กราบสองพระธาตุ (คู่) เคียงฟ้า ณ ดอยอินทนนท์

ทั่วแคว้นแดนไทย
ช่างภาพ: 

ตอนที่ 2 ชมความงดงามสองพระธาตุ ปูชนียสถานสำคัญที่ประดิษฐาน ณ จุดที่สูงที่สุดในแดนสยาม คือพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล และพระมหาธาตุเจดีย์ นภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่ ณ ยอดดอยอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ บนกิโลเมตรที่ 41.5 ทางด้านซ้ายมือ

สร้างขึ้นโดย กองทัพอากาศ ร่วมกับ พสกนิกรชาวไทย โดย พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล สร้างถวาย "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช" เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ.2530 และพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ สร้างถวาย "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อ พ.ศ.2535 และในโอกาสที่พ.ศ.2530 เป็นปีที่ครบรอบ72ปี ของการก่อตั้งกองทัพอากาศด้วย การจัดสร้างพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ด้วยเหตุผลว่า คงจะไม่มีสิ่งอื่นใดเทียบเท่าการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงฐานะแห่งองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ทรงอภิบาลบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสถาพร ทรงเจริญพระราชศรัทธาเลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนา ทั้งการถวายพุทธสักการะเป็นอามิสบูชา และการปฏิบัติบูชาก็ทรงมีพระราชศรัทธาบำเพ็ญภาวนาให้ทรงบรรลุและสำเร็จได้จริงจัง

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระมหาธรรมิกราชา ทรงมีพระบรมเดชานุภาพ และพระบารมีแผ่ไพศาลสุดแผ่นดินและจรดแผ่นฟ้า สถานที่ประดิษฐานพระบรมธาตุเจดีย์นี้ จึงควรสถิตอยู่ ณ จุดที่สูงสุดบนผืนแผ่นดินไทย เพื่อให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ พระมหาเมตตาธิคุณ และพระมหาบริสุทธิคุณ ของพระองค์ซึ่งได้สถิตอยู่สูงสุด ในดวงใจของปวงพสกนิกรทุกหมู่เหล่า นาม "พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล" มีความหมายว่า "พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุที่ยิ่งใหญ่เพียงฟ้าจดดิน" มีความสูง60 เมตร หมายถึงสร้างถวายเมื่อพระชนมพรรษาครบ 60พรรษา องค์พระมหาสถูปเจดีย์มีสัณฐานทรงระฆัง 8 เหลี่ยม มีลวดลายแบ่งออกเป็น 3 ช่วง แทนพระบารมี 3 ขั้นตอนที่พระพุทธเจ้าได้ทรงบำเพ็ญ อันประกอบด้วย บารมีขั้นแรก 10 ขั้น อุปบารมี 10 ขั้น และปรมัตถบารมี 10 ขั้น รวมเป็น บารมี 30 ทัศ

ส่วนที่เหนือรูปทรงระฆัง เป็นรูปบัวหงาย 8กลีบ หมายถึงมรรคมีองค์ 8 และส่วนบนสุดของพระมหาสถูปเจดีย์ มีรูปทรงเป็นยอดปลี หมายถึงการตรัสรู้สู่พระนิพพาน และที่ปลายยอดปลีกั้นด้วยฉัตรโลหะสีเงิน 9 ชั้น ฉลุลายสีเงิน มียอดเป็นสีทอง หมายถึง อุดมมงคลอันสูงสุด และเป็นร่มเกล้าที่พระมหากษัตริยาธิราช รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็น "นวราชบพิตร" ถวายเป็นพุทธบูชา ฐานที่ตั้งของพระมหาสถูปเจดีย์ เป็นลานประทักษิณ 2 ชั้น มีซุ้มภาพปั้นด้วยดินเผาด่านเกวียน เป็นศิลปะแบบนูนต่ำ ภาพทศชาติชาดก ภาพธรรมชาติของป่าหิมพานต์ และสัตว์ในป่าหิมพานต์ และที่หน้าบันซุ้มทางเข้าประดิษฐาน พระปรมาภิไธย ย่อ ภปร. ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

