ภาพเขียนสีสี่พันปีที่ ผาแต้ม

ร้อยเรื่องเมืองไทย
ช่างภาพ: 

ตอนที่ 2. อลังการงานเขียนสี

หลังจากคณะของ อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม มาสำรวจพบก็ได้มีผู้คนเดินทางมาศึกษาและเที่ยวชมมากขึ้น ในปีเดียวกันนั้นทางราชการจึงประกาศให้ผาแต้มและป่าภูโหล่น รวมถึงพื้นที่โดยรอบเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ และขึ้นทะเบียนผาแต้มเป็นโบราณสถาน ในปี 2525 แต่เนื่อง จากบริเวณผาแต้มอยู่ห่างจาก อช. แก่งตะนะ อีกทั้งมีพื้นที่กว้างใหญ่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงแยกผาแต้มและพื้นที่โดยรอบ จัดตั้งเป็น อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2534 มีเนื้อที่ประมาณ 12,500 ไร่ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 74 ของประเทศ สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง และเนิน เขา มีหน้าผาสูงชันซึ่งเกิดจากการแยกตัวของผิวโลก สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง มีหินทรายลักษณะ แปลกตากระจายอยู่ทั่วบริเวณ มีพันธุ์ไม้ดอกที่สวยงามขึ้นอยู่ตามลานหิน

ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ในอุทยานแห่งชาติผาแต้มที่พบ และเป็นที่รู้จัก มากที่สุดในประเทศไทย มีทั้งหมด 4 กลุ่ม พบตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 1พบเป็นจุดแรก อยู่ด้านใต้หน้าผาของผาขามมีความสูงจากยอดเขาถึงทางราบแนวหน้าผา 260 เมตร บ้างเรียกว่า ศิลปะถ้ำ คือ ศิลปะหรือภาพที่เกิดจากการวาดหรือเขียนเป็นสี และทำรูปรอยลงบนพื้นหิน มักพบตามถ้ำเพิงผา ผนังหิน ก้อนหิน ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 1 นี้ อาจมองเห็นไม่ชัดเจนมากนักต้องสังเกตตามผนังหิน ปรากฏภาพที่ระบายด้วยสีแดงออกคล้ำคล้ายสีน้ำหมาก เป็นภาพปลา ลักษณะเป็นการแสดงภาพแบบโครงสร้างภายใน (ภาพเอกซเรย์) ภาพสัตว์ 4 เท้าที่ค่อนข้างเลือน จำนวน 1 ตัว คือ ภาพช้าง โดยมีเส้นตั้ง เส้นเฉียง และเส้นนอน วาดทับบนรูปภาพเหล่านั้น ขนาดของภาพแตกต่างกันไป

ศิลปะถ้ำสร้างขึ้นด้วย 2 เทคนิคใหญ่ๆ คือ 1. การลงสี หรือการสร้างภาพด้วยสีในวิธีต่างๆ เช่น วาดด้วยสีแห้ง เขียน หรือระบายเป็นรูป พ่นสี สะบัดสี การทาบหรือทับ 2. การทำรูปรอยลงในหิน มีวิธีต่างๆ เช่น ฝน จาร ขูดขีด แกะหรือ ตอก ฯลฯ สีที่พบในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เป็นสีแดง ซึ่งเป็นสีจากแร่เหล็กชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อเรียกว่า เฮมาไทด์ (HEMATITE) นำมาบดละเอียดแล้วผสมน้ำหรือกาวพอให้ติดกัน ใช้เขียนภาพหรือทาลงบนฝ่ามือแล้วทาบลงบนผิวของหิน หรือหินเทศ ภาษาพื้นบ้านเรียกหินชนิดนี้ว่า ดินลูกรัง หรือหินทรายแดง พบมากในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาหินทราย หินทรายแดง เป็นก้อนสีแดงเข้ม ขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง นำมาบดละเอียดผสมกาว ยางไม้หรือไขสัตว์

เชื่อกันว่าภาพเขียนกลุ่มที่ 1 นี้ มีลักษณะภาพสื่อถึงพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความตาย เพราะตามแหล่งโบราณคดีหลายแห่งในประเทศไทยพบสิ่งของสีแดงในหลุมฝังศพ งานศิลปะที่ผาแต้มจึงอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความตายของผู้คนในสมัยนั้น บ้างก็เชื่อว่า สีแดงเป็นสีแห่งชีวิต ความแข็งแกร่ง และยังเกี่ยวข้องกับความเชื่อ โชคลาง นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ มีความหมายแทนเลือด แทนชีวิต เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 2 ผาแต้ม เป็นภาพเขียนสีกลุ่มที่ใหญ่อยู่ห่างจากเขียนกลุ่มผาขาม 300 เมตร จุดนี้ เป็นกลุ่มภาพเขียนสีที่มีขนาดใหญ่ และ ยาวถึง 180 เมตรมีหลากหลายแบบทั้งภาพคน สัตว์ และอื่นๆ กว่า 300 ภาพ ปะปนกัน บางภาพก็ซ้อนทับกันอยู่ ภาพที่พบในจุดนี้จะมีลักษณะ สามารถแยกประเภทได้ชัดเจนใช้สีแดงเป็นส่วนใหญ่ มีการใช้เทคนิคทั้งการลงสี และการทำรูปรอยลงในเนื้อหินลักษณะเด่นของกลุ่มภาพเขียนสีที่ผาแต้มนี้จะเป็นภาพของฝ่ามือมนุษย์ แบบทึบ และแบบโปร่ง ภาพสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดเจนว่า เป็นทั้งสัตว์บก และสัตว์น้ำ ภาพเขียนที่เป็นสัตว์บก เช่น ช้าง วัว หมา และภาพเขียนสีที่เป็นสัตว์น้ำ เช่น เต่าหรือตะพาบ ปลาบึก(ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่พบในลำน้ำโขง) ลักษณะของการวาดภาพมีทั้งการวาดโครงร่าง และการระบายสีทึบ

ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 3 ผาหมอนล่าง ห่างจากจุดที่ 2 ประมาณ 700 เมตร หรือเราอาจเดินกลับทางเดิม แล้วนั่งรถย้อนมาทางเสาเฉลียง รถจอดได้ใกล้ศาลาแล้วเดินลงสู่ กลุ่มภาพเขียนที่ 4 และ 3 ตามลำดับ คำว่าผาหมอน เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกเพิงผาหินแห่งนี้ เนื่องจากว่ามีหินขนาดใหญ่ 2 ก้อน เรียงคู่กัน อยู่บริเวณหน้าผาชั้นบน (ถ้ำผาหมอน) ซึ่งถ้ามองจากด้านล่างขึ้นมาจะเห็นก้อนหินทั้งสองคล้ายหมอนหิน 2 ใบ วางเรียงอยู่ จากลักษณะของหินที่คล้ายหมอนหินดังกล่าว จึงเป็นที่มาของชื่อ "ผาหมอน" ที่ชาวบ้านใช้เรียกขานมาตราบทุกวันนี้

ภาพเขียนในกลุ่มที่ 3 และ 4 นี้เป็นภาพคน ภาพสัตว์ ภาพวาดลายเส้น และภาพฝ่ามือ ภาพจำนวนมากเป็นเรื่องทางเกษตรกรรม มีทั้งการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ มีภาพกลุ่มต้นข้าว แปลงนา หรือการเลี้ยงสัตว์ทั้งวัว ควาย สุนัข สื่อถึงการนำสัตว์มาเลี้ยง สำหรับภาพงานพิธีกรรม มีลักษณะพิเศษที่สังเกตได้ง่าย คือภาพสัตว์หรือคนจะมีลวดลายที่สวยงาม หรือมีโครงสร้างที่แตกต่างจากภาพทั่วๆ ไปอย่างเห็นได้ชัด

ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 4 ผาหมอนบน ห่างจากภาพเขียนกลุ่มที่ 3 ประมาณ 300 เมตร ระยะทางเดิน แต่ทางเดินแคบและชันไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็กที่จะเดินตามไปด้วย ค่อนข้างอันตราย แต่เป็นระยะที่เราสามารถเห็นภาพเขียนแค่เอื้อมมือถึง ภาพเขียนกลุ่มนี้อยู่บนแนวก้อนหินเดียวกับกลุ่มที่ 3 แต่อยู่ด้านบน ต้องเดินผ่านช่องเบียดสาว ซึ่งเป็นช่องทางเดินแคบระหว่างหิน 2 ก้อนเข้าไปชมค่ะ

ผู้เขียนมีเรื่องราวของภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่ง จะมานำเสนอในโอกาสต่อไป คอยติดตามนะคะ