เมื่อลูกพาแม่ท่องมาเก๊า และ ฮ่องกง

ในช่วงจลาจลกลางเมือง
บันทึกนักเดินทาง

ตอนที่ 4 : ฮ่องกง ยามค่ำคืน กับ Symphony of Light

Symphony of Lights เป็นการแสดงแสง สี เสียง ซึ่ง Hong Kong Tourism Board จัดขึ้นเพื่อเป็นการ promote การท่องเที่ยวของฮ่องกง โดยร่วมกับอาคารสูงสองฝั่งอ่าว Victoria รวม 44 อาคาร ตึกระฟ้าเหล่านี้ จะประดับประดาด้วยแสงไฟ สว่างไสวไปด้วยสีสันตระการตา แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศอันคึกคักของฮ่องกง แสงไฟจากอาคารเหล่านี้งดงามแปลกตามาก เนื่องจากอาคารสูงในฮ่องกงมีรูปทรงแตกต่างกัน เพราะสร้างตามหลักความเชื่อในศาสตร์ฮวงจุ้ย มีการยิงแสง laser , searchlights , LED lights ประกอบเสียงเพลง และคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ จีนกลาง จีนกวางตุ้ง สลับวันกันไป การแสดงแบ่งเป็น theme สั้นๆ 5 ตอนติดต่อกัน ใช้เวลาแสดงครั้งละประมาณ 15 นาที โดยจัดให้มีการแสดงทุกวันในเวลา 20.00 น. เว้นแต่วันที่มีฝนตกหนักหรือเกิดพายุลมแรง ตามประกาศทุกบ่าย 3 โมงของกรมอุตุนิยมวิทยาของฮ่องกง

Guinness World Records ได้บันทึกว่า Symphony of Lights เป็นงานแสดงแสง สี เสียง ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จุดที่เหมาะในการชม Symphony of Lights ที่สุดก็คือ ริมฝั่งเกาลูน ตั้งแต่ Clock Tower ไปจนถึง Avenue of Stars

เพื่อนที่เพิ่งมาเที่ยวฮ่องกงบอกว่า อย่างอื่นที่ฮ่องกงอาจพลาดได้ แต่จงอย่าพลาด Symphony of Lights เป็นอันขาด ไม่ว่าในวันนั้นจะอยู่ในพื้นที่ใดของฮ่องกงก็ตาม แต่ในเวลาสองทุ่มต้องมายืนอยู่ริมอ่าววิคตอเรีย เพื่อชม Symphony of Lights ให้ได้ เรามีเวลาที่ฮ่องกงแค่คืนเดียว จึงต้องเดินเที่ยวอยู่แถวย่าน Tsim Sha Tsui แล้วหาทางไปสู่ริมฝั่งเกาลูน สถานที่สำหรับการ Symphony of Lights

การชม Symphony of Lights นอกจากการชมที่ริมฝั่งเกาลูนแล้ว มีเรือล่องบริการชมทิวทัศน์อ่าววิคตอเรียพร้อมดินเนอร์ ได้แก่ เรือ Habour Cruise-Bauhinia ล่องเรือบุฟเฟ่ต์นานาชาติสุดหรู เรือ Watertours of Hong Kong ขนาดย่อมกว่าลำแรก แต่มีอาหารเครื่องดื่มพร้อมเช่นกัน อีกลำแบบเท่ๆ คือ เรือ Aqualuna เรือสำเภาโบราณ ไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่ม เน้นการล่องเรือชมวิวอย่างเดียว

สำหรับเรือ Aqualuna เรือสำเภา ใบเรือสีแดงที่ล่องลำชม Symphony of Lights ยามค่ำคืน เป็นคนละลำกับเรือสำเภา ดุ๊กหลิง (Duk Ling) เรือสำเภาเก่าแก่ ที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ.1955 และถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของฮ่องกง ที่ปรากฏในภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง เช่น 80 วันรอบโลก และ Tai - Pan เรือสำเภา Duk Ling มีใบสีส้มไม่ใช่สีแดง ทั้งเรือสำเภา Aqualuna และเรือสำเภา Duk Ling จอดที่ท่าเรือStar Ferry Pier และ Tsim Sha Tsui แต่เรือสำเภา ดุ๊กหลิง ให้บริการเฉพาะช่วงกลางวัน วันละ 2 รอบ ตั้งแต่ 10.300 น. และ 12.00 น. ที่ฝั่ง Tsim Sha Tsui และรอบ 11.00 น. และ 13.00น. ที่ Central Pier 9 ฝั่ง Central ผู้ที่สนใจนั่งเรือสำเภาประวัติศาสตร์ Duk Ling ต้องดูชื่อเรือดีๆ มิฉะนั้นจะลงผิดลำเป็น เรือ Aqualuna ใบเรือสีแดง

