ขิด-ไหมมัดหมี่ ที่หนองคาย

เส้นไหม ใยฝ้าย
ช่างภาพ: 

ภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ 18 จังหวัด ประกอบด้วยกลุ่มชนชาติพันธุ์ต่างๆมากกว่า 20ชาติพันธุ์ ส่วนมากเป็นกลุ่มชนชาวไทยเชื้อสายไทย-ลาว หรือชนเผ่าไท-ลาว อยู่กระจายอยู่ทั่วไปแทบทุกจังหวัดในภาคอีสาน

กลุ่มชนเผ่าไท-ลาว ที่อยู่ในเขตจังหวัดเลย นครราชสีมา และชัยภูมิ มีความใกล้ชิดกับหลวงพระบาง กลุ่มชนในเขตจังหวัดหนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น มีความใกล้ชิดกับเวียงจันทน์ กลุ่มชนในเขตจังหวัดนครพนม สกลนคร และกาฬสินธุ์ เป็นกลุ่มผู้ไทหรือภูไท กลุ่มชนที่อยู่ในเขตอุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด มุกดาหาร และมหาสารคาม ใกล้ชิดไปทางจำปาสัก และยังมีกลุ่มชนเผ่าอื่นๆอีก เช่น ข่า กระโส้ กะเลิง ส่วย และเขมร โดยเฉพาะเขมรและส่วยนั้นกระจายกันอยู่ในบริเวณจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์

กลุ่มชนเผ่าไท-ลาว ทอผ้าใช้เองมานานตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะนำผ้าทอมาใช้ได้สารพัดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนุ่งห่มและเครื่องกันหนาว การทอผ้าใช้เองตามหมู่บ้านเริ่มมีการพัฒนาฝีมือในเรื่องของคุณภาพ สี ลวดลาย จนเป็นที่ยอมรับในสมัยปัจจุบัน

ผ้าทอลายขิด เป็นผ้าพื้นเมืองของภาคอีสาน นับว่าเป็นศิลปะพื้นฐานที่สะท้อนให้เห็นภาพ ลักษณะ ลวดลาย และวิวัฒนาการของท้องถิ่นเดิมของไทยที่มีมาแต่โบราณ ชาวอีสานถือว่าในกระบวนการทอผ้าด้วยกันแล้วการทอผ้าขิดต้องอาศัยความชำนาญและมีชั้นเชิงทางฝีมือสูงกว่าการทอผ้าอย่างอื่นๆ เพราะมีกรรมวิธีที่ทำให้ทอได้ช้า ทอได้ยาก เทคนิคการทอซับซ้อนกว่าผ้าทอชนิดอื่นๆ ต้องใช้เวลา ความอดทน และความละเอียดประณีตมาก

ผ้าไหมลายขิดนี้ แต่เดิมชาวบ้านในท้องถิ่นเรียกว่า "ผ้าเหยียบหรือผ้าเก็บ" เพราะลวดลายที่ปรากฏบนผืนผ้านั้นเกิดจากการเหยียบไม้และเก็บเอาลายตามที่ต้องการบนผืนผ้า ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในสมัยก่อน โดยเริ่มมาจากการที่ผู้ชายในสมัยก่อนนำเอาไม้มาสานเป็นฝา เรียกว่า สานฝากระแตะ เพื่อนำไปใช้เป็นฝาบ้านป้องกันลม แสงแดด และสิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อการดำรงชีวิตประจำวันของตน โดยสานเป็นลวดลายที่สวยงาม ต่อมาผู้หญิงสมัยนั้นได้พบเห็นจึงหาวิธีการแกะลวดลายจากฝาบ้านดังกล่าวด้วยการนำเอาวัตถุดิบที่มีในชุมชนหรือท้องถิ่น เช่น ปอ ป่าน มาคิดสร้างสรรค์เพื่อนำไปใช้เป็นวัสดุในการทอผ้าลายขิด

เมื่อ "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร และรับประชาชนผู้ที่สนใจในเรื่องการทอผ้าเข้าเป็นสมาชิกทอผ้า ทั้งยังโปรดเกล้าฯให้จัดตั้ง "โครงการส่งเสริมศิลปาชีพฯ" ขึ้นที่บ้านโชคอำนวย ในวันที่ 1 สิงหาคม 2539 เป็นต้นมา จึงมีผู้สนใจพยายามรวมกลุ่มสมาชิกในหมู่บ้านเพื่อเข้าร่วมโครงการและเริ่มจัดตั้งกลุ่มครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2542 โดยมีสมาชิกแรกจัดตั้งจำนวน 15 คน ตั้งชื่อกลุ่มว่า "กลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองควาย" เมื่อปี 2548 ได้รับรองมาตรฐานจากทางราชการว่า ผ้าไหมลายขิดของกลุ่มฯทอจากเส้นไหมแท้ย้อมด้วยสีธรรมชาติ มีคุณลักษณะพิเศษคือ ระดับสีสม่ำเสมอไปทั้งผืนผ้า และมีความเลื่อมมัน นุ่มนวล สวยงาม ประณีต ทันสมัย ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ดูแลรักษาง่าย ไม่หดตัว ไม่ตกสี

ลวดลายที่เกิดขึ้นบนผ้าไหมลายขิด เหมือนผ้าที่มีการปักดอก ลวดลายของขิดแต่ละลายจะมีรูปแบบที่สวยงามมีความมัน วาว นูน และมีเหลือบ มีชื่อเรียกคล้ายกัน หรืออาจแตกต่างกันไปบ้าง ทั้งนี้เนื่องจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ซึ่งทำให้รูปแบบและลวดลาย ของผ้าไหมลายขิด ได้พัฒนาประยุกต์ไปจากเดิม จนเกิดลวดลายใหม่ๆขึ้น

ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกกว่าร้อยคน และได้เปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น "กลุ่มทอผ้าไหมลายขิดบ้านหนองควาย" ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 60 หมู่ที่ 2 ตำบลวังหลวง อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย สมาชิกกลุ่มทุกคน มีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้าน ทำให้คนในชุมชนมีงานทำ กิจกรรมที่ดำเนินอยู่ในชุมชน ทำให้หมู่บ้านน่าอยู่มากขึ้น และมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เยาวชนทั้งในหมู่บ้านและ ในโรงเรียน เป็นแหล่งเรียนรู้ประจำอำเภอในเรื่องการทอผ้าไหมลายขิดอีกด้วย