เมื่อลูกพาแม่ท่องมาเก๊า และ ฮ่องกง

ในช่วงจลาจลกลางเมือง
บันทึกนักเดินทาง

 ตอนที่ 2 : มาเก๊า?นครที่ไม่เคยหลับใหล

เดินเที่ยวแถว เซนาโด้ สแควร์จนเมื่อย แต่ไม่อยากเดินย้อนกลับไปพักที่โรงแรม แล้วออกมาใหม่อีกครั้งในตอนค่ำ เพื่อชมแสงสีตระการตาของมาเก๊า เพราะตระหนักแก่ใจดีว่า ถ้าหลังถึงที่นอนและหัวถึงหมอน คงไม่อยากลุกขึ้นมาเดินอีกแล้ว และเราจะพลาดไฮไลท์ของการมาเที่ยวมาเก๊า คือ ชมแสง สี ยามค่ำคืนเป็นแน่ จึงชวนลูกชายเดินตรงไปเรื่อยๆจากเซนาโด้ สแควร์ ถนนหนทางในมาเก๊าค่อนข้างแคบ และซับซ้อน ไม่เป็นบล็อคเหมือนเมืองที่มีการจัดวางผังเมืองแบบตะวันตก ถนนเนินสูงๆต่ำๆ การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ต้องดูแผนที่ให้ดีๆ ไม่งั้นหลงทางเอาง่ายๆ หนทางที่จะเดินไปยัง โบสถ์เซนต์ออกัสติน (St. Augustine 's Church) โรงละครดอม เปโดรที่ห้า และโบสถ์เซนต์ลอเรนซ์ (St. Lawrence Church) ดูแล้ว เห็นว่ายังอยู่อีกยาวไกล เราจึงเดินตัดออกจากเส้นทางสายประวัติศาสตร์มาเก๊า ออกไปนั่งหลบลมร้อนยามบ่ายที่ห้าง New Yoahan ที่ตั้งอยู่ที่หัวมุมถนน Doutor Mario Soares ตัดกับถนน Avenida da Praia Grande ใกล้สวนอนุสาวรีย์ Jorge Alvares นั่งพักขา เอาแรงไว้เดินชมชมแสง สี ยามค่ำคืนของเกาะมาเก๊า

ที่มาเก๊า ไม่มี MRT หรือ BTS การเดินทางหลักคือรถเมล์ หรือถ้าใครสามารถเดินไกลได้ เดินเที่ยวในฝั่งเดียวกันจะสะดวกกว่า

จนได้เวลาตะวันรอน แสงแดดเริ่มอ่อนแรงลง ออกจากNew Yoahan ข้ามถนนไป จะเห็น Sintra Hotel ที่เรานั่ง shuttle bus ของ City of Dream มาลงเมื่อช่วงบ่าย เดินข้ามแยกไปตามทิศทางที่เห็นป้ายของกาสิโน Grand Lisboa โดดเด่นมาแต่ไกล เรียกว่าเดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนของมาเก๊า จะมองเห็นตึกนี้ได้ แยกใดมีไฟสัญญาณ เราต้องรอจนกว่าไฟเขียวขึ้นจึงข้าม แต่แยกใดที่ทางข้ามไม่มีสัญญาณไฟ รถที่นี่ก็พร้อมจะหยุดให้ทันที ตอนที่เดินมาถึงถนนฝั่งตรงข้าม ด้านหน้าเรามีกาสิโนใหญ่น้อยเรียงรายอวดโฉม Grand Lisboa จะโดดเด่นที่สุดด้วยรูปร่างที่แปลกตา ตึกสีทอง ด้านล่างทำเป็นโดมทรงกลม ด้านบนทำเป็นกลีบเหมือนชั้นของดอกบัว เป็นตึกที่มีรูปทรงแปลกดี สามารถเห็นความโดดเด่นของ Grand Lisboa ตั้งแต่เดินทางข้ามจากเกาะไทปามายังฝั่งมาเก๊าเลยทีเดียว ถัดจากGrand Lisboa จะเป็นกาสิโน Lisboa เก่า Wynn , MGM จุดนี้เป็นป้ายรถเมล์จุดใหญ่ในมาเก๊า มีรถเมล์หลายสายผ่านตรงนี้ ด้านหน้า Grand Lisboa มีรถบัสจอดเข้าออกตลอด เป็นรถที่วิ่งมาจากสนามบินบ้าง ท่าเรือเฟอร์รี่บ้าง

