โครงการ "เอเชีย สารวัตรห่วงหัว"

โครงการเพื่อเยาวชน

บริษัทเอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) จัดงานมอบรางวัลให้กับทีมผู้ชนะการแข่งขัน โรงเรียนสวมหมวกกันน็อค 100 เปอร์เซ็นต์ ในโครงการ "เอเชีย สารวัตรห่วงหัว" เพื่อรณรงค์ให้นักเรียนและโรงเรียน หันมาใส่ใจการสวมใส่หมวกกันน็อค และคำนึงถึงความปลอดภัยบนท้องถนนมากยิ่งขึ้น ณ โรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก

จุลพยัพ ศรีกาญจนา ประธานคณะกรรมการบริหาร กล่าวว่า บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการสวมใส่หมวกกันน็อคในเด็ก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สังคมไทยไม่ควรละเลย จึงต้องการปลูกฝังจิตสำนึกและความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความสำคัญการสวมหมวกนิรภัย ส่วนทางด้าน อภินรา ศรีกาญจนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร กล่าวว่า โครงการเอเชีย สารวัตรห่วงหัว ได้เริ่มขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในปีนี้ได้เริ่มต้นนำร่องโครงการ โดยเปิดโอกาสให้คุณครู และนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา (ตั้งแต่ ป.1- ป.6) ที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้เข้าร่วมการแข่งขันในโครงการดังกล่าว

โดยมีการส่งผลงานเข้าร่วมประกวด และนำเสนอแผนงานในโครงการ ของแต่ละทีมอย่างสร้างสรรค์ และไม่จำกัดในรูปแบบ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากโรงเรียนต่างๆ ถึง 27 ทีม และคัดเลือกให้เหลือเพียง 10 ทีม เพื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศ

โรงเรียนชนะเลิศการประกวด คือ ทีม "Safe head safe life" จากโรงเรียนบ้านหนองบอน (นัยนานน์อนุสรณ์) รับทุนการศึกษา 1 แสนบาท ถ้วยรางวัลชนะเลิศ ประกาศนียบัตร และหมวกนิรภัยสำหรับเด็ก 100 ใบ และโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชมเชย 3 โรงเรียน คือทีม "ว.ญ.น ร่วมใจใส่หมวก" จากโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่ใน ทีม "หนูห่วงใย ขี่มอเตอร์ไซค์ โปรดใส่หมวกกันน็อค" จากโรงเรียนสีตบุตรบำรุง และทีม "สารวัตรห่วงหัว" จากโรงเรียนวัดนาคปรก รับประกาศนียบัตร พร้อมหมวกนิรภัยสำหรับเด็ก 100 ใบ

โดยน้องๆนักเรียนทีม "Safe head safe life" จากโรงเรียนบ้านหนองบอน (นัยนานน์อนุสรณ์) ที่ชนะเลิศการแข่งขันโรงเรียนสวมหมวกกันน็อค 100 เปอร์เซ็นต์ เล่าให้ฟังว่า "ทีมเราได้เริ่มแผนงาน จากการไปสำรวจชื่อของน้องๆที่นั่งรถมอเตอร์ไซค์มาโรงเรียน และพบว่ามีนักเรียนทั้งหมด 303 คน ซึ่งทีมได้มีการวางแผน เพื่อรณรงค์ทั้งหมด 3 แผนด้วยกัน โดยในแผนแรก...บอกเล่าเรื่องน็อคๆ เป็นแนะนำการใส่หมวกกันน็อคให้ถูกวิธี ส่วนแผนที่สอง...สถานีหมวกกันน็อค เป็นการรณรงค์ให้รู้จักการเก็บหมวกกันน็อคให้เป็นที่ ซึ่งเราจะมีชั้นวางหมวกไว้ให้ เพื่อสร้างในระเบียบวินัย และแผนที่สาม...ไม่น็อคไม่นับ โดยทีมเราได้จัดทำบัตรสแต็มป์ขึ้นมา เพื่อให้กับน้องๆที่สวมหมวกกันน็อคมาโรงเรียนได้สแต็มป์ และหากครบตามกำหนด ก็จะได้รับของรางวัล ซึ่งจากการสำรวจตามห้องเรียน หลังจากรณรงค์แล้วพบว่า มีนักเรียนใส่หมวกกันน็อคเยอะขึ้นกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และก็จะรณรงค์ต่อไป จนเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์"

ทีม "ว.ญ.น ร่วมใจใส่หมวก" จากโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่ใน ที่ได้รับรางวัลชมเชยจากการประกวดในครั้งนี้ เล่าให้ฟังว่า "จากการสำรวจพื้นที่จริงแล้วพบว่า ส่วนหนึ่งที่คนไม่ชอบใส่หมวกกันน็อค มาจากความเร่งรีบ บ้านอยู่ใกล้โรงเรียน และคิดว่าไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้ เพราะไม่ได้ออกถนนใหญ่ ซึ่งการรณรงค์ในช่วงแรก ต้องยอมรับว่ายากจริงๆ เพราะผู้ปกครอง และเด็กๆไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไหร่นัก แต่เมื่อทำการรณรงค์โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ มาให้ความรู้กับนักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในการจราจร พร้อมกับจัดกิจกรรมวาดภาพประกวด ในหัวข้อ 'ชีวิตปลอดภัยต้องใส่หมวกนิรภัย' พร้อมกับเดินรณรงค์ตามชุมชนโดยรอบไปได้สักระยะ ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี จากผู้ปกครองและเพื่อนนักเรียนกัน"

ส่วนอีกทีมที่ได้รับรางวัลชมเชย ทีม "หนูห่วงใย ขี่มอเตอร์ไซค์ โปรดใส่หมวกกันน็อค" จากโรงเรียนสีตบุตรบำรุง เล่าให้ฟังว่า "ปัจจุบันหาซื้อหมวกกันน็อคสำหรับเด็กยาก ผู้ปกครองบางคนก็ไม่เคยซื้อ คิดว่าบ้านอยู่ใกล้กับโรงเรียน จึงไม่จำเป็นต้องใส่ ทีมเราจึงคิดให้มีการรณรงค์ด้วยการถือป้าย พร้อมให้วงโยธวาทิตใส่หมวกกันน็อคเล่นดนตรี เดินไปรอบๆชุมชน พร้อมเปล่งเสียงว่า 'หนูห่วงใย ขี่มอเตอร์ไซค์ โปรดใส่หมวกกันน็อค' และจากการได้ปฏิบัติลงพื้นที่จริง พบว่ามีคนหันมาใส่ใจในเรื่องการสวมหมวกกันน็อคมากยิ่งขึ้น"

และทีม "สารวัตรห่วงหัว" จากโรงเรียนวัดนาคปรก เป็นอีกหนึ่งทีมที่รับรางวัลชมเชย เล่าให้ฟังว่า "ทีมของเรามีการประชุมกันเพื่อหาแนวทางในการรณรงค์ และพบว่า...ส่วนใหญ่ที่ไม่สวมหมวกกันน็อค เนื่องจากอากาศร้อน รู้สึกอึดอัดเวลาที่ใส่ ทั้งห่วงหล่อห่วงสวย กลัวผมเสียทรง บางคนอ้างว่า...ไม่มีหมวกกันน็อค เราจึงจัดให้มีการอบรม ให้ความรู้แก่นักเรียนที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์มาโรงเรียนทุกวันศุกร์ พร้อมให้ความรู้เรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนน หน้าเสาธงในตอนเช้า เพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงประโยชน์ และโทษในการไม่สวมหมวกกันน็อค"

หมวกกันน็อคเป็นอุปกรณ์เซฟชีวิตที่สำคัญมาก เพราะศีรษะเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกาย วิธีเลือกหมวกกันน็อค ก็เหมือนการเลือกซื้อเสื้อผ้าหรือรองเท้า คือ ต้องเลือก และลองสวมให้พอดีกับศีรษะ อย่าซื้อขนาดที่หลวมกว่าศีรษะคนใส่ เพราะถ้าใส่แล้วรู้สึกหลวม นอกจากจะบดบังวิสัยทัศน์ผู้ขับขี่ด้วยหมวกจะเคลื่อนไปมา เวลาเกิดอุบัติเหตุ หมวกอาจหลุด หรือความหลวมจะทำให้หัวกระแทกกับหมวก จึงควรเลือกหมวกที่พอดีกับศีรษะ

สามารถติดตามข่าวสาร การร่วมกิจกรรมในโครงการ "เอเชีย สารวัตรห่วงหัว" ครั้งต่อไป ที่ www.asiainsurance.co.th.โทร.0-2869-3300 ได้เลยครับ