"ทับทิม" อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์

หลากบทบาทในละคร พิสูจน์คุณภาพนักแสดงตัวจริง
ศิลปบันเทิง
ช่างภาพ: 

เป็นเวลานานกว่า ๕ ปี กว่าทับทิม-อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ จะก้าวขึ้นมาสู่การเป็นนางเอกในละครหลังข่าว และเธอก็ไม่ทำให้ใครผิดหวังกับบทบาท "ลิลิน" หรือ "หนูลี" ในละครเรื่อง "ลีลาวดีเพลิง" ที่เพิ่งจบไป

ทับทิม-อัญรินทร์ เป็นสาวน้อยที่มีผลงานหลากหลายมาตั้งแต่เข้าวงการ จากการถ่ายแบบ แสดงมิวสิควิดีโอ และเมื่อเข้าสู่การสวมบทบาทนักแสดง ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทับทิมก็ได้เป็นทั้งคุณหนู สาวใช้ เด็กแก่น ราชินี กระทั่งคนขี้เมา ทุกผลงานของเธอโดดเด่น ประจักษ์ชัด จนได้รับคำชื่นชมล้นหลาม และเป็นที่น่าจับตาเมื่อก้าวเข้าสู่บทบาทการเป็นนางเอกในละครเรื่องแรก

"ลีลาวดีเพลิงเพิ่งจบไปนะคะ ก็คิดว่าทุกคนน่าจะชื่นชอบกัน ก็ถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญในวงการของทับทิม เร็วๆนี้ก็มีเรื่อง เพลงรักเพลงลำ เรื่องนี้ปิดกล้องไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เร็วๆนี้คงจะได้ชมกัน ตอนนี้กำลังเปิดกล้องละครเรื่อง เจ้านาง เรื่องนี้ก็จะเล่นกับ พี่เติ้ล-ธนพล ไม่ได้เจอกันนานมาก ตั้งแต่เข้าวงการละครเรื่องแรกของทับทิม (รักแท้แก้ได้) ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนเรื่องนี้เพิ่งจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง ก็ดีใจค่ะที่ได้กลับมาร่วมงานกัน"

ทับทิมเล่าถึงผลงานในปัจจุบันของเธอ ก่อนย้อนให้ฟังถึงบทบาทพิสูจน์ความสามารถในละครเรื่องล่าสุดอย่างลีลาวดีเพลิง

"ในลีลาวดีเพลิงเป็นบทที่ค่อนข้างหนักค่ะ เพราะว่าตัวลิลิน เขาจะเป็นผู้หญิงที่เก่ง แกร่ง มุ่งมั่นกลับมาทวงความยุติธรรมให้พ่อ กลับมาแก้แค้นให้พ่อ เนื่องจากพ่อไม่ได้รับความเป็นธรรม และอีกอย่างหนึ่งที่คนจับตามอง รอลุ้นกันก็คือตัวลิลินมีอาชีพเป็นนักร้องที่ผับตอนกลางคืน แล้วมีเสียงร้องที่เป็นเสน่ห์ สะกดทุกคนได้ จนได้ฉายาลีลาวดีเพลิง กับการร้องเพลงประกอบละคร ถ้าพูดถึงสัดส่วนจำนวนเพลงก็ไม่ได้เยอะกว่าเรื่องอื่นๆ หรือเรื่องที่ผ่านมาค่ะ เพียงแต่ว่าเป็นแนวเพลงใหม่ๆที่ทับทิมไม่เคยร้องมาก่อน และเป็นแนวเพลงลูกกรุงที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ฟัง ก็เลยเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับคนดูด้วย ซึ่งทับทิมไม่เคยฟังเพลงแนวนี้มาก่อนเลยค่ะ พอรู้ว่าได้โจทย์มาเป็นเพลงเสน่หา ซึ่งเป็นเพลงประกอบละครเพลงหลัก เราก็ทำการบ้านก่อน ตอนแรกก็เครียดมากเลย ไปฟังต้นฉบับก็กุมขมับเลย จะเป็นยังไงบ้างเนี่ย เลยตัดสินใจไปปรึกษากับสถาบันเพลง ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันที่มีทั้งสอนการแสดง ร้องเพลง ดนตรี ครอบคลุมค่ะ เราก็เลยไปปรึกษาทางสถาบัน ทางนั้นก็เลยแนะนำครูอิ๋งอิ๋งมาให้ ทับทิมก็เลยมีโอกาสได้คุยได้ปรึกษาครูอิ๋งอิ๋ง ในเรื่องของเพลงเสน่หา ก็ไปคุยกับครูว่าเฉพาะเพลงนี้ เราลองมาติวกันว่าทับทิมก็อยากได้เป็นลักษณะที่เป็นแบบฉบับของเราเองด้วย"

จากความทุ่มเทและขวนขวาย ทำให้บทบาทการแสดงในครั้งนี้ของทับทิม ไม่เพียงแต่ถูกชื่นชมในเรื่องการแสดง แต่เสียงร้องอันไพเราะของสาวน้อย ก็จับใจทุกคนเป็นอย่างมาก

"ทับทิมไปเรียนร้องเพลงเองเลยค่ะ ด้วยความตั้งใจ ว่าเราจะทำยังไงให้เราตีโจทย์ตรงนี้ให้แตกให้ได้ แล้วก็ทำให้คนดูเชื่อว่าเราเป็นนักร้องจริงๆ พอได้ผลตอบรับที่ดีก็ดีใจค่ะ รู้สึกชื่นใจ เพราะเราก็ตั้งใจทำออกมาเต็มที่ แล้วก็รอลุ้นกันว่ากระแสตอบรับจะเป็นยังไงบ้าง คนดูจะชอบไหม จะอินไปกับบทบาทใหม่ของเรารึเปล่า ปรากฏว่าก็เกินคาด เราก็เลยชื่นใจหายเหนื่อย"

จากความสำเร็จของลีลาวดีเพลิง สู่การรอคอยรับชมบทบาทใหม่ของทับทิม ในละคร "เพลงรัก เพลงลำ" ซึ่งคราวนี้เปลี่ยนการร้องเพลงลูกกรุง มาสู่ "ลำตัด"

"นี่ก็ไม่ถนัดค่ะ ตอนนี้ได้เจอโจทย์แปลกๆใหม่ๆทั้งนั้นเลย เป็นเพลงแนวแปลกๆ ก็ถือว่าฉีกแนวจากเดิมๆที่เคยเล่นมา ก็ต้องใช้เวลาในการฝึกฝน พี่ๆที่กองฯ ก็แซว บอกว่า โอ้! ตั้งแต่ร้องมา จนจบเรื่องเนี่ย เดี๋ยวไปรับงานได้แล้ว เหมือนแบบมันเข้าเส้นตอนท้ายๆ คือเหมือนกับว่าพัฒนาการของตัวละครด้วย เพราะว่าตอนแรกๆ ตั้งแต่ฝึกร้อง เราก็ฝึกจริงๆในกอง ก็ฝึกไปเรื่อยๆ จนตอนหลังก็คล่องขึ้น สามารถว่าคำกลอนได้ ตอนนี้เวลาออกไปข้างนอก เวลาโชว์ตัว ทับทิมก็สามารถโชว์ได้ ร้องได้ อาจจะไม่ได้สดขนาดนั้น อย่างเช่นไปงานงานหนึ่ง ไปถึงหน้างานเรารู้ละว่างานนี้งานอะไร เราก็เตรียมหลังเวทีก่อน นั่งคิดคำกลอนแล้วเดี๋ยวเราไปเล่นสดบนเวทีดูว่าเป็นอย่างไร"

ทับทิมหัวเราะเสียงใส บอกความสนุกสนานในสิ่งที่เธอเรียนรู้ และทุ่มเทอย่างเต็มที่ จนได้เป็นความสามารถติดตัวที่สำคัญ ความสามารถพิเศษใหม่นี้ เธอยังได้เรียนรู้จากเหล่าศิลปินมืออาชีพในกองละครเพลงรักเพลงลำ อาทิศิลปินแห่งชาติ แม่ขวัญจิตต์ ศรีประจันต์ หนึ่งในนักแสดงของเรื่องด้วย

"ตอนแรกก็มีเพี้ยนๆบ้าง ซึ่งทางค่ายก็จะให้ไปเรียนก่อน ๑ วัน ทุกคนไปอยู่รวมกันหมดที่ต้องร้องลำตัด เราก็อยู่กันแบบคณะลำตัดจริงๆ ร้อง เล่น ต่อกลอนเล่นกัน แล้วก็คอยจับทำนองให้ได้ ว่าการร้องลำตัดมันเสียงต้องขึ้นสูงอย่างไร ลงต่ำอย่างไรให้มันไม่เพี้ยน แรกๆก็เพี้ยน หลังๆก็ดีขึ้น เสน่ห์ของลำตัด ทับทิมว่ามันเป็นอะไรที่สมัยนี้หายากที่จะได้ฟัง ทับทิมก็เลยคิดว่าเราก็ได้ความรู้ตรงนี้มาแล้ว เราก็อยากจะเป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นคนเผยแพร่ ให้ทุกคนได้เห็นว่าความเป็นไทยของเรายังอยู่นะ เผื่อถ้ามีใครสนใจก็อาจจะไปเรียนรู้เพิ่มเติมได้"

ความทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างจริงใจ เป็นสิ่งที่พบเห็นได้เสมอในผลงานของทับทิม ไม่ว่าจะรับบทบาทใดก็ตาม นั่นมาจากความตั้งใจแรกตั้งแต่เข้าวงการของทับทิม ที่อยากจะเป็น "นักแสดง"

"ทับทิมมีความคิดตั้งแต่เข้ามาวงการเลยว่า เราเข้ามาตรงนี้อาชีพเราเป็นนักแสดง ถ้าเวลาใครถามทับทิมว่าเป็นดาราหรือเปล่าคะ ทับทิมจะเขินมากเลยนะ เพราะมีความรู้สึกว่าคำว่าดารากับนักแสดงต่างกัน เรากล้าพูดว่าเราเป็นนักแสดงได้เต็มปากมากกว่าคำว่าดารา เลยมีความรู้สึกว่า พอเป็นนักแสดงเราก็ต้องมีความรับผิดชอบกับทุกๆบทบาทที่เราได้รับ บทดี บทร้าย นางเอก ไม่ต้องกำหนดว่าต้องเล่นละครเวลานี้ เย็นไม่ได้ รับเชิญไม่ได้ ไม่ใช่แบบนั้น เราต้องเล่นได้หมดที่ผู้ใหญ่มอบหมายมา เพราะเราคิดว่า ผู้ใหญ่ทางช่องก็คงดูแล้วก็สกรีนมาให้ในระดับหนึ่งแล้ว ว่าอะไรที่เหมาะสมกับเราถึงจะส่งมาให้"

ความตั้งใจดังกล่าว และความตั้งใจต่อมาที่จะพัฒนาผลงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝีมือการแสดงของทับทิมพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้รับคำชื่นชมจากรอบทิศ

"การแสดงสำหรับทับทิม จริงๆต้องอาศัยการฝึกซ้อม ปฏิบัติไปเรื่อยๆ ทับทิมพอได้บทมา ก็มีไปปรึกษาเรื่องคาแร็คเตอร์ พื้นฐานของตัวละคร ลักษณะนิสัย ความคิด ว่าเป็นอย่างไร เพื่อจะทำให้เราเข้ามากขึ้น พอเล่นไปปุ๊บก็มาดูหน้างานกับผู้กำกับฯอีกทีว่าต้องปรับอะไรหรือเปล่า หรือว่าถ้าเราคิดแบบนี้ แล้วไม่ตรงกับผู้กำกับฯเราอาจจะแชร์ความคิดกัน ว่าแบบนี้รึเปล่าคะพี่ คือทำอย่างไรก็ได้ ให้รู้สึกว่าเวลาเล่นเราไม่ได้หลอกตัวเองถ้ามันไม่ใช่อารมณ์นี้ทำไมถึงเล่นไปได้ "

ในบทบาทหลากหลายที่ได้รับ คือสิ่งที่ทับทิมดึงมาจากมุมเล็กๆในตัวเอง

"จริงๆทับทิมก็เป็นคนร่าเริง ยิ้มง่าย แล้วก็มองโลกในแง่ดี แต่ทุกคาแร็คเตอร์ที่เราเล่น ทับทิมมีความเชื่อว่าทุกคนจะต้องมีบุคลิกอยู่ทุกแบบ เพียงแต่ว่ามันอาจจะเป็นจุดเล็กๆในตัวเรา ที่ถ้าเราไม่สังเกตหรือว่าดึงมันออกมา การแสดงก็เหมือนว่าเราได้ดึงจุดเล็กๆในตัวเราออกมา ถ้าสมมุติว่าเป็นบทที่แก่นๆ ซนๆ อย่างในตัวทับทิมมันก็มีมุมที่แอบซนบ้าง เพียงแค่เราทำจุดตรงนี้ให้มันใหญ่ขึ้น แล้วก็ทำให้กลายเป็นคาแร็คเตอร์ของตัวละคร

ตอนที่เล่นละครเรื่องแรกไม่ได้เรียนการแสดงค่ะ อาศัยประสบการณ์ และเรียนรู้จากการปฏิบัติ แล้วก็เรียนรู้จากผู้ใหญ่รุ่นพี่ที่กองจนเรื่องแรกที่ตั้งใจที่จะไปศึกษาความรู้เพิ่มเติม ก็คือตอนที่รับเรื่องอสูรน้อยในตะเกียงแก้ว เพราะว่ามันเป็นบทบาทที่ค่อนข้างพลิกพอสมควร เราเลยรู้สึกว่าเราควรที่จะมีความรู้เพิ่มเติมนะ อย่างลีลาวดีเพลิง ทับทิมก็มีไปติว ไปคุยคาแร็คเตอร์ ไปปรึกษาว่าเรื่องนี้จะเป็นแบบไหนค่ะ"

ทุ่มเทให้ร้อยเปอร์เซ็นต์อาจเป็นคำจัดกัดความชัดเจนที่สุดสำหรับการทำงานของอัญรินทร์ และไม่ใช่ทุ่มเทเพียงการแสดง ในการเรียน และธุรกิจ ทับทิม-อัญรินทร์ ก็เหนื่อยด้วยตนเองในทุกขั้นตอน

"เหนื่อยสุดคงเป็นช่วงที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยค่ะ เพราะว่ามันตีกันช่วงสอบ ถ่ายละครไปออนไปแล้วต้องมาสอบอีก ตอนนั้นเป็นช่วงที่เหนื่อยมาก เวลาเรียนก็น้อย แล้วยอมรับเลยว่ามีผลกระทบ แต่เราก็พยายาม คือทับทิมยอมรับนะว่าการที่เราทำสองอย่างพร้อมกัน จะให้มันดีทั้งคู่เป็นไปยาก แต่ทับทิมพยายามแบ่งเวลาให้มันไม่กระทบมากจนเสียไปเลย มันจะเหนื่อยมากตอนที่เราต้องอ่านหนังสือสอบ บางทีมีสอบพรุ่งนี้ ทับทิมมีเวลาอ่านแค่คืนนี้คืนเดียวเป็นอะไรที่เครียดมาก แต่ว่ามันก็ผ่านไปได้ค่ะ"

ตอนนี้ทับทิมกำลังศึกษาอยู่ในเทอมสุดท้าย แต่ในด้านธุรกิจ สบู่ทีร่า หรือสบู่ทับทิมของทับทิม กำลังเข้าสู่ปีที่ ๓ แล้ว และธุรกิจใหม่อย่าง ตุ๊กตาม้า Little Barn ก็กำลังได้รับการตอบรับที่ดี

"สบู่เป็นธุรกิจครอบครัวที่เราทำมาอยู่แล้วค่ะ แล้วก็พัฒนาสูตรมาเรื่อยๆ ซึ่งทับทิมก็มีส่วนในเรื่องของสูตรด้วย ช่วยดูเรื่องสูตรว่าเราจะทำแบบไหน เรื่องกลิ่น ตั้งแต่ด้านการผลิต ช่วยดูแลมาเรื่อยๆ ที่เลือกทำสบู่เพราะอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจ ดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้นค่ะ จุดเด่นของทีร่าก็คือ เป็นสบู่ที่ทำจากสารสกัดทับทิม ชื่อทับทิมขายทับทิม (หัวเราะ) จะช่วยดูแลเรื่องสิว กระ ฝ้า ลดเรือนจุดด่างดำ ทำให้ผิวเนียน นุ่ม ชุ่มชื่นค่ะ ส่วนตุ๊กตาม้า Little Barnก็เพราะว่าทับทิมชอบตุ๊กตา แล้วก็เกิดปีม้า ชอบม้า เลยผสมกันจนเป็นตุ๊กตาม้า ของเราจะเน้นว่าเป็นตุ๊กตาที่กอดแล้วให้ความรู้สึกแบบนุ่ม น่ารัก เป็นแบบที่ทับทิมออกแบบเองด้วย ทุกอย่างเลย เลือกสี วัสดุ หรือว่าการออกแบบต่างๆเขียนเองเลยค่ะ"

เวลาหลายปีพิสูจน์ให้เห็นคุณภาพตัวจริงของนักแสดงอย่างทับทิม และเวลาต่อจากนี้คือช่วงของการพิสูจน์บทบาทด้านอื่น ทั้งการศึกษา ธุรกิจ และบทบาทใหม่ต่อไปในละครที่เธอต้องเรียนรู้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ความทุ่มเท ใส่ใจ และจริงใจในวันนี้ของเธอเป็นสิ่งที่น่าติดตามที่สุด

ติดตามตัวตนและผลงานของทับทิมได้ผ่านทางอินสตาแกรม anyarinsweetทวิตเตอร์ anyarinsweet และเฟซบุ๊คแฟนเพจ Anyarin FC Page