ว่ากันว่าทำเลที่ตั้งฮ่องกงนั้นถือเป็นทำเลทองที่มีฮวงจุ้ยดีที่สุดในโลก ตามหลัก "หน้าน้ำหลังเขา" การออกแบบอาคารต่างๆ รวมถึงการเลือกที่ตั้งของอาคารสำหรับฮ่องกงนั้น นับว่ามีความสำคัญมากสำหรับนักลงทุน เพราะหากได้ฮวงจุ้ยที่ดี จะทำมาค้าขายรุ่งเรือง การที่ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการเงินที่สำคัญของโลก จึงมีธนาคารใหญ่หลายแห่งเลือกที่จะมาตั้งสำนักงานใหญ่ที่นี้ ทำให้ย่าน Central ที่ฝั่งฮ่องกงกลายมาเป็นย่านธุรกิจการเงินที่สำคัญของฮ่องกง ในย่านนี้จะมีอาคารสำนักงานมากมาย และแต่ละตึกล้วนใหญ่โต โดดเด่นกลายเป็นสัญลักษณ์ของฮ่องกงไปโดยปริยาย

ตึกที่ถือกันว่ามีตำแหน่งฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดในฮ่องกง คือ ตึกสำนักงานใหญ่ธนาคาร HSBC (HSBC Bank Headquarters) ที่ย่าน Central บนฝั่งฮ่องกง ว่ากันว่าว่ามีมูลค่าการสร้างที่สูงที่สุดในโลก ในปี 1985 ด้วยทุนก่อสร้างสูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกแบบโดย Sir Norman Foster สถาปนิกชื่อดังชาวอังกฤษ อาคารนี้ใช้แสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน ด้านบนหากสังเกตดีๆ จะเห็นเหมือนปืนใหญ่สองกระบอก (ที่แท้คือเครนที่ใช้ในการเช็ดกระจก ฮา...) เล็งหันไปทางตึก Bank Of China เพื่อเป็นการเสริมฮวงจุ้ยของอาคาร

นอกจากนี้ ย่าน Central ยังมีตึกสูงอีกตึกที่โดดเด่นไม่แพ้กัน คือ Bank of China Tower ที่เป็นอาคารสูง 70 ชั้น ออกแบบโดยสุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมยุคใหม่ I.M. Pei (Leoh Ming Pei) ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากต้นไผ่ที่กำลังเติบโต ตามความเชื่อของชาวจีนว่าการเติบใหญ่ของต้นไผ่นั้น คือ สัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง แต่ผู้ชำนาญการด้านฮวงจุ้ยต่างมองว่า การออกแบบของเขานั้น ตัวตึกนั้นดูคล้ายกับคมมีด สันคมมีด ที่ตั้งใจสร้างขึ้น เสริมฮวงจุ้ยแสดงถึงพลัง อำนาจสกัดกั้นคู่แข่ง และเพื่อข่มคู่แข่งทางการค้ามากกว่า อีกตึกที่น่าสนใจ คือ ตึกแฝด Lippo ที่มีลักษณะเหมือนหมีโคอาล่า ที่กำลังเกาะอยู่ข้างตึกซ้อนกันไปจนถึงยอดตึก

อาคารสูงฝั่งฮ่องกงที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Symphony of Lights ได้แก่ HSBCตึกที่เคยมีมูลค่าสูงที่สุดในโลก อีกทั้งตั้งในตำแหน่งที่มีฮวงจุ้ยดีที่สุดของฮ่องกง อาคาร Bank Of China Tower (BOC) เป็นตึกสูงอันดับ 3 ของฮ่องกง มีจำนวนชั้นถึง 70 ชั้น

อ่าววิคตอเรียที่มีมนต์ขลัง เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของฮ่องกง ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะเวียนมาชม ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนฮ่องกงเพื่อมาชื่นชมความงดงามของอ่าวแห่งนี้ จะเป็นที่ตั้งของสถานที่น่าเที่ยวมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์อวกาศ ศูนย์วัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ศิลปะฮ่องกง ท่าเรือเฟอร์รี่ หอนาฬิกา และที่สำคัญ คือ Avenue of Stars ซึ่งมีรูปปั้นดาราชื่อดังของฮ่องกงอย่าง บรูซ ลี และมีดาราดังมากมาย ที่ได้ประทับรอยฝ่ามือไว้เป็นที่ระลึก และบริเวณอีกฟากของอ่าววิคทอเรีย เป็นทิวทัศน์ของเกาะฮ่องกงที่สวยงามไปด้วยตึกระฟ้า

เราใช้เวลาช่วงเย็น ก่อนแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เดินจากพิพิธภัณฑ์อวกาศฮ่องกง เดินชมด้านนอกของพิพิธภัณฑ์ศิลปะฮ่องกง ไปยังเขื่อนที่กั้นน่านน้ำระหว่างฝั่งเกาลูนกับเกาะฮ่องกง จากนั้นเลี้ยวขวาเลียบอ่าวไปทางหอนาฬิกา (Clock Tower) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นอีกแห่งหนึ่งของย่าน Tsim Sha Tsui เป็นหอนาฬิกาสูง 44 เมตร สร้างมาตั้งแต่ ค.ศ.1910 พร้อมๆกับสถานีรถไฟเกาลูน ปัจจุบันสถานีรถไฟเกาลูนถูกทุบทิ้ง และย้ายออกไปอยู่ที่ Hung Hom Station ตั้งแต่ ปี 1975 พื้นที่ทั้งหมดถูกพัฒนาใหม่ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ Hong Kong Space Museum , Hong Kong Museum of Art และ Hong Kong Cultural Centre ในขณะที่ Clock Tower ถูกอนุรักษ์ไว้เพื่อระลึกถึงสถานีรถไฟเกาลูน ทุกวันนี้บริเวณ Clock Tower กลายเป็นจุดนัดพบแห่งหนึ่งของ Hong Kong เนื่องจากทำเลที่อยู่ไม่ไกลจากอ่าว Victoria นับแต่มีการจัด Symphony of Lights ก็ยิ่งทำให้บริเวณนี้คึกคักขึ้น มีผู้คนแวะเวียนมาเยี่ยมชมและถ่ายรูปตลอดเวลา

จุดชมโชว์ Symphony of Lights จะอยู่ที่บริเวณทางเลียบริมอ่าววิคตอเรีย ตั้งแต่ Avenue of Stars ไปจนถึง Star Ferry Piers นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาจับจองสถานที่ดูโชว์ก่อนเวลาเล็กน้อย และจุดที่จะชมการแสดงได้ดีและสวยที่สุดจะอยู่บริเวณ หอนาฬิกา (Clock Tower) ใกล้ๆกับ Star Ferry เพราะจากจุดนี้จะสามารถเห็นตึกบนฝั่งฮ่องกงได้ครบถ้วนทุกตึก จุดชมวิวอีกแห่งที่สวยไม่แพ้กัน คือ บริเวณ Avenue of Stars ทั้งแถบ โดยจะมีที่ให้นั่งชมการแสดงตลอดทั้งแนวทางเดิน

บริเวณ clock tower จะมีลานกว้างสำหรับชม Symphony of Light s ตรงข้ามหอนาฬิกา ด้านที่ติดกับเขื่อนเป็นเหมือนอัฒจันทร์สำหรับนั่งชม ยังมีเวลาอีกเกือบชั่วโมง ผู้เขียนรีบขึ้นไปนั่งจับจองที่นั่งสำหรับนั่งชมการแสดง Symphony of Lights ที่ยังพอมีที่นั่ง ส่วนลูกชายขอตัวไปหามุมถ่ายรูปงามๆตามประสาคนที่ยังอยู่ในวัยโลกสวย มีเสียงประกาศเป็นระยะว่า การแสดงจะเริ่มในเวลาสองทุ่มตรง ระหว่างนั้นเก็บภาพงามๆได้หลายภาพ ทั้งตึกสูงฝั่งฮ่องกง ที่มีทั้งตึก HSBC ตึกรูปดาบของ Bank Of China ตึก Sony ตึก Panasonic ตึก Samsung ฯลฯ แสงไฟจากอาคารสูงที่กระทบกับระลอกคลื่นพลิ้วเบา โดยเฉพาะยามที่มีเรือสำราญขนาดใหญ่ หรือสำเภาแดง Aqualuna แล่นผ่าน เป็นฉากประกอบแบบธรรมชาติ...มันช่างงดงามเสียจริงๆ ทำให้เวลาการรอการแสดงไม่น่าเบื่อสักนิด

