"เทศกาลชมสวน" ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ 2557

ความหลากหลายพรรณไม้และวัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้าน กับ 7 เส้นทางสายหมอกและดอกไม้
ทีนี่รายการเพื่อคุณภาพชีวิต

จากผลสำเร็จของการจัดงาน "สวนราชพฤกษ์" เมื่อปี 2552-2556 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าชมกว่า 1 ล้านคน เป็นที่รู้จักและรอคอยการเปิดให้เข้าชมในทุกปี ซึ่งหวังเข้ามาสัมผัสความงามของดอกไม้ ส่วนจัดแสดงและเรียนรู้กิจกรรมต่างๆ ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นของขวัญให้กับตนเองและครอบครัว ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวหน้าหนาวของประเทศไทยที่ต้องไม่พลาดมาเยี่ยมเยือน

"เทศกาลชมสวน ปี 2557" ( FLORA FESTIVEAL 2014) ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ชื่องาน "ความหลากหลายพรรณไม้ และวัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้าน" (Diversity of Flora and Neighbouring Countries' Culture) เป็นการจัดงานครั้งที่ 5 คาดว่าจะมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมงาน 440,000 คน ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2557 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2558 รวมระยะเวลา 90 วัน โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง และหน่วยงานภาคี ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำของประเทศ

พื้นที่กว่า 468 ไร่ เป็นสถานที่ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามว่า อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2553 และเคยเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลถึง 2 ครั้ง

ดิฉันได้รับเชิญจาก ทีมประชาสัมพันธ์อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ให้เดินทางไปร่วมพิธีเปิดงาน "เทศกาลชมสวน ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ 2557" โดยมี หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง เป็นองค์ประธานในพิธี ณ บริเวณหน้าหอคำหลวง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีทีมประชาสัมพันธ์ของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ปุ้ย-ยุ้ย-นิ่ม ประสานงานและอำนวยความสะดวกในการเดินทางครั้งนี้ 2

วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสอันเป็นมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช เผยแพร่พระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเกษตรและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมทัศนคติเกี่ยวกับการลดโลกร้อนและเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เผยแพร่วัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทย

ไฮไลท์ที่ 1 นิทรรศการ "เทิดไท้องค์ราชันกับการทรงงานในประเทศอาเซียน" พระบารมีร่มเย็น ยังประโยชน์สูง ทั้งชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ชมนิทรรศการ การทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านในแถบประเทศอาเซียน และการทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของนานาประเทศที่ได้น้อมนำเอาโครงการพระราชดำริต่างๆ ไปปฏิบัติจนเกิดสัมฤทธิ์ ทั้งในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ และในด้านการอนุรักษ์และรักษาธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน พร้อมชมนิทรรศการดอกไม้ประจำชาติประเทศอาเซียน

ไฮไลท์ที่ 2 สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ เรียนรู้วิถีชีวิตพอเพียงตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จำลองบรรยากาศและวิถีชีวิตเกษตรกรรมตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ สาธิตการปลูกข้าว ปลูกผัก การเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู แปลงรวบรวมผลไม้ เพื่อดำเนินชีวิตใหม่เหมาะสมกับฐานะ มีความมั่นคงทางด้านอาหาร โดยผู้เข้าชมจะเข้าใจและเรียนรู้การดำเนินชีวิตตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่มากยิ่งขึ้น

ไฮไลท์ที่ 3 ศูนย์เรียนรู้มูลนิธิโครงการหลวง ชื่นชมพรรณไม้งามโครงการหลวง และเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของมูลนิธิโครงการหลวง ดั่งคำขวัญที่ว่า "โครงการหลวง ช่วงชาวเขา ช่วยชาวโลก"

ไฮไลท์ที่ 4 การแสดง แสง สี หอคำหลวง อลังการ แสง สี เสียง หอคำหลวงยามค่ำคืน ในรูปแบบที่ไม่เคยชมที่ไหนมาก่อน จัดแสดงในเทศกาลชมสวนปีนี้เท่านั้น หอคำหลวง เป็นจุดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เรียนรู้พระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ และพระราชกรณียกิจของในหลวงผู้เป็นหนึ่งในดวงใจของปวงชนชาวไทย

ไฮไลท์ที่ 5 อุทยานกล้วยไม้ ตระการตากล้วยไม้นานาพันธุ์หลากสีสันกว่า 300 ชนิด ดื่มด่ำสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามและร่มรื่น เรียนรู้กล้วยไม้นานาพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอาเซียน ทั้งกล้วยไม้ดิน กล้วยไม้อิงอาศัย และกล้วยไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ "ว่านเพชรหึง"

ไฮไลท์ที่ 6 โดมไม้เขตร้อนชื้น สัมผัสบรรยากาศที่ร่มรื่นและชื่นชมเฟิร์นโบราณ พรรณไม้หายากนานาชนิดที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอาเซียน ไดโนเสาร์ใจดี-แบรคิโอซอรัส มายืนต้อนรับและทักทายผู้มาเยี่ยมเยือน