แสงแดดยามเย็นจับสะท้อนอาคาร Grand Lisboa สวยงามยิ่ง ถ่ายภาพจากระยะไกลแล้วจึงข้ามถนนไปยัง Grand Lisboa หลายที่หลายมุมในห้องโถงของ Grand Lisboa ตกแต่งหรูหราไม่แพ้ Venetian ที่นี่จะมีของแปลกๆ มีค่าสูง ล้วนเป็นงานฝีมือระดับโลกเลยทีเดียว จัดวางแสดงไว้ให้ชมมากกว่า 10 รายการ ให้เดินดูกันเพลินๆว่ากันว่าเป็นของสะสมของเจ้าของ Grand Lisboa ดูแล้วอลังการมาก มีทั้งทองคำแกะสลักเป็นรูปเรือมังกร ฝีมือการแกะสลักขั้นเทพ ผลงานละเอียด และสวยงามมาก ต้นไม้ทองคำ แวววาวระยิบระยับไปหมด งาช้างแมมมอธขนาดใหญ่มาก แกะสลักเป็น "Monkeys Kingdom" มีทั้งคน ทั้งลิง ทั้งต้นไม้ ลวดลายเยอะไปหมด สวยจริงๆ ถัดไปเป็นหยกแกะสลักขนาดยักษ์ แต่ผู้เขียนไม่ได้เดินเข้าไปชมในส่วนของกาสิโน เลยไม่รู้ว่าแตกต่างกับ Venetian อย่างไร

เดินชมใน Grand Lisboa จนเริ่มย่ำค่ำ แสงสีของมาเก๊าค่อยๆเริ่มขึ้นแล้วอย่างช้าๆ เดี๋ยวเราจะข้ามไปชมน้ำพุเริงระบำที่ โรงแรม Wynn โดยเดินข้ามถนนไปที่ Lisbao เก่าก่อน แล้วเดินลงอุโมงค์ ลงบันไดเลื่อนข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม จะเจอกับโรงแรม Wynn พอดี

Wynn Macau Resort เป็นกาสิโนยักษ์ใหญ่ จากลาสเวกัสที่มาสร้างอาณาจักรใหญ่โตไม่แพ้เจ้าถิ่น และ ไม่ได้เป็นแค่เพียงที่พักเท่านั้น แต่ยังเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงไว้อย่างครบครัน ทั้งร้านอาหาร สปา ซาลอน แหล่งช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดัง เช่น Chanel, Prada, Versace, Christian Dior, Gucci, Llouis Vitton เป็นต้น

กาสิโนส่วนใหญ่ในมาเก๊าจะมีการแสดงเพื่อเรียกนักท่องเที่ยวเข้ามาชม และไปเล่นกาสิโน Wynn เป็นอีกหนึ่งในกาสิโนที่มีการแสดงโชว์สุดคุ้ม ควรค่ากับการมาเยี่ยมชมที่สุด และเป็นหนึ่งในจุดเด่นของการท่องเที่ยวมาเก๊าด้านความบันเทิง