การแสดงเริ่ม 20.00 น. ตรง การแสดง Symphony of Lights จะจัดอยู่ที่ฝั่งฮ่องกง โดยการใช้ตึกฝั่งฮ่องกงเป็นตัวแสดงแสง สี เสียง ด้วยการยิงเลเซอร์ระบำประกอบเสียงเพลง เริ่มด้วยการแนะนำผู้แสดงทั้งหมดนั่นคือ ชื่อตึกต่างๆที่จะร่วมในการแสดง Symphony of Lights เมื่อประกาศชื่อแนะนำ ตึกนั้นๆจะกะพริบไฟรับ ประดุจการโค้งคารวะต่อผู้ชม จากนั้น จะมีการยิงแสง Laser และไฟต่างๆประกอบเพลง การแสดงประกอบด้วย 5 Themes เริ่มด้วย Awakening , Energy , Heritage , Partnership และ The Final ช่วงการบรรยายก็จะมีเฉพาะช่วงต้นที่เป็นการแนะนำอาคารที่ร่วมการแสดง จากนั้นก็เป็นเพลงบรรเลงประกอบการแสดง จนกระทั่งจบรายการ ระยะเวลาในการแสดงประมาณ 15 นาที ซึ่งระบบแสง สี เสียงเหล่านี้ถูกออกแบบและพัฒนาโดยบริษัทในประเทศออสเตรเลีย และที่สำคัญการแสดงที่ยิ่งใหญ่อลังการที่เราได้เห็นตลอด 15 นาทีนั้น เป็นผลงานการบังคับระบบโดยชาวออสเตรเลียเพียง 2 คนเท่านั้น

ความหงุดหงิดใจของการชม Symphony of Lights คือพอถึงเวลาการแสดง อาตี๋ อาหมวย อาม่า ถลันมาจากไหนไม่รู้ มายืนบังเต็มจอเต็มไปหมด การถ่ายภาพแสง สีทำได้ยากมาก ต้องยกกล้องสูงฝ่าหัวดำๆของเหล่า อาตี๋ อาหมวย อาม่า เฮ้อ!!!

หลังเสร็จสิ้นการชมการแสดงแสงสีที่อ่าวฮ่องกง ซึ่งสำหรับผู้เขียนโดยส่วนตัว ไม่ค่อยประทับใจซักเท่าไหร่....อาจจะเป็นเพราะเหนื่อยมากกับการเดิน เดิน และเดินในช่วงสองวันนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะประทับใจกับการแสง สี เสียง ที่สุดอลังการของ มาเก๊า มาก่อนหน้านั้นก็ได้

...แต่กระนั้น...Symphony of Lights การแสดงแสง สี เสียง ที่ฮ่องกงนับว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้ เหมาะสมแล้ว กับฉายา "เมืองที่ไม่เคยหลับ" ของฮ่องกง

เราเดินชมบรรยากาศยามค่ำคืนริมอ่าววิคตอเรีย โดยเดินไปทางซ้ายมือ (หันหน้าออกไปทางอ่าว) เพื่อไปชม Avenue of Stars อีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ ระหว่างเส้นทางริมอ่าว ยังมีกิจกรรมมากมาย มีทั้งการแสดงเพลงเปิดหมวก วงดนตรี ข้างทาง มีภาพเขียน และบริการถ่ายภาพคู่กับวิวตึกฮ่องกงที่สวยงามด้วยแสงไฟยามค่ำ เป็นระยะ ค่าบริการภาพละ 10 HKD เท่านั้นเอง มีร้านค้าริมทางน่ารักๆหลายร้าน ขายพวกของที่ระลึก บู๊ธเหล่านี้สร้างเป็นแบบน่ารัก เช่น บางบู๊ธสร้างเป็นกล้องถ่ายภาพยนตร์ บ้างสร้างเป็นรถโฟลค์เต่าออกแนวแฟนตาซี รวมทั้งร้านค้าขายของที่ระลึกเกี่ยวกับดาราภาพยนตร์ของฮ่องกง

Avenue of Stars เปิดในปี 2004 เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมชมและยังเป็นการประชาสัมพันธ์ถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ขนาดใหญ่ของฮ่องกงที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ฮอลลีวู้ดแห่งตะวันออก" ด้วย Avenue of Stars เป็นถนนที่ทำเลียนแบบ Hollywood Walk of Fame ที่อ่าววิคตอเรียของฮ่องกง เพื่อเป็นเกียรติกับนักแสดงที่มีชื่อเสียง และเป็นสถานที่รำลึกถึงอัจฉริยะบุคคลที่มีคุณูปการต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ของฮ่องกง สถานที่นี้จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว มีลายพิมพ์มือดารา แผ่นหินจารึกชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงและประวัติศาสตร์ที่สำคัญของวงการภาพยนตร์

Avenue of Stars ตั้งอยู่ริมน้ำบริเวณ Tsim Sha Tsui สามารถเดินทางมาได้อย่างง่ายดายโดยระบบขนส่งสาธารณะ สถานี MTR Tsim Sha Tsui ที่ใกล้ที่สุด ใช้เวลาเดินเพียงแค่ 3 นาที

เดินกันมาจนถึงบริเวณ Avenue of stasr ด้านหน้า ที่เป็น Salisbury Garden จะมีรูปปั้นตุ๊กตาที่เป็นรางวัลของนักแสดงฮ่องกง ขนาด 4.5 เมตร ยืนต้อนรับ เป็นรูปปั้นสาวสวยลำตัวพันรอบด้วยม้วนฟิล์มภาพยนตร์ มือข้างซ้ายยกสูงโชว์โคมแก้วกลมสีขาว ข้างๆมีแท่นวางม้วนฟิล์มภาพยนตร์ รูปปั้นที่จำลองบรรยากาศการถ่ายทำภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็น ช่างกล้อง นักแสดง จากนั้นเป็น แผ่นเหล็กจารึกมากกว่าหนึ่งร้อยแผ่นฝังอยู่ทั่วทางเดินริมน้ำระยะทาง 480 หลา (440 เมตร) ดาวดวงแรกที่ได้รับเกียรติให้จารึกอยู่บนแผ่นเหล็กที่ทางเดินนี้คือ Lai Man-Wai ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของฮ่องกง เรื่อง Zhuangzi Tests His Wife ในปี 1913 ตามด้วย รอยประทับมือของบุคคลที่มีชื่อเสียงของฮ่องกง เช่น ฉี เคอะ นักสร้าง ผู้กำกับฯชื่อดัง Sir Run Run เจ้าของชอว์บราเดอร์ อันโด่งดัง รวมทั้ง ดาราดังจากอดีตถึงปัจจุบัน มีทั้ง หวังอยู่ พระเอก เดชไอ้ด้วน อันโด่งดัง ตี้ หลุง Ti Lung เดวิด เจียง เหลียงเฉาเหว่ย จางม่านอวี้ เจ็ท ลี หลิวเต๋อหัว โจวเหวินฟะ เป็นต้น เราเลือกเก็บภาพเฉพาะรอยประทับมือของดาราคนโปรดอย่าง Jet Li เดวิด เจียง หลิวเต๋อะหัว หรือ Andy Lau และหลีหมิง พระเอกหน้าหยก เดินไปเกือบสุดทาง เห็นโรงแรม Intercontinentalอยู่ไม่ไกล มีรูปปั้น บรูซ ลี ตำนานหนังกังฟูที่ยังคงตราตรึงในความทรงจำของผู้คน ยืนทำท่ากังฟูหน้าตาดุดัน ขึงขัง มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากยืนรอถ่ายภาพคู่เป็นที่ระลึกอยู่หน้ารูปปั้น บ้างกำลังโพสท่ากังฟูเลียนแบบ

หนุ่มสาวฮ่องกงหลายคู่ยึดนั่งม้านั่งริมเขื่อนเป็นที่นั่งพลอดรัก เป็นที่น่าอิจฉาของผู้ที่เดินผ่านไปมา โฉบเข้าไปยังร้านขายของที่ระลึกเพื่อเลือกหาของฝากที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ แต่ไม่มีอะไรน่าสนใจ

กลิ่นหมึกย่างที่ Avenue of Stars หอมเตะจมูกจริงๆ จนน้ำย่อยเริ่มทำงาน

...ได้เวลาอำลา ที่ Avenue of Stars เสียที

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า