หนูน้อยร้อยฝัน "ชาร์เลท วาศิตา แฮเมเนา"

ศิลปบันเทิง
ช่างภาพ: 

"ชาร์เลท" หนูน้อยหน้าตาน่ารัก บุคลิกร่าเริง สดใส ฉลาดเฉลียว เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีของคอละคร เพราะเธอเป็นนักแสดงที่มีผลงานออกอากาศมาอย่างต่อเนื่อง และโดดเด่นทุกเรื่อง ตั้งแต่บท "กุมาริกา" ใน sixth sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ บท "ตังตัง" ในสายลับสามมิติ และกับละครเรื่องใหม่ที่พลิกมารับบทดราม่าเป็นครั้งแรก ใน "วัยแสบสาแหรกขาด"

การใช้ชีวิตเติบโตในกองถ่ายมาตลอดระยะเวลาหลายปีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับ "ชาร์เลท" สิ่งนี้มากกว่าเรื่องง่าย เพราะมันคือเรื่องสนุก กับบทบาทในละครแต่ละเรื่องที่เธอเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะรับเล่นหรือไม่รับเล่น และกับชีวิตในกองถ่ายละครที่เธอดูแลตัวเอง โดยมีคุณแม่คอยช่วยเหลือได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ ความฝันแห่งวัยเยาว์บอกเธอไว้ว่าที่นี่คือที่ของเธอ

หนูน้อยร้อยฝัน จึงไม่ได้หมายความถึงการมีหลากหลายความฝัน แต่หมายถึงการเรียงร้อยความฝันให้ต่อเนื่องและดำเนินไปในชีวิตของหนูน้อย ชาร์เลทในวัย ๙ ขวบ

"ถ่ายละครสนุกนะคะ เวลาเข้าฉาก ๕ ๔ ๓ ๒ เราก็จะไม่ได้เป็นชาร์เลท เราก็จะเป็นตัวละครนั้นๆ เราสนุกกับมัน ก็เลยชอบ"

ศิวภรณ์ แฮเมเนา คุณแม่ของชาร์เลท เล่าเสริมถึงความชอบของชาร์เลท ที่มากกว่าบทบาทการแสดง นั่นคือเบื้องหลัง

"เขาจะชอบเบื้องหลังมากกว่า ไปถามพี่ว่าเขาถ่ายภาพยังไง ชอบเข้าไปดูผู้กำกับฯ ทำยังไง เขาจะชอบดูเบื้องหลังมากกว่า"

และคำตอบของความฝันในวัย ๙ ขวบของชาร์เลทก็คือ โตไปก็ยังอยากทำงานนี้อยู่

"ก็ทำได้นะคะ ทำตรงนี้ก็สนุกดี โตไปก็ทำได้ค่ะ"

หนูน้อยยิ้มสดใสในรูปแบบของตัวเอง ก่อนที่คุณแม่จะเสริมเรื่องความฝันของชาร์เลทในวันนี้

"เขาบอกเลยว่าเขาอยากเป็นผู้กำกับฯ เพราะอย่างเวลาไปถ่ายละครที่มีโลเกชั่นสวยๆ เธอก็จะบอกว่ามุมนี้นะหนูจะให้นางเอกเข้ามาเตะผู้ร้าย เขาจะพูดถึงแบบนี้ตลอด เวลาดูหนังเขาจะชอบเปรียบเทียบ แล้วสามารถจับผิดหนังทั้งเรื่องที่แม่ไม่เห็นด้วยซ้ำ"

ความสามารถและความสนใจด้านบันเทิงของชาร์เลท เป็นของขวัญเฉพาะสำหรับตัวเอง เพราะในครอบครัวนั้นไม่มีใครทำงานเกี่ยวข้อง หรือใกล้กับวงการบันเทิงมาก่อน แม้กระทั่งการเข้ามาในวงการบันเทิงของชาร์เลทก็เป็นไปด้วยความบังเอิญอย่างที่คุณแม่ของชาร์เลทไม่เคยคิด ทุกอย่างจะยังคงดำเนินมาถึงในปัจจุบัน

"เป็นความบังเอิญที่เพื่อนส่งรูปไปเด็กน่ารักประจำสัปดาห์ พี่สาวคนโตไปก็เลยเอาเขาไปด้วย พอดีว่าช่างภาพเห็น เขาก็มาถ่าย จากนั้นก็มีโมเดลลิ่งมาติดต่อ จากนั้นก็มีโฆษณา แล้วก็ยาวไปเลย ทำงานตั้งแต่ ๓ - ๔ ขวบ ผลงานที่มีต่อเนื่อง แม่ว่าอยู่ที่ตัวชาร์เลทเป็นสำคัญ เขามีใจชอบอยู่แล้ว ๕๐ เปอร์เซ็นต์ สิ่งอื่นเป็นสิ่งที่เขาไปค้นหาเอาเองจากด้านนอก แล้วด้วยความที่เขาชอบ เด็กก็เหมือนเราเวลาที่ชอบอะไรก็จะทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด มันเลยกลายเป็นว่าเขาทำออกมาได้ดีเพราะว่าชอบ"

"ชอบนะคะเวลาไปยืนหน้ากล้องแล้วก็สนุกดี กล้องอันนี้เห็นเราด้วย เราก็ต้องแนะนำตัว แล้วก็รู้สึกประหลาดใจด้วยว่า ว้าว ออกทีวีแล้ว"

ชาร์เลทเล่าเสริม ด้วยความน่ารัก ทะเล้น สดใสอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะตัดสินใจพลิกคาแร็คเตอร์ตนเองมารับบทเด็กมีปัญหาในละครเรื่องล่าสุด "วัยแสบสาแหรกขาด"

"เป็นละครที่ยากพอสมควรค่ะ ครอบครัวแตกแยก แล้วแก้ปัญหาด้วยการทำร้ายตัวเอง ท้าทายความสามารถมาก ก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่นแบบนี้เลยค่ะ เป็นเรื่องที่ยากที่สุด แต่สังเกตไหมคะ ว่าเวลาเล่นละครทุกเรื่องจะแบบซนๆ แต่ถ้าเราพลิกคาแร็คเตอร์มาเป็นอีกอย่างหนึ่ง เราก็จะได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างเราก็เลยอยากลองทำค่ะ"

ชาร์เลทเล่าถึงที่มาของการรับเล่นละครเรื่องนี้ และแน่นอนว่าการเรียนรู้ คือหนึ่งในการร้อยความฝันให้เป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนมากขึ้น เช่นเดียวกับการเตรียมพร้อมในการทำงานแต่ละครั้งที่ชาร์เลททำมาโดยตลอด

"เวลาทำงานเราจะต้องมีความรับผิดชอบ ความพยายาม ต้องไปให้ถึงจุดหมาย ไม่งอแง จะต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดคือ ต้องอ่านบทให้คล่อง จำบทให้ได้ ถ้าเราจำบทไม่ได้มันก็จะเงอะๆงะๆ พอจำบทได้เราก็ต้องเสริมแอ็คติ้งเข้าไป ตอนเด็กๆ คุณแม่ก็จะอ่านบทให้ แต่เดี๋ยวนี้ก็อ่านเองค่ะ"

"บทตอนเรยา (ดอกส้มสีทอง) แม่ก็ไม่คิดว่าเขาจะอ่านได้นะเพราะบทมันยาก แต่เขาก็อ่านได้ จำได้ อ่านหนังสือได้ตั้งแต่ ป.๑ ป. ๓ ก็เริ่มคล่อง"

คุณแม่เล่าถึงพัฒนาการที่เห็นได้ชัดของหนูน้อย ที่นอกจากในกองละครแล้ว ยังเชื่อมโยงมาถึงนอกกองละคร อย่างในโรงเรียน และในชีวิตประจำวันด้วย

"หนูจะต้องทำการบ้าน เอาการบ้านไปส่ง ถ้าขาดเรียนแล้วอันไหนตามจากเพื่อนไม่ได้ ก็ต้องตามเอง ยิ่งเวลาที่ต้องเป็นหัวหน้าห้องก็จะงงมากเลย (การเป็นหัวหน้าห้องจะผลัดวันกันในห้องเรียน) แล้วเราก็ต้องตามงานด้วย บางครั้งก็ฝากเพื่อนเป็นหัวหน้า แล้วอีกวันเราค่อยเป็นแทน เหนื่อยนิดเดียว เพราะว่าเรามีความสุขกับการทำงาน แต่ถ้าไม่มีความสุขไม่เต็มใจในการทำงานมันก็จะเหนื่อย ๙๙.๙๙ %"

เมื่อถามชาร์เลทถึงช่วงเวลาที่เหนื่อยจนอยากหยุดทำงาน หนูน้อยตอบทันทีว่าไม่ค่ะ และคุณแม่จึงเล่าเสริมว่า แม่เป็นฝ่ายเหนื่อยแทนเพราะชาร์เลทเป็นคนที่ตื่นตัวตลอดเวลา

"อย่างถ้าสมมติไปถ่ายต่างจังหวัดไกล ต้องตื่นเช้ามากตีสามตีสี่ เขาจะนอนคนละห้องกับแม่อยู่แล้ว ซึ่งแม่ก็จะตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เขาเป็นเด็กที่มีวินัยในการทำงานมาก นาฬิกาปลุกปุ๊บ เขาตื่นเลยแล้วไปอาบน้ำ แล้วก็จะสะพายเป้มา แล้วเขาก็จะเดินมาห้องแม่แล้วบอกว่า ปะป๊ามาม้าพร้อมแล้ว พอขึ้นรถแล้วเขาก็จะหลับ เพราะมันเป็นเวลานอนของเขา"

ความสามารถ ความประพฤติอย่างมืออาชีพ ทำให้ชาร์เลทเติบโตอย่างเด็กธรรมดาที่ความฝัน และไม่สูญเสียความสนุกในวัยเด็ก แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นได้เพราะการ "ให้เวลา" ของคุณแม่

"จริงๆเราก็ให้เขาใช้ชีวิตแบบปกติอยู่แล้ว ถ้าเขาพร้อมที่จะทำงาน หรือโอกาสที่มีมาเขาอยากทำไหม ถ้าเขาพร้อมอยากจะทำก็โอ.เค. ถ้าไม่มี เขาก็คือเด็กหญิงชาร์เลทที่ต้องไปโรงเรียน หน้าที่คือเรียนหนังสือ ก็เป็นไปตามปกติมากกว่า เราไม่ได้คาดหวังอะไร ส่วนการดูแลของแม่ก็คือ อันดับแรกเลยคิดว่าโชคดีมากเลยที่น้องให้ความร่วมมือทุกอย่างที่คุณแม่บอก อย่างเช่น เรื่องของการแบ่งเวลาเรียน เวลาไปกอง เวลาไหนที่หนูจะต้องอ่านหนังสือ เรียนหนังสือ เวลานี้ควรนอน ควรกิน เขาก็จะทำตามที่แม่บอก ถามว่าเหนื่อยไหม มันจะเหนื่อยเวลาใกล้สอบ เพราะต้องทำงานด้วยอ่านหนังสือสอบด้วย เวลาที่เขาไปโรงเรียนน้อย คุณแม่ก็ต้องเป็นคนที่สอนให้เขา เพราะฉะนั้นก็จะกดดันช่วงนั้น แต่โชคดีที่เขาเชื่อฟังแม่ เพราะว่าเหมือนกับเราตกลงกันว่า หน้าที่หนักของหนูคือเรียนหนังสือ แต่ถ้าหนูคิดจะทำงานด้วยหนูต้องห้ามทิ้งเรียน ถ้าทิ้งเรียนนั่นหมายความว่าทุกอย่างจะจบลง"

๙ ขวบ เป็นวัยที่หลายคนมองว่าเด็กไปสำหรับการตัดสินใจ แต่สำหรับคุณแม่ทุกวัยสามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ และนั่นคือโอกาสที่ดีที่เขาจะได้เรียนรู้และรับผิดชอบ

"จะให้เขาตัดสินใจเอง ถ้ามีละครมาจะถามเขาก่อนเสมอ เพราะถือว่ามันเป็นหน้าที่ที่เขา ไม่ใช่เราแสดง เพราะฉะนั้นเขาจะต้องเป็นคนพิจารณาเอง จะให้แค่แสดงความคิดเห็นมากกว่า อย่างถ้ามีของสามอย่าง จะให้เขาเลือก แต่ก็จะบอกว่าว่าถ้าเลือกสิ่งนี้เขาจะได้สิ่งนี้ หนูเลือกเองว่าจะคืออะไร แต่ต้องบอกผลมันด้วยนะว่าเลือกแบบนี้ผลจะออกมาแบบนี้นะ เขาก็จะฟัง"

เส้นทางในวงการบันเทิงตลอด ๕-๖ ปี ในวงการบันเทิง จึงเป็นสิ่งที่ชาร์เลทเลือกเอง และรับผิดชอบด้วยตนเองได้อย่างดี อย่างที่ไม่ว่าความฝันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ความฝันของหนูน้อยชาร์เลทในวันนี้ได้ถูกเรียงร้อยด้วยสองมือน้อยๆ อย่างเยี่ยมที่สุดแล้ว

"ขอบคุณทุกคนในครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็พี่สาว คุณตาคุณยายที่เป็นกำลังใจให้ตลอด ก็เลยได้มาจนถึงทุกวันนี้ เรียนหนังสือมีพี่ช่วย การแสดงแม่ช่วย พ่อเป็นกำลังใจ ทุกคนเป็นกำลังใจให้หมด ชาร์เลทก็ขอฝาก 'สายลับสามมิติ' เชื่อว่าเด็กๆ จะต้องชอบพี่ป๋อ แล้วเราจะสนุกไปด้วยกันนะคะ แล้วก็ละครเรื่อง 'วัยแสบสาแหรกขาดง เป็นละครที่สะท้อนสังคม มีแง่คิดต่างๆ แล้วก็ละครเรื่องต่อไปด้วยนะคะ"

ชาร์เลททิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มสดใสในรูปแบบของหนูน้อยอีกครั้ง

Recoverable fatal error: Object of class stdClass could not be converted to string ใน _variable_store_load() (บรรทัด 103 ของ /home/data/drupal00/sites/all/modules/variable/variable_store/variable_store.module)