การแสดงสุดตระการตาที่ Wynn มีทั้งหมด 3 ชุด คือ โชว์การแสดงน้ำพุเต้นระบำ โชว์ต้นไม้แห่งความมั่งคั่ง (Tree of Prosperity) ต้นไม้สีทองที่มีกิ่งก้านมากกว่า 2,000 กิ่ง และมีใบ 98,000 ใบ ทำจากทองคำ 24 กะรัต และทองสัมฤทธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรม ดนตรี แสง สี วิดีโอ โดยต้นไม้สีทองนี้จะลอยขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับโคมไฟขนาดใหญ่บริเวณตรงกลางโถงใหญ่ ของ Wynn Macau เป็นสัญลักษณ์ทางดาราศาสตร์ของจีนและของตะวันตก และมีการเล่นแสง สีต้นไม้เปลี่ยนตามฤดูกาลทั้ง 4 ระยะเวลาการแสดง ประมาณ 7 นาที แสดงทุกวันตั้งแต่ 10.30 น. ถึง 13.30 น. (ทุกชั่วโมง) โชว์มังกรแห่งโชคลาภ (Dragon of Fortune) มังกรเป็นสัญลักษณ์ของความคึกคัก โชคลาภ และความเป็นอยู่ที่ดี การแสดงชุดนี้เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมโบราณเข้ากับแสง และเสียงเอ็ฟเฟ็คท์อันทันสมัย โดยมังกรขนาดยักษ์จะโผล่ขึ้นมาจากสายหมอกและลอยสูงขึ้นไป 28 ฟุต หัวมังกรมีดวงตาเรืองแสง และมีควันออกมาทางจมูก บนดอกบัวที่บานออกด้วยเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 ฟุต ท่ามกลางแสง สี เสียงแบบจัดเต็ม! โชว์มังกรนี้จะอยู่จุดเดียวกับ โชว์ต้นไม้แห่งความมั่งคั่ง (Tree of Prosperity) โดยจะสลับกันทุกครึ่งชั่วโมง ระยะเวลาการแสดงประมาณ 4 นาที แสดงทุกวันตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึง 14.00 น. (ทุกชั่วโมง) ทั้ง 3 ชุดนี้ชมกันได้แบบฟรีๆ

เรามาถึงที่ Wynn ตอนย่ำค่ำแล้ว จึงพลาดชมการแสดงต้นไม้แห่งความมั่งคั่ง และการแสดงมังกรแห่งโชคลาภ เหลือเพียงการแสดงน้ำพุเต้นระบำ เดินเข้าไปสักหน่อย จะเจอที่นั่งชมความงามริมอ่าว นั่งมองเรือที่แล่นผ่านในอ่าวมาเก๊า และรถที่วิ่งข้ามสะพานเชื่อมเกาะไทปาและมาเก๊า ที่ทั้งยาวและสูง

ด้านหน้ากาสิโน Wynn มีการแสดงน้ำพุเต้นระบำ บริเวณทะเลสาบ มีการใช้หัวฉีดกว่า 200 หัว ใช้น้ำกว่า 8 แสนแกลลอน มาเต้นรำประกอบกับเสียงเพลง ทั้งดนตรีคลาสสิค เพลงจีน เพลงคันทรี และดนตรีป็อป ใช้เวลารอบละ 3 นาที พัก 15 นาที มีโชว์ 4 แบบ ใน 1 ชั่วโมง แสดงทุกวันตั้งแต่ 11 โมงเช้า ถึงเที่ยงคืน (ทุก 15 นาที)

ที่นี่จะมีน้ำพุแสดงพร้อมดนตรีให้ยืนดูแบบเพลินๆ ตะลึงในความสวยงาม (มากๆ) สายน้ำพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับแสง สี รับกับจังหวะดนตรีชวนให้ใหลหลงเป็นอย่างยิ่ง บางลีลาน้ำพุ่งขึ้น สูงมากๆ บางลีลาฉวัดเฉวียนเริงร่าในท่าเต้นระบำ ดูกันมิรู้เบื่อ เราปักหลักหน้าสระน้ำนานทีเดียว ชมการแสดงไปครบ 4 ชุด โดยมิรู้เบื่อ โชว์แต่ละชุดแตกต่างกันไปไม่ซ้ำเลย ดนตรีที่ใช้ประกอบก็แตกต่างกันไป มีทั้งเพลงคลาสสิค ลีลาเนิบช้า เพลงป๊อปลีล่าเริงร่า เพลงคันทรี ลีลาฮึกเหิม จนหลับตาเห็นภาพเคาบอยชักม้าไล่ต้อนฝูงวัวกลางทุ่งกว้าง เพลงจีนท่วงทำนองดุดันประกอบแสงสีของพลุ พ่นทั้งน้ำพ่นทั้งไฟ ถ้าไม่เกรงใจลูกชาย เราคงนั่งชมการแสดงของน้ำพุที่ Wynnไปเรื่อยๆจนถึงเที่ยงคืน เป็นแน่