ภายในพระมหาสถูปเจดีย์ เป็นห้องโถงโล่งทรงแปดเหลี่ยม เพดานสูง ตรงกลางห้องประดิษฐาน "พระพุทธบรมศาสดา นวมินทรมหาจักรีราชานุสรณ์ สัฐิพรรษาสถาพรพิพัฒน์" พระประธาน ปางประทานพร แกะสลักจากหินแกรนิตสีเขียวอมเทาของประเทศอินโดนีเซีย โดยช่างชาวอินโดนีเซีย มีขนาดหน้าตักกว้าง 60 นิ้ว ตามจำนวนพระชนมพรรษา สูง 87 นิ้ว หนัก6 ตัน ผนังห้องโถงประดับด้วยภาพศิลาจำหลักแบบนูนต่ำสี่ภาพใหญ่ แสดงพุทธประวัติ ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน

องค์พระมหาสถูปเจดีย์สีม่วงอมชมพูที่สถิตอยู่คู่เคียงกันเป็นกำลังแห่งฟ้า เป็นสิริแห่งดิน คือ พระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ (อ่านว่า นะ-พะ-พน-พู-มิ-สิ-ริ) มีรูปทรง 12 เหลี่ยม แสดงความหมายถึงอัจฉริยธรรม 12 ประการ อันเกิดแก่พระนางสิริมหามายา พระพุทธมารดา มีระเบียงกว้างโดยรอบเป็น 2 ระดับ ความกว้างที่ระดับระเบียงล่าง 37 เมตร แสดงความหมายถึงโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ ที่ขอบระเบียงแต่ละระดับมีซุ้มรูปกลีบบัวประดับอยู่ 6 ซุ้ม องค์พระมหาธาตุมีความสูงจากชานพักชั้นล่างถึงยอดปลี 55 เมตร ประดับโมเสกแก้วสีม่วงอมชมพูสีเดียวกันตลอดทั้งองค์ ส่วนยอดขององค์เจดีย์เป็นยอดปลีล้อมด้วยกลีบดอกบัวตูม ประดับด้วยโมเสกแก้วสีทอง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ กั้นด้วยฉัตรสีเงิน 9 ชั้น ผนังด้านนอกขององค์พระมหาธาตุเจดีย์และซุ้มระเบียง ประดับด้วยภาพปั้นดินเผา เป็นเรื่องราวของพระภิกษุณีและอุบาสิกา ผู้เป็นเอตทัคคะ และภาพสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น ส่วนที่ด้านบนของซุ้มประตูทั้ง 3 ด้าน มีพระนามาภิไธยย่อ สก. ประดิษฐานไว้

ภายในเจดีย์เป็นโถงเพดานสูง มี "พระพุทธสิริกิติทีฆายุมงคล" พระพุทธรูปปางรำพึง ซึ่งเป็นพระประจำวันศุกร์ อันเป็นวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประดิษฐานเป็นพระประธานอยู่บนแท่นกลางโถง แกะสลักด้วยหินหยกขาว จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ขนาดความสูงเฉพาะองค์พระ 3 เมตร 20 เซนติเมตร ประทับยืนบนดอกบัว มีชายสังฆาฏิพาดอยู่บนบัลลังก์

รูปลักษณ์ของพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิรินั้น แสดงความหมายถึงองค์ประกอบที่ส่งเสริมให้องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ส่วนการตกแต่งแสดงถึงบทบาทของสตรีที่มีส่วนส่งเสริมและสนับสนุนให้พระพุทธศาสนาอุบัติขึ้นในโลก สีสันและวัสดุที่ใช้ประดับทั้งภายในและภายนอกองค์เจดีย์ มีลักษณะที่แสดงถึงความอ่อนช้อยงดงามตามลักษณะความงามของสตรีไทย

ล่วงถึงวันนี้ เป็นเวลา 27ปีแล้วที่องค์พระธาตุ ยังคงปรากฏความงดงามอยู่คู่เคียงกัน เชื่อมความรัก ความศรัทธา ความสามัคคี ให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้กราบไหว้ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นฟ้าล้นแผ่นดิน ขอสองพระองค์ทรงพระเกษมสำราญทุกทิวาราตรีกาล ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนานเป็นมิ่งขวัญปวงชนชาวไทยไปนิรันด์กาลเทอญ