PA to CEO

คุยสารพันสาระเพ

ตอนที่ 10 การสัมภาษณ์งานของฉันที่สิงคโปร์เป็นไปได้ด้วยดี ประธานภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชาวอเมริกันเป็นผู้สัมภาษณ์คำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ และการแก้ปัญหาของฉันในอดีต เป็นสิ่งที่ฉันคาดเดาไว้แล้วว่าจะถูกถาม ข้อมูลของบริษัทฉันก็อ่านมาแล้วอย่างครบถ้วน ประกอบกับข้อมูลที่บริษัทจัดหางานให้มาเพิ่มเติม ทำให้ฉันตอบคำถามเป็นที่ถูกใจของประธานได้ไม่ยากนัก ฉันได้งานใหม่ดังใจหวังสามารถเริ่มงานใหม่ได้ในทันที แต่ฉันขอเวลาไว้สองสัปดาห์เพื่อช่วยนายนุของฉันทำงานเก่าให้เสร็จเรียบร้อย กับถ้าเป็นไปได้ฉันจะช่วยมองหาผู้ช่วยส่วนตัวคนใหม่ให้ค่ะ

บ่ายวันจันทร์หลังจากที่ฉันเบิกเงินสดย่อยจากป๋าวิชาญ อดไม่ได้ที่จะบอกกับป๋าว่า

"ป๋า แคลร์จะไม่อยู่แล้วนะ แคลร์ได้งานใหม่เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดน่ะค่ะ แคลร์คุ้นกับงานแบบนั้นมากกว่างานผู้ช่วยเยอะ" ฉันเล่าเรื่อยๆ

"โอ๊ย เสียดายจังนี่ก็ไม่มีใครมาทำให้ผมหัวเราะซิเนี่ย" แล้วป๋าก็หัวเราะในคำพูดตัวเอง ป๋าชอบใจนักเวลาฉันมายืนนินทานายให้ฟัง โดยฉันจะมีลีลาท่าทางประกอบไปด้วย ฉันย้ำให้ป๋าช่วยหาคนมาแทนฉัน ฉันเองก็จะช่วยมองหาให้ด้วยเช่นกัน พอจะไปก็อดคิดถึงและเป็นห่วงไม่ได้ จะหาใครที่เหมาะจะเป็นนางฟ้านางสวรรค์มาช่วยนายนุของฉันได้บ้างหนอ

วูบหนึ่งก็คิดถึงนังเหมียว PA ปากกล้าฝีมือเฉียบน่าจะรองรับงานและอารมณ์นายฉันได้ดี เมื่อมีโอกาสฉันรีบโทร.เข้ามือถือนังเหมียวไถ่ถามถึงชีวิตความสุขสบายของมัน นังนี่รู้แกวรีบย้อนถามฉัน

"พี่มีอะไรว่ามา เหมียวยิ่งกลุ้มใจอยู่" ฉันเลยพุ่งเป้าเข้าประเด็นทันที

"ฉันจะบอกแกว่า แกลาออกแล้วมาทำงานแทนฉันที่นี่เสียทีเดียว ฉันได้งานใหม่แล้ว ฉันเห็นว่าแกน่ะประเสริฐล้ำเลิศเหมาะสมกับคุณนุที่สุด งานก็เหมือนๆกับที่แกทำนั่นแหละ แต่แกอาจจะพูดภาษาอังกฤษน้อยหน่อย แต่เอกสารที่นี่ก็เป็นภาษาอังกฤษทั้งนั้นนะแก แกย้ายสะโพกจากราชดำริมาสีลมหน่อยเดียว นายฉันน่ารักนะแก"

"พี่อย่ามาพูด ด่านายให้เหมียวฟังทุกวันๆยังจะมาทำมาเป็นชมอีก" นังนี่ทันฉันอีกแล้ว แต่ฉันไม่ละความพยายาม

"แกก็ ฉันเห็นว่าเป็นงานที่แกคุ้น เงินเดือนก็ไม่น้อยกว่าที่แกได้อยู่ แกหลับตาทำยังได้เลย เออ ลืมถามไปแกเป็นอย่างไรบ้าง"

"พี่รู้ใช่ไหมคุณแพททริกไปแล้ว มียูจีนมาแทนน่ะ เหมียวไม่ชอบ เจ้ายศเจ้าอย่าง เอาเท้าพาดบนโต๊ะด้วยเวลาพูดกับเหมียว ไม่เคยพบเคยเห็น ไม่มีมารยาท" นังเหมียวบ่น เออ ก็น่าให้มันบ่นหรอก

"แก ก็ส่งเขาเข้าหลักสูตร Cross Cultural ซิ" ฉันอ้างถึงหลักสูตรการอบรมให้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งฝรั่งทุกคนต้องเข้าเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสังคมไทย และคนไทยได้ง่ายขึ้น จะได้ทำงานกันอย่างราบรื่นไม่มีปัญหา

"ก็มันอีกตั้ง 2 เดือนน่ะซิพี่ เนี่ยเหมียวไม่รู้จะทนได้แค่ไหนเลย"

"แกก็มาทำงานที่นี่ไง ทำงานกับคนดังนะแก ฉันไม่คุ้นกับงานแบบนี้อยู่มาสี่เดือนกว่า ฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่าทำงานดีขึ้นเลย โดนด่าทุกวัน" ฉันพูดตามความเป็นจริง มันเป็นลักษณะงานที่ฉันไม่ชำนาญเอาเสียเลย ฉันชอบคิด วางแผน ท้าทาย เสี่ยง แต่งานที่ต้องติดตาม โทร.หาคนโน้นคนนี้ ทำตามใจคนอื่น เป็นงานที่ฉันไม่ถนัดเอาเสียเลย นังเหมียวมีความสามารถในการบริหารเวลา ติดตาม จิกกัด เพื่อให้ได้งานตามที่นายสั่ง ฝีปากคมกริบ น่าจะเอามาสู้กับคนที่นี่สักตั้ง

"แกลองคิดดูนะเหมียว แกจะปล่อยให้ฝรั่งมาทำหยาบคายกับแกแบบนั้นไปทำไม มาช่วยฉันหน่อยเถอะ" นังเหมียวคงเริ่มคิดเหมือนกันแหละฉันว่า

"ก็ได้นะพี่ เหมียวก็เบื่อที่นี่มันเปลี่ยนไปเยอะ หลังจากพี่ไปอี Jimmy มันใหญ่คับฟ้าเลย เนี่ยมันไล่ไอ้โจ้ออกแล้วนะ หาว่าฉ้อโกงใบโอ.ที. จริงๆแล้วมันไม่ได้โกงหรอก มันทำงานล่วงเวลาจริง แต่ไม่มีใครสั่งมัน อุตริทำเองเพราะมันจะลางานไปเที่ยว ไม่มีใครเซ็น ดันเซ็นเองอีกเพราะพี่อ้อยไม่อยู่ มันเลยหาว่าไอ้โจ้โกง โอ๊ยพี่ แค่ 4 ชั่วโมงเอง มันจะบ้าอะไรนักหนา นี่ทุกคนก็โดนควบคุมการเบิกจ่ายหมด เรื่องเล็กเรื่องน้อย เราเคยสบายๆมาเจออย่างนี้ก็ไม่สนุกแล้ว"

"เออ แล้วไอ้โจ้มันได้งานใหม่หรือยัง มาขับรถให้นายพี่ไหม" ฉันหุบปากเรื่องนายฉันขี้วีนเสียสนิท กลัวไอ้โจ้มันใจฝ่อเสียก่อน แล้วก็โน้มน้าวต่อ

"เหมียวมาหาพี่นะ ช่วยหน่อยเถอะถ้าแกไม่แฮปปี้ แล้วก็มองหาที่ใหม่อยู่ แกอย่าติดฝรั่งนักเลย นายคนไทยก็น่ารักไปอีกแบบนะแก" ฉันนั่งภาวนาให้นังเหมียวรับปากมาทำงานแทนฉัน หลังจากที่หล่อนตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะไม่เคยทำงานกับนายคนไทย แต่ความเด่นดังของนายนุน่าจะมีส่วนในการจูงใจนังเหมียวได้บ้าง

ฉันบอกนายในวันรุ่งขึ้นว่าฉันได้งานใหม่ ด้วยตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่นายไม่มีเหตุผลใดที่จะหยุดยั้งฉันไว้ แต่ก็ตอกย้ำให้ฉันหาผู้ช่วยคนใหม่ให้ ฉันรับปากโดยดีพร้อมกับให้ความมั่นใจว่าฉันจะหาผู้ช่วยให้ได้เลิศเลอเหมาะสมกับเขาจริงๆ นายนุมองหน้าฉันทำตาซึ้งๆ กล่าวขอบคุณในสิ่งที่ฉันทำให้ตลอดมา ฟังแล้วก็น้ำตาจะไหล ฉันรับปากว่าจะแปลหนังสือและเก็บงานเก่าที่คั่งค้างไว้ให้เรียบร้อยก่อนไป พร้อมรับปากว่าจะหาผู้ช่วยคนใหม่มาทำงานคู่ขนานกับฉันสักหนึ่งสัปดาห์ก่อนไป เพื่อสร้างความคุ้นเคย

นายดีกับฉันมากขึ้น ไม่จู้จี้ขี้บ่นเหมือนเดิม ฉันเอาไอ้โจ้มาขับรถให้ ลองให้ขับรถให้นายสัก 2 วัน ความที่ไอ้เจ้าโจ้หน้าตาน่ารัก ขี้เล่น จึงเป็นขวัญใจสาวๆที่นี่ได้ไม่ยากนัก นายบ่นโจ้ก็ยิ้มเดินผิวปากไม่สนใจ มันก็ถูกนายด่าอีกว่าไม่ให้ผิวปากไม่สุภาพ โจ้คงงงว่าผิวปากนี่ไม่สุภาพตรงไหน เพราะที่ทำงานเก่าฝรั่งเดินผิวปากกันมีความสุข เป็นเรื่องของความต่างในวัฒนธรรมค่ะ

"พี่ๆผิวปากแล้วมันไม่สุภาพตรงไหนเหรอ แล้วนี่ผมจะร้องเพลงได้หรือเปล่า" ใช่ ไอ้โจ้ชอบแหกปากร้องเพลงในออฟฟิศ แต่ไม่มีใครเคยว่าอะไร เพราะถ้ามีแขกข้างนอกเข้ามามันก็เงียบเสียงไปเอง แต่ถ้าอยู่กันเองเราก็ร้องเพลงกัน เพราะมีเสียงเพลงสากลเพราะๆ เปิดเบาๆผ่านลำโพงที่กระจายไปตามจุดต่างๆในออฟฟิศขับกล่อมอยู่ตลอดเวลาทำงาน เราเป็นนักร้องกันไปโดยปริยาย ฉันก็ขี้เกียจอธิบายได้แต่บอกมันว่า

"แกก็ไปร้องเพลงในครัวก็แล้วกัน นายเขาหนวกหูแกก็หุบปากเสียก็สิ้นเรื่อง" รอลุ้นอยู่ค่ะว่าไอ้นิสัยห่ามๆของไอ้โจ้นี่จะอยู่รอดไหมกับนายฉัน แต่โจ้ก็ได้ขับรถต่อไป เพราะนายไม่มีคน

ฉันแปลงานไปเรื่อยๆหาเรื่องโทร.หาอาจารย์หน้าตี๋ตาตี่ไปเรื่อยๆเช่นกัน อ่อยๆไว้หน่อยค่ะ พร้อมกับบอกข่าวเรื่องที่ฉันจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว แต่ก็รับปากว่าจะทำงานให้อาจารย์ให้เสร็จก่อนไป

นังเหมียวยื่นหนังสือลาออกจากที่ทำงานเก่าทันทีที่นายใหม่ของมัน โยนเอกสารให้บนโต๊ะแทนที่จะส่งให้ดีๆ ยูจีนเองก็งงเพราะไม่เคยเจอหญิงไทยใจกล้าที่กล้าเถียงนายได้ขนาดนี้ นังเหมียวใช้วันพักร้อนที่เหลือมาช่วยงานฉันในสัปดาห์สุดท้ายของการทำงานของฉัน โดยมานั่งเบียดกันที่โต๊ะเล็กๆแคบๆของฉัน วันที่นังเหมียวปรากฏตัวในออฟฟิศนี้พร้อมกับที่ฉันแนะนำว่าเป็นผู้ช่วยคนใหม่ของนาย ทุกคนดูตกตะลึงกับการแต่งตัวของนังเหมียว ที่เต็มไปด้วยสีสันเจิดจ้า แต่งหน้าจัด แต่ก็ดูสวยไปอีกแบบ นายฉันก็มองนังเหมียวอย่างงงๆ คงสงสัยว่ามันตื่นตั้งแต่กี่โมงกี่ยามกันถึงลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ราวกับจะไปงาน หรือเข้าฉากละครได้ขนาดนั้น

ฝีมือการทำงานของนังเหมียวสอบผ่านได้อย่างง่ายดาย วันนี้มีประชุมทางไกลอีกครั้ง คุณผู้อำนวยการคนเดิมโทร.มาหาฉันโดยมีนังเหมียวเป็นคนรับสาย พอรู้ว่าจะมีการประชุม 4 สายกับลูกค้าในประเทศอังกฤษผ่านทางโทรศัพท์ นังเหมียวก็จัดการทันทีด้วยคำพูดง่ายๆสั้นๆ

"เดี๋ยวเหมียวไปหาคุณที่โต๊ะ จะสอนให้" ว่าแล้วนังเหมียวก็เดินฉับๆไปหาผู้อำนวยการสาวใหญ่โสดสนิทคนนั้น สัก 5 นาทีก็กลับมา

"แค่นี้ ไม่รู้จักหัดทำเองไม่เห็นมีอะไรยาก" ฉันกับหนูจิ๋มมองนังเหมียวอย่างทึ่ง อึ้ง นังเหมียวไปสอนให้สาวใหญ่ผู้นั้นรู้จักวิธีการใช้โทรศัพท์เวลาประชุมข้ามประเทศ โดยยืนยันว่าทีหลังให้ทำเอง จะได้สะดวกรวดเร็ว และมันจะไม่ทำให้เป็นอันขาด ฉันชอบความเด็ดขาดของนังเหมียวนัก ความจริงฉันก็อยากจะสอนเขาให้ทำอย่างนี้นะ เผอิญฉันทำเองไม่เป็น เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่จะเกิดขึ้นในบริษัทนี้ ท่าทางนังเหมียวคงรับมือได้ไม่ยากนัก

ฉันอ่านหนังสือวิชาการเล่มนั้นจนจบ ผู้เขียนใช้ภาษาง่ายๆ หรืออาจจะเป็นเพราะใช้คำศัพท์ที่ฉันคุ้นเคยอยู่แล้วก็ไม่ทราบ ฉันจึงจับประเด็นเขียนขึ้นสไลด์โดยใช้เวลาน้อยกว่าที่คิด โยนเปรี้ยงให้นังเหมียวทำเป็นสไลด์แอนิเมชั่นให้ นังเหมียวใช้เวลาอย่างรวดเร็วในการทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ใช้งานทุกอย่างในออฟฟิศ ความที่เคยชินกับการถ่ายทอดคำสั่งนายไปยังผู้ใต้บังคับบัญชามานานในตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัว นังเหมียวจึงใช้ความสามารถนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสียงนังเหมียวพูดกับบรรดาผู้อำนวยการ ผู้จัดการ และพนักงานคนอื่นๆทั้งหลายแหล่ว่า

"ต้องได้ค่ะ ต้องส่งค่ะ ต้องทำค่ะ" มีให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ ฉันสะใจนักที่เห็นบรรดาสาวโสดเหล่านี้ทำหน้าอึ้งๆกับความเฉียบในน้ำเสียงของนังเหมียว และยอมปฏิบัติตามโดยดี เออ นังนี่มันเก่ง นายเองก็ดูจะพอใจไม่น้อยกับความรวดเร็วในการทำงานของนังเหมียว แม้ว่าบางครั้งจะทำหน้าตาพิลึกๆที่เห็นนังเหมียวใส่เสื้อสีส้ม กระโปรงสีเขียว แต่งตาเขียวปั๊ดปากสีส้มแจ๊ด ชาติก่อนมันคงเกิดเป็นนกแก้ว หรือไม่มันก็คงชิงนกแก้วมาเกิดเป็นคน แต่ก็เออ น่ารักไปอีกแบบค่ะ นังเหมียวภูมิใจนักที่ทุกคนที่นี่เรียกมันว่า "คุณเหมียว" ทำงานมาตั้งนานเพิ่งจะมีคนยกย่องนับถือมันอย่างสมเกียรติศักดิ์ศรีของการเป็น PA to CEO ก็ตอนมาทำงานที่นี่นั่นแหละ ไอ้เจ้าโจ้แม้ว่านายจะดูรำคาญๆ กับความล้นๆของมัน แต่ความที่ไอ้โจ้ยิ้มรับตลอดเวลาโดนนายด่า ก็ดูจะทำให้นายผ่อนคลายลง นี่แหละนะอะไรๆ มันก็ไม่สมบูรณ์แบบเสมอไป นายมองฉันด้วยความพอใจในการแต่งตัวบุคลิกท่าที และเชื่อมั่นเวลาที่ปล่อยให้ฉันเลือกหาของขวัญ ของชำร่วย หรือดอกไม้ไปให้ลูกค้า หรือผู้ใหญ่ที่เคารพ หรือให้ฉันไปเป็นตัวแทนให้ ส่วนนังเหมียว อ้อ คุณเหมียวแล้วซิ นายคงต้องพิจารณาดีๆแล้ว คงกลัวมันส่งอะไรวิ้งๆไปให้ลูกค้า จะว่าไปนังเหมียวมันก็แค่บ้าแต่งตัว แต่รสนิยมในการสรรหาของใช้ ของขวัญนี่ดีทีเดียวค่ะ ดีเท่าไหร่แล้วที่เวลามาทำงานมันไม่ใส่หมวก หรือที่ติดผมที่เป็นหมวกติดลูกไม้แบบที่ดาราเขาชอบใส่ออกทีวีกัน ฉันสบายใจที่หามืออาชีพมาทำงานให้นายสุดที่รักของฉันได้ คนเราสามารถเฉพาะด้านจริงๆค่ะ

สัปดาห์สุดท้ายของการทำงานที่นี่ของฉันจบลง นายจัดปาร์ตี้เลี้ยงส่งให้ มีของขวัญห่อใหญ่มาให้ด้วย น้องๆเอาของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆมามอบให้ มีคำอวยพรแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน อดไม่ได้ที่จะน้ำตาซึม ฉันคงจดจำสถานที่นี้และนายคนนี้ไม่รู้ลืม ที่ให้โอกาสฉันได้หันมามองตัวเองว่า ตัวฉันนั้นใช่จะเก่งอย่างที่คิด ความที่เคยสั่งให้คนอื่นทำโน่นทำนี่ให้ และคิดแต่ว่าไม่เห็นมีอะไรยากทำไมทำไม่ได้ ลองมามีโอกาสกลับทำไม่ได้ เพราะเราทำงานที่ไม่ถนัดและไม่ได้มีโอกาสฝึกฝนอย่างแท้จริง การช่างจำการรู้จักลำดับความสำคัญของงาน ว่าอะไรควรทำก่อนทำหลัง เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนและสังเกต หากไม่เรียนรู้ ฝึกฝนและปฏิบัติจริงชีวิตมันก็จะสับสนวุ่นวายอย่างมาก นี่แค่ตัวอย่างเรื่องบางเรื่องนะคะในสถานที่ทำงานแห่งนี้ ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ไม่ได้เล่าให้ฟัง ว่างๆเมื่อไหร่จะกลับมาเล่าให้ฟังต่อนะคะ แต่ตอนนี้ขอเวลาพักงานสักนิดนึง ปล่อยหน้าที่ให้ตกเป็นของมือเซียนอย่างนังเหมียว มีเวลาไม่กี่วันก่อนเริ่มงานใหม่ ฉันขอไปตามจีบอาจารย์หน้าตี๋ตาตี่นี่ก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