ไฮไลท์ที่ 7 ซุ้มผักแฟนซี ร่มรื่นชื่นชมซุ้มอุโมงค์ผัก ฟัก แฟงแฟนซี ที่เดียวในอุทยานหลวงราชพฤกษ์

ไฮไลท์ที่ 8 FLOWER MOSAIC ดอกไม้อาเซียนรวมใจ เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการเปิดประตูรั้วสู่ประเทศอาเซียน ด้วยสีของดอกไม้แต่ละสี สื่อถึงดอกไม้ประจำประเทศแห่งชาติอาเซียน เสมือนการรวมใจร่วมถวายความจงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจัดเบื้องหน้าหอคำหลวง ซึ่งเปรียบเสมือนสถาบันพระมหากษัตริย์ที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

ไฮไลท์ที่ 9 สวนใหม่จากองค์กรชั้นนำของประเทศ ได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเผยแพร่ผลสำเร็จในการดำเนินงานของแต่ละองค์กร อาทิ การท่าเรือแห่งประเทศไทย จัดแสดงศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนแห่งแรกและแห่งเดียวของภาคเหนือ

นอกจากนี้ยังมี เรือนพืชทะเลทราย เรียนรู้วิวัฒนาการอยู่รอดและการปรับตัวของพืช พบกับ "ซาควาโร" กระบองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ "แบล็คบอย" ต้นไม้ที่สามารถอยู่รอดได้แม้ถูกไฟเผา สวนบอนไซ รูปทรงต่างๆ หลากหลายลีลารวบรวมไว้มากกว่า 60 ต้น และสวนไม้ประจำจังหวัด มาเรียนรู้จักต้นไม้ และดอกไม้ประจำจังหวัดของทั้ง 77 จังหวัดในประเทศไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทย จัดแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับเงินตราและการบริหารเงิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดแสดงโครงการสร้างทุนทางปัญญาต่อยอดต้นกล้าความดี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จัดแสดงบ้านสวนพอเพียงและองค์ความรู้ด้านการจัดทำฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ

เครือเจริญโภคภัณฑ์ จัดแสดงนิทรรศการตามรอยใต้เบื้องพระยุคลบาท โครงการสนองแนวพระราชดำริ โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จัดแสดงนิทรรศการขับเคลื่อนความสุขกับบริษัทฯ ปตท. จัดเรียนรู้โครงการในพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดแสดงกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด จัดแสดงนิทรรศการบทเพลงพระราชนิพนธ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ดร.อาณดา นิรันตรายกุล ผู้อำนวยการอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เปิดเผยว่า "อุทยานหลวงราชพฤกษ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง และหน่วยงานภาคี เตรียมจัดงานใหญ่ประจำปี "เทศกาลชมสวน" (Flora Festival 2014) ภายใต้ชื่องาน "ความหลากหลายพรรณไม้และวัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้าน" ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2557 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2558 ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์พระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว งานโครงการหลวง และเผยแพร่องค์ความรู้ ด้านพืชสวนและการเกษตร รวมทั้งเป็นการกระตุ้นสภาพเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ

ภายในงานมีการจัดแสดงไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณจากมูลนิธิโครงการหลวงที่ให้สีสันสวยงามพร้อมเบ่งบานให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามตลอด 90 วัน ตระการตากับการแสดงแสงสีหอคำหลวงและนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การจำลองศูนย์เรียนรู้โครงการหลวง ซุ้มผักแฟนซี สวนองค์กรใหม่จากองค์กรชั้นนำของประเทศ เพลิดเพลินกับดนตรีในสวนและการแสดงศิลปวัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมสนุกกับกิจกรรมพิเศษในวันสำคัญต่าง ๆอีกมากมาย เช่น วันพ่อแห่งชาติ วันคริสต์มาส กิจกรรมเคานต์ดาวน์ในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ วันเด็กแห่งชาติ วันวาเลนไทน์และวันตรุษจีน เป็นต้น

การเข้าชมงานเทศกาลชมสวน มีอัตราค่าบำรุง คนไทยผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 25 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ถ้านักท่องเที่ยวต้องการเข้าชมสวนแบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง สามารถจับจองเป็นเจ้าของบัตรแบบรายปีในราคาบัตรละ 400 บาท อัตราค่าบริการรถพ่วงชมสวน ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-5311-4110-5 หรือ www.royalparkrajapruek.org

ในช่วงค่ำมีงานเลี้ยงรับรองสื่อมวลชน เราได้พบกับ อาจารย์คำหล้า ศิลปินล้านนา-อาเซียน กับทีมนักดนตรีมาขับกล่อมบรรเลงเพลงผ่านน้ำเสียงที่แว่วหวานกังวาน เพลินใจสบายๆ โดยเฉพาะ เพลงล่องแม่ปิง บ่งบอกