามขา และได้เห็นถึงความสำเร็จของการสร้างฝายชะลอน้ำ จึงได้กลับไปร่วมแรงในการสร้างฝายชะลอน้ำและเกิดแนวคิดสร้างสรรค์ สร้างฝายให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต การทำฝายครอบครัวด้วยการปักป้ายชื่อคนในครอบครัวที่มีส่วนร่วมในการสร้างฝายครั้งนี้ด้วย ผลสำเร็จจาการสร้างฝายที่มีมากขึ้นทำให้บ้านสาสบหกไม่ถูกน้ำท่วมในช่วงที่มีพายุนกเต็นเข้ามาในพื้นที่ภาคเหนือของเมืองไทย เมื่อปี 2553 ขณะเดียวกันชาวชุมชนยังได้ร่วมมือกันทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า ทำให้ป่าฟื้น และอุดมสมบูรณ์ขึ้น มีน้ำเพียงพอต่อการทำการเกษตรและสามารถต่อประปาภูเขาเข้าไปใช้ในหมู่บ้าน จนนำไปสู่การทำกิจกรรมอื่นๆที่สร้างรายได้สู่ชุมชน ทำให้ชาวบ้านเกิดจิตสำนึกในการเรียนรู้ ทั้งยังได้มีการสื่อสารพูดคุยสร้างความเข้าใจกันมากขึ้น นำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชุมชนได้อย่างเหมาะสม

สถานีปลูกคิดปันสุข คือ ชุมชนที่เปิดต้อนรับผู้สนใจให้แวะมาศึกษาเยี่ยมเยือน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้การพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ด้วยการปลูกคิด ให้มีกระบวนการคิดที่ทันสมัย เป็นเหตุเป็นผล คิดนอกกรอบใช้ปัญญาแก้ปัญหา เพื่อให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ รู้เท่าทันสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วพร้อมปันสุข เมื่อชุมชนพึ่งพาตนเองได้ก็พร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ ทั้งที่เป็นอุปสรรคและผลสำเร็จให้กับทุกคนได้นำไปปรับใช้อย่างเหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่นชุมชน เพื่อเป้าหมายคือความสุขที่ยั่งยืน โดยเอสซีจีร่วมมือกับชุมชนเปิดสถานีปลูกคิดปันสุข บ้านเตย เป็นแห่งแรกที่ชุมชนบ้านเตย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมชุมชนถอดบทเรียนจากโครงการนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูดินเค็ม

พ่อหลวงแถม กลิ่นฟุ้ง แกนนำชุมชนสาสบหก กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่าขณะนี้บ้านของตนเองและส่วนหนึ่งของชุมชนได้กลายเป็นสถานีโฮมสเตย์ สัมผัสวิถีชีวิตที่ยั่งยืนของชุมชน ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่าได้รับการดูแลอย่างอบอุ่นเสมือนญาติมิตรในท่ามกลางวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและงดงาม รายได้จากการบริหารงานกลุ่มโฮมสเตย์จะเก็บไว้เพื่อเป็นเงินกองทุนสาธารณะสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับป่า การดับไฟป่า การลาดตระเวน การทำฝาย ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มาเยือนไม่สูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับที่อื่นๆแล้ว เนื่องจากชาวสาสบหกเห็นว่าผู้มาเยือนได้ทำประโยชน์ให้กับหมู่บ้านจึงต้องดูแลและแบ่งปันน้ำใจให้ "ลูกค้าเป็นกลุ่มอาเซียน ชาวเวียดนาม อินโดนีเซีย มีนักศึกษาจากสถาบันเอแบคมาช่วยกันสร้างฝายชะลอน้ำด้วย"

สุมน จันทร์สุข หรือ แม่หลวงเล็ก ผู้ใหญ่บ้านหญิงเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นผู้นำบ้านแป้นใต้ กล่าวว่าเห็นชาวชุมชนสาสบหกทำฝายชะลอน้ำแล้วมีประปาภูเขาใช้ น้ำท่าอุดมสมบูรณ์เราก็อยากจะได้รับสิ่งดีๆอย่างนี้บ้างจึงได้ชักชวนสมาชิกในชุมชนร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำด้วยกระบวนการเรียนรู้ในการสร้างฝายเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2553พร้อมใจกันปลูกป่าและทำแนวกันไฟ เมื่อสภาพป่าสมบูรณ์ หมู่ป่า ไก่ป่า เมื่อสภาพธรรมชาติกลับมาสมบูรณ์แล้วก็เริ่มสนใจเรื่องสุขภาพ สมัยก่อนเกษตรกรใช้สารเคมีกันมากทั้งปุ๋ย ยาฆ่าหญ้า เมื่อตรวจเลือดจาก 108 ตัวอย่าง มีคนปลอดภัยเพียง 8 คนเท่านั้น จำนวน 100 คน อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอันตราย จึงได้มีการทำงานวิจัยโครงการฟื้นฟูบริโภคอย่างยั่งยืน ใช้ผลของการตรวจเลือดประกอบการวิจัยและปฏิบัติการด้วยการให้นักเรียนมีส่วนร่วมด้วย

ในผืนป่าธรรมชาติ เด็กรุ่นหลังไม่รู้จักผักพื้นบ้าน จึงจัดกิจกรรมให้เด็กนักเรียนค้นคว้าหาข้อมูลทำกิจกรรมร่วมกันใช้ภูมิปัญญาสอนเด็กทำอาหารจากผักพื้นบ้าน ในงานวิจัยเป็นการปราบเซียน พฤติกรรมการบริโภคในชุมชนให้มีสุขภาพดีขึ้น คนเกิดความกลัวเมื่อรู้ว่าผลเลือดตัวเองมีอันตรายก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ลดสารเคมีในการปลูกพืช การล้างผัก ส่งเสริมในครัวเรือนหันมาปลูกพืชพื้นบ้านทำให้สุขภาพดีขึ้น เมื่อปลูกผักเหลือกินแล้วก็สามารถนำไปขายจำหน่ายแบ่งปันให้เกิดความสามัคคีภายในชุมชน น้ำผักพื้นบ้านก็มีประโยชน์สามารถนำมาทำแกงฮังเล แกงแค อ่อมผัก เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อคนในชุมชนร่วมมือกันอย่างยั่งยืน ผลของการตรวจเลือด 60% ดีขึ้น ปลอดภัย หลังจากที่ทำงานวิจัย 1 ปี 8 เดือน และร่วมมือกันปฏิบัติตามงานวิจัย

จสอ.ชัย วงศ์ตระกูล ดูแลเรื่องร้านค้าในชุมชน กล่าวว่า พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานมูลนิธิศึกษาพัฒน์ เคยให้ข้อคิดถึงเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ใช่การเอาเงินไปให้หรือไปแจก เราควรให้ปัญญาความรู้กับชาวชุมชน อย่าเอาปลาไปให้ชาวบ้าน แต่ให้เอาเครื่องมือไปให้ชาวบ้านเพื่อไปหาปลา ร่วมมือร่วมใจกันทำงาน ในครั้งแรกนั้นเรามีปัญหากับชาวบ้าน การใช้งบบริหารงาน 300 ล้านบาท/ปี ไม่ให้ใช้เงินนำหน้าแต่จะต้องมีการปลูกฝังให้เกิดการเรียนรู้ เริ่มต้นทดลองจากเด็กตัวเล็กๆ เพราะผู้ใหญ่ชอบตั้งเงื่อนไขสูง ชอบเชื่อตัวเอง เมื่อเด็กลงมือทำแล้วเกิดแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะผลักดันให้ผู้ปกครองให้ความสนใจ เด็กทำสื่อเสนอให้ร่วมมือในการสร้างฝายชะลอน้ำ เกิดคำถามในกลุ่มผู้ใหญ่ว่า คุณไม่อายเด็กบ้างหรือ จึงมีการพาไปดูงานร่วมมือกันทำฝายที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ จากเดิมผืนดินที่นี่แห้งแล้งไม่มีต้นไม้สักต้นเดียวกลายเป็นป่าไม้ชุ่มชื้นสวยงามธรรมชาติกลับคืนมาดังเดิม การขยายเครือข่ายไปที่บ้านสามขา ต่อมาสาสบหกเข้ามาดูงาน สามารถสร้างแรงบันดาลใจจนได้รับรางวัลการสร้างงานขนาดใหญ่ เป็นผลพวงในการจัดประกวดจัดการน้ำตามพระราชดำริ

ทุกครั้งที่มีการประกวดโลกสีเขียวชาวชุมชนบ้านสามขา หมู่บ้านสาสบหกก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเป็นประจำทุกปี ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจภายในหมู่บ้าน การเรียนรู้สร้างสรรค์ด้วยปัญญา งานวิจัยยังผลให้เกิดการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆขณะนี้มีการต่อยอดผลิตน้ำประปาดื่มเอง ผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ภายในหมู่บ้าน ต่อไปในอนาคตจะมีการทำMOUร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่บ้านสามขายังมีทางเลือกของตัวเองในเรื่องข้าวพัฒนาพันธุ์ต่างๆ เป็นผลพวงจากการดูแลทางด้านสิ่งแวดล้อม เป็นการตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนจัดการตัวเองได้ ให้ช่วยเหลือตัวเอง เป็นข้อคิดว่าจากบ้านเล็กๆ บ้านสามขาสร้างแรงบันดาลใจให้บ้านอื่นๆเห็นตัวอย่างช่วยกันทำงานเพื่อชุมชนจนได้รับรางวัลด้วย ชุมชนพัฒนาได้โดยใช้ฝายชะลอน้ำเป็นเครื่องมือสำคัญ

อาจารย์นพพร นิลณรงค์ นักวิชาการและนักพัฒนาอิสระ กล่าวว่างานวิจัยท้องถิ่นมีสารพัดเรื่องที่จะหยิบยกกระบวนการให้คนได้มองตัวเองให้เป็นเรื่องสำคัญ การที่คนมารวมกันพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันทำให้กลายเป็นผู้ตื่นรู้ เบิกบาน ลุกขึ้นมาจัดการ ทั้งหมดนี้ต้องยกประโยชน์ให้กับเอสซีจีในการสร้างองค์กรที่มีซีเอสอาร์ มีความรับผิดชอบต่อสังคม การพิจารณาตัวเอง ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน งานวิจัยเริ่มขึ้นจากชาวชุมชนที่บ้านสามขาเริ่มต้นจากการตั้งโจทย์ให้ใกล้ตัวเอง การวิจัยเรื่องฝายชะลอน้ำเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศไทย ดังนั้น ทุกงานที่สัมผัสได้นั้นต้องเริ่มต้นจากการมองที่ตัวเอง "ผมมีคำคมที่ไปจดจำเขามาพูดที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน กระจกเงาเรามีไว้ส่องหน้า ให้รู้ว่าเด่นดีไม่มีหมอง แต่ตัวเรามีค่ากว่าเป็นกอง จะไม่ส่องกระจกบ้างหรืออย่างไร?" โครงการสร้างฝายชะลอน้ำเป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิด ชาวชุมชนร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ท้ายที่สุดแล้วประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

ผลจากงานวิจัยทำให้คนได้รู้ความจริงของธรรมชาติและตื่นขึ้นมาจัดการกับธรรมชาติด้วย คนที่มีส่วนร่วมในการสร้างฝายชะลอน้ำไม่ได้ต้องการเอาเงินเอาทองแต่อย่างใด อยากมีส่วนร่วมในการรักษาป่าไม้ โครงการเอสซีจีรักษ์น้ำเป็นการถอดบทเรียนได้เห็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตเรา

หนานชาญ อุทธิยะ ภาคเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนชุมชน เปิดใจอย่างหมดเปลือกว่าทุกชุมชนล้วนตกอยู่ในสภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวในช่วงเริ่มต้น บ้านสามขาพัฒนาตัวเองควบคู่กับประเทศไทย การเข้าหาแหล่งทุนด้วยนโยบายของรัฐผลักดันให้น้ำไหลไฟสว่าง ประเทศไทยเข้าถึงแหล่งทุน ในสมัย จอมพล ถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี การเข้าถึงแหล่งทุน สมัยก่อนนั้นมีเงินร้อยบาทสามารถใช้ได้เป็นเดือน กระแสการพัฒนาเมื่อมีถนนความเจริญเข้ามาถึงหมู่บ้าน เกิดความเปลี่ยนแปลงในชนบท หายนะก็เข้ามาทันที ทำให้วิถีคนเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่ต้องเดิน 4-5 กม. ถึงจะเห็นถนน กลับกลายเป็นการสร้างความกระหายอยากของคน เมื่อมีถนนก็คิดถึงการมีจักรยาน ความอยากของคนไม่มีที่สิ้นสุด อยากได้รถมอเตอร์ไซค์ อยากได้ปิคอั้พ วีโก้ฟอร์จูนเนอร์ ความโลภของคนไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าดาวน์เฮลิคอปเตอร์มาขับขี่ได้ก็คงจะทำแน่นอนตราบใดที่มีการพัฒนาเข้ามาถึง ถ้าบ้านสามขาไม่พร้อมใจกันสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองก็ต้องตกเป็นเหยื่อของวัตถุนิยมเหล่านี้เป็นหนี้เป็นสินกันไปตลอดชาติ

ที่บ้านสามขามีไฟฟ้าเข้ามาใช้ เมื่อปี 2533 เป็นการตอกย้ำความหายนะของคนในชุมชน ลงแขกมาช่วยกันขึ้นบ้านใหม่ในวันเดียว มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมที่เกิดจากการเลียนแบบ บ้านที่งดงามคิดพิสดารก็เริ่มซึมซับความเป็นวัตถุนิยมเข้ามาในชีวิต จากบ้านหนึ่งไปสู่อีกบ้านหนึ่งโดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจก็จะเกิดภาวะหนี้สินพอกพูน เอสซีจีเข้ามามีบทบาทเปลี่ยนแปลงความคิดทำให้เราหันมารวมกลุ่มทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ต่อสังคมส่วนรวมมากยิ่งขึ้น

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า