สานฝันนักฟุตซอลจิ๋ว...กับยอดโค้ช

โครงการเพื่อเยาวชน

น้องๆทีม "เรารักบางพลัด" จากโรงเรียนบางยี่ขันวิทยาคม ที่ได้ชนะเลิศจากการแข่งขันไมโล จูเนียร์ ฟุตซอล แชมเปี้ยนส์ รุ่นอายุ 11-12 ปี มาสัมผัสประสบการณ์จากโปรแกรมฝึกอบรมเพิ่มทักษะการเล่นฟุตซอลกับ ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผู้นำทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์ การแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ล่าสุด ณ สนามฟุตซอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต โดยบริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด จัดเป็น "แคมป์สุดยอดทีมไมโล" ขึ้น

ร้อยตำรวจโท ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย และตำนานนักฟุตบอลระดับประเทศ กล่าวว่า "ตอนผมเป็นเด็ก ไม่ค่อยได้มีโอกาส ไม่มีแรงสนับสนุน หรือกิจกรรมดีๆที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้แบบนี้ มีแค่พ่อแม่ที่คอยให้กำลังใจ และตัวผมเองที่ต้องพยายามฝึกซ้อมด้วยตนเอง ผมอาศัยความขยัน ฝึกการส่งบอลกับเสาบ้านบ้าง กำแพงบ้านบ้าง ออกไปวิ่งทุกวัน 3 กิโลไม่เคยขาด ด้วยความมีวินัย บวกกับที่มีความใฝ่ฝันว่า สักวันจะติดทีมชาติให้ได้ เมื่อฝันก็ต้องไม่ลดละ และอย่าปล่อยมันทิ้งไป

...น้องๆที่มาร่วมแคมป์ ถือได้ว่ามีทักษะที่ดี เป็นสุดยอดของประเทศอยู่แล้ว แต่การที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ที่ดีในอนาคต ต้องไม่หยุดการพัฒนา 3 ด้าน คือ 1. หมั่นฝึกซ้อมทักษะพื้นฐาน 'เลี้ยง-ส่ง-โหม่ง-ยิง' ให้แม่นยำ 2. ต้องฟิตร่างกายให้แข็งแรง ต้องวิ่งได้ตลอด 120 นาที สร้างความแข็งแรงของร่างกายทุกส่วน รับประทานอาหาร 5 หมู่ และเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีนมเป็นส่วนผสม เพราะนมเป็นแหล่งโปรตีน ช่วยในด้านการเจริญเติบโต ซึ่งจำเป็นมากในการเสริมสร้างมวลกระดูก ผมอยากให้เด็กไทยสูง 180-190 เซนติเมตร จะได้สูสีเวลาลงสนามกับทีมชาติอื่น และ 3. ฝึกสมาธิ สร้างแรงบันดาลใจ มุ่งมั่นไปให้ถึงจุดสูงสุด คือติดทีมชาติ และได้เล่นกับสโมสรที่ดีที่สุดในโลก

...ความสำเร็จเกิดขึ้น กับคนที่มีพรแสวง ถ้ามีพรสวรรค์แต่ขี้เกียจ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ หากน้องๆอยากเป็นนักกีฬาระดับประเทศ ก็ต้องขยันและมีวินัยมากขึ้น การมาเข้าแคมป์นี้ น้องๆได้โอกาสเรียนรู้ทักษะและแนวคิดมากมาย ผมอยากให้น้องๆมุ่งมั่นในเส้นทางสายฟุตบอล เพราะการเป็นนักกีฬาอาชีพ เป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีรายได้ดี ได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน น้องๆที่หมั่นฝึกฝนเป็นประจำ ทักษะต่างๆจะติดตัวไปตลอดชีวิต ผมใฝ่ฝันอยากเห็นเด็กไทย ไปเตะระดับเยาวชนโลกให้ได้เป็นรากฐานที่มั่นคงให้กับวงการฟุตบอลไทย"

กัปตันทีม น้องปูน-เด็กชายจีรพันธ์ กำเหนิด อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบางยี่ขันวิทยาคม กล่าวอย่างมีความสุขว่า "รู้สึกดีใจและโชคดีมาก ที่ได้เข้าแคมป์ในครั้งนี้ เพราะเป็นประสบการณ์พิเศษ ที่จะได้เรียนรู้และฝึกซ้อม แบบนักกีฬาทีมชาติ ที่หาไม่ได้จากที่ไหน กับโค้ชที่เก่งที่สุดในประเทศตอนนี้ ได้ฝึกทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในสนาม ในฐานะกัปตันทีม ผมมั่นใจว่า แคมป์นี้จะช่วยผลักดันทีม ให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จอีกขั้นหนึ่ง ผมจะมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง รักษาวินัย ตั้งใจฝึกซ้อมมากขึ้นไปถึงความฝันที่จะติดทีมชาติ

...อยากให้เพื่อนๆ มาเล่นกีฬากัน ช่วยให้มีระเบียบวินัย ผมไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ตื่นมาตอนเช้าตี 5 ก็จะมาวิ่งคนเดียว 30-60 รอบสนาม เป็นประจำทุกวัน เพราะตอนเด็กที่ผมเริ่มเล่นตอน 7 ขวบ มีคนมาบอกว่า ผมเล่นไม่เก่ง ก็เลยพยายามมากขึ้น จนวันนี้โค้ชเห็นความขยัน และความรับผิดชอบ จึงไว้ใจให้ผมเป็นกัปตันทีม"

ส่วนทาง น้องพล-เด็กชายจุมพล พันธวงค์ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบางยี่ขันวิทยาคม กล่าวว่า "เริ่มเล่นฟุตซอลมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ตอนแรกเห็นว่าน่าสนุกดี พอได้มาเล่นเป็นทีมจึงชอบ และใฝ่ฝันจะเล่นไปให้ถึงทีมชาติ และพยายามมุ่งมั่น ฝึกซ้อมทุกวัน ตั้งแต่ตี 5-6 โมงเช้า ส่วนตอนเย็นหลังเลิกเรียนถึง 2 ทุ่ม

...ผมมีเมสซี่เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักเตะทีมชาติไทย) เป็นไอดอล เพราะเค้าตัวเล็กและไวเหมือนผม การมาเข้าแคมป์นี้ จึงได้ความรู้จากพี่ซิโก้ ว่าก่อนที่เมสซี่เจ จะมีรูปร่างบึก และได้ลงเล่นในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ต้องเล่นบอดี้เวทอย่างหนัก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกาย ให้กล้ามเนื้อทุกส่วนแข็งแรง ไม่เฉพาะแค่กล้ามเนื้อขา และต้องทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เสริมด้วยเครื่องดื่มที่มีนม เพื่อเสริมให้กระดูกแข็งแรง"

และ น้องโก้-เด็กชายศิวะภพ จาตุรงค์สาโรช อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบางยี่ขันวิทยาคม กล่าวว่า "การมาร่วมแคมป์ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสพิเศษ ที่ไม่เหมือนคนอื่น ผมดีใจที่ได้มาซ้อม ได้ความรู้และทักษะใหม่ๆ เช่น ทักษะการจับบอล เพื่อให้เล่นในจังหวะสองได้เลย ทำให้รู้ว่า การมีวินัย การตรงต่อเวลา สำคัญที่สุด ผมจะพัฒนาตนเองให้ดียิ่งๆขึ้นไป ถ้ามีโอกาสก็อยากฝึกซ้อม กับโค้ชทีมชาติไทย มีความสุขมากครับ

...ผมเล่นฟุตซอลมาตั้งแต่ 7 ขวบ ผมอยากติดทีมชาติ อยากลงเล่นกับทีมชลบุรีเอฟซี การได้มาแคมป์นี้ ได้ฝึกกับพี่ซิโก้โดยตรง ทำให้รู้ว่า นักกีฬาอาชีพ ผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก มีวินัย ดูแลสุขภาพร่างกาย อาหารการกิน ดื่มเครื่องดื่มที่มีนม"

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไมโล อนุพงศ์ รณกรกิจอนันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า "เราต้องการเป็นแรงสนับสนุนหลัก ที่ส่งเสริมให้เยาวชนหันมาเล่นกีฬา เพื่อพัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย ให้เด็กๆได้เรียนรู้ ฝึกฝน และรู้จักใช้ทักษะ จากการเล่นกีฬา เช่น การควบคุมอารมณ์ ความมุ่งมั่นในการเล่นกีฬา การเล่นเป็นทีมเวิร์ค เพิ่มพูนมิตรภาพ ให้ทุกคนรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย อีกทั้งนำเอาทักษะต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เด็กๆ ได้รับโภชนาการที่มีประโยชน์ พร้อมกับเครื่องดื่มที่มีคุณค่า ที่ให้สารอาหารที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์"

กีฬา...พื้นฐานที่ดีก้าวแรก ช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จ ที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต น้องๆกำลังเริ่มฉายแววเด่นชัดขึ้น โดยนักฟุตซอลรุ่นจิ๋วในวันนี้ จะเติบโตขึ้นเป็นตำนานบทใหม่ ให้วงการฟุตซอลและฟุตบอลไทย ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้แน่นอนครับ