จากลานที่นั่งชมการแสดงของน้ำพุ มองเห็น มาเก๊าทาวเวอร์ ที่สามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์สวยๆ บนหอคอยสูง 338 เมตร ซึ่งมีความสูงเป็นอันดับ 20ของโลก ที่สูงเด่นสะดุดตา และสะพานเชื่อมเกาะไทปากับฝั่งมาเก๊า ที่ประดับประดาด้วยแสงไฟระยิบระยับ

ระหว่างนั้นแสงสีของมาเก๊า ที่เป็นไฮไลท์ในยามค่ำคืนของที่นี่ แข่งกันเปิดจากทั้งจากร้านค้า โรงแรม กาสิโน ช่วยสร้างสีสันให้ยามค่ำคืนดูงดงาม น่าตื่นตาตื่นใจ ดูการแสดงน้ำพุด้านหน้าจนจุใจแล้ว จากนั้นเข้าไปเดินชมด้านในของโรงแรม Wynnบ้าง แล้วเดินย้อนกลับออกมาถ่ายรูปแสงสี ตระการตาของทั้ง Grand Lisboa, Lisboa, Wynn, Star world Hotel, MGM

ที่โรงแรม Wynn นี้ เหมือนโรงแรมกาสิโนอื่นๆ คือ ตกแต่งอย่างอลังการ มีห้างสรรพสินค้าแบรนด์เนมหรู เราใช้สายตา window shopping อย่างเพลิดเพลิน ออกจาก Wynn เดินตามดวงดาวนำโชคสีน้ำเงินหนึ่งเดียวที่โดดเด่นประดับอยู่เกือบบนสุดของยอดตึกทรงสี่เหลี่ยมสูงของ Star world Hotel ที่อยู่ใกล้กับ Wynn Casino ที่นี่ตกแต่งออกแนว Oriental แต่ก็หรูทีเดียว ตอนนี้ขาและแข้งของผู้เขียนเริ่มอุทธรณ์อีกครั้งว่า...ควรพักได้แล้ว ออกมาหน้า Star world Hotel คงต้องใช้บริการ taxi กลับที่พัก มีคิวคนรอขึ้น taxi ค่อนข้างยาว อีกด้านเป็นคิวรอรถ shuttle bus คิวยาวกว่าอีก ลูกชายบอกว่า อย่าเพิ่งกลับที่พักเลย เรานั่ง shuttle bus ข้ามไปดูแสงสีที่ฝั่งไทปากันก่อนดีกว่า ยังไม่เห็นเลยว่ายามค่ำคืน Venetian, City of Dream, Galaxy จะสวยงามตระการตาเหมือนฝั่งมาเก๊าไหม? เอ้า! ไปก็ไป เดินไปต่อคิว

shuttle bus สายนี้จะพาเราไปที่ Galaxy Casino ดีเหมือนกัน ช่วงเช้าเรายังไม่ได้เข้าไปเดินชมที่ Galaxy Casino เลย ได้เข้าไปแค่ Venetian และ City of Dream รถพาเราแล่นผ่านชมแสงสีของกาสิโนแห่งอื่นๆที่เราไม่ได้เดินไปชม เช่น MGM และกาสิโนขนาดย่อมอื่นๆ ผ่านบ้านของชาวมาเก๊าที่ส่วนใหญ่เป็น ตึกแถวบ้าง แฟลตบ้าง คอนโดฯบ้าง ผ่าน รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ที่โปรตุเกสสร้างให้กับมาเก๊า ในโอกาสที่ส่งมอบมาเก๊าคืนให้กับจีน ใน ค.ศ.1999 เจ้าแม่กวนอิมองค์นี้จึงมีลักษณะแตกต่างจากองค์อื่น คือ มีใบหน้าเหมือนพระแม่มารี ฐานของรูปปั้นเป็นรูปกลีบดอกบัวเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติความเป็นมา เล่าเรื่องราวของรูปปั้นนี้ ตัวรูปปั้นสร้างยื่นลงไปในทะเล จึงเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งของมาเก๊า

ระหว่างนั่งรถข้ามสะพาน หันหลังกลับไปมองฝั่งมาเก๊า แสงไฟช่างสวยงาม อลังการจริงๆ ต่างกับเกาะไทปาที่กำลังจะมุ่งไป แสงสีน้อยกว่ามาก จนกระทั่งเข้าเขต ศูนย์รวมของโรงแรมกาสิโนจึงเริ่มปรากฏแสงสี แต่ในสายตาผู้เขียนเห็นว่า...สู้ฝั่งมาเก๊าไม่ได้ รถมาจอดส่งผู้โดยสารทั้งนักเล่นและไม่ใช่นักเล่น ที่หน้า Galaxy Casino

Galaxy Macau นับว่าเป็นอภิมหากาสิโนของมาเก๊า หนึ่งในสามแห่งของมาเก๊า ที่เพิ่งเปิด เมื่อปี 2011 ตั้งอยู่บนเกาะไทปา ตรงข้ามกับ Venetian มูลค่าการลงทุนเกือบ 2,000 ล้าน US $ พื้นที่กว้างขวางกว่า 500,000 ตารางเมตร มีโต๊ะพนันให้เลือกแทง 450 โต๊ะ และมีสล็อตแมชชีน 1,500 เครื่องไว้ดูดเงินจากกระเป๋าของเซียนพนัน แต่เราเป็นแค่นักท่องเที่ยวมิใช่นักพนัน แค่เข้าไปสัมผัสแสงสีเสียงก็นับว่าคุ้มแล้ว ภายใน Galaxy มีโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวอยู่ถึง 3 แห่ง คือ Galaxy Hotel , Okura Hotel และ Banyan Tree Hotel ที่นี่มีการแสดงโคตรเพชร (Fortune Diamond) เพชรเม็ดขนาดยักษ์ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตก แท่งแก้วคริสตัลขนาดยักษ์หลากหลายสีสัน และการแสดงแสงเลเซอร์รอบอาคารยามค่ำคืน ส่วนขาช็อป มีร้านแบรนด์เนมมากมายให้เลือกใน West Promenades และ East Promenades สำหรับเด็กเล็กมีสวนสนุกเครื่องเล่น Kitz Island อยู่บนชั้น 2 (เสียค่าใช้จ่าย) นอกจากนี้ยังมีโรงหนังให้ความบันเทิงอีกหลายโรง ไปมาแล้วอดตื่นตาตื่นใจกับความใหญ่โตมโหฬารไม่ได้ ข้างในเหมือนเป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งทีเดียว ยอมรับเลยว่าเดินเที่ยวในกาสิโนนี่ เพลินดีเหมือนกัน

เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวสี่ทุ่มกว่าแล้ว คงต้องกลับที่พักเสียที พรุ่งนี้ต้องข้ามไปเที่ยวฮ่องกงอีก

ขึ้นรถ shuttle bus จากหน้า Galaxy ย้อนกลับไปมาเก๊ามาลงที่จุดเดิม หน้า Star world Hotel มุ่งไปที่คิวรถ taxi ที่ยามนี้ผู้คนว่างวาย มีเจ้าหน้าที่ของ Star world Hotel ยืนคอยอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าของโรงแรม เนื่องจากคนขับ taxi ที่มาเก๊าพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ บอกจุดหมายไปแล้ว ปรากฏว่า taxi ไม่ยอมไป...อ้างว่าใกล้ไป ให้เราเดินไป โห!! อะไรกันนี่?? เจ้าหน้าที่ของ Star world Hotel เลยอธิบายเส้นทาง เราเดินไปตามนั้นจนเห็นแสงไฟจาก ป้อมปราการเม้าท์ (Mount Fortress) อยู่ซ้ายมือไม่ไกล จึงเดินมุ่งไปทางนั้น คิดว่าเดี๋ยวคงมีถนนเชื่อมต่อไปยังถนนเส้นที่จะไป Mount Fortress ที่อยู่ใกล้ที่พักของเรา แต่ปรากฏว่าไม่มีถนนเชื่อม ถนนสายที่เราเดินไปดูเหมือนขนานไปกับถนนที่ตั้งของ Mount Fortress อย่างไม่สิ้นสุด เดินไปจน Mount Fortress ลับไปจากสายตา ถนนนี้ดูเหมือนพาเราออกนอกเมืองไปเรื่อยๆ

Taxi แถวนี้หายาก แถมขับกันเร็วมาก แต่ที่สุดเจอพ่อพระมาโปรด มี taxi คันหนึ่งยอมจอดรถรับ การอธิบายเรื่องที่ตั้งของที่พักดูเหมือนราบรื่น แต่นั่งไม่ทันไร ชักเอะใจเมื่อลูกชายบอกว่าทำไมเขาไม่เลี้ยวข้ามสะพานสูงคร่อมถนนที่ลูกชายจำได้ว่า เมื่อบ่าย Taxi ที่เรานั่งจาก Sintra Hotel ขับผ่าน มาโวยวายกันอีกทีตอนรถมุ่งขึ้นสะพานจะข้ามไปเกาะไทปา คุยกันกระท่อนกระแท่นได้ความว่าเขาเข้าใจว่าเราจะข้ามไปเกาะไทปา OMG!!!! อธิบายกันอีกรอบ เรานึกปลง ค่ารถงวดนี้คงปาเข้าไป 100 กว่าเหรียญเป็นแน่ ทั้งที่จากจุดที่เราขึ้นรถหน้า Star world Hotel ไปถึงโรงแรมที่เราพัก ไม่น่าเกิน 30 เหรียญ ปลอบใจลูกชายว่า คิดว่านั่งรถเที่ยวไทปาอีกรอบแล้วกัน จะได้ไม่เครียด เพราะดูท่าทางโชเฟ่อร์เขาดูเสียใจและบอกว่าจะลดราคาให้เรา เดาจากกิริยาที่เขาเอามือฟันผ่าครึ่งอีกมือหนึ่ง และ บอกว่า half half.

ครั้งนี้เราข้ามสะพานไปเกาะไทปาโดยอีกสะพานหนึ่ง ไม่ใช่สะพานเดิมที่เคยข้ามไปแล้วสองครั้งเมื่อช่วงบ่ายและช่วงค่ำ รถติดยาวพอสมควรทั้งขาไปและขากลับ ทิวทัศน์มาเก๊าจากสะพานแห่งนี้สวยงามแตกต่างจากสะพานแรก สะพานนี้อยู่ด้านที่ติดกับท่าเรือมาเก๊า

ปรากฏว่าคนขับ Taxi พามาส่งอีกโรงแรมหนึ่งที่ชื่อคล้ายกัน แต่ในที่สุดก็พาเรามาจนถึงที่หมาย จนได้ โชเฟ่อร์คิดเงินเราแค่ 50 HKD จากราคาในมิเตอร์ 120 HKD เราสงสารเขา เพราะเขาไม่ตั้งใจพาหลง จึงจ่ายไป 70 HKD ดีใจ...ที่ในโลกนี้ยังคนดีๆไม่โกงเรา

จบราตรีในมาเก๊าด้วยแฮมเบอร์เกอร์ที่ ร้านกับ McDonald ใกล้ที่พักคนละชิ้น...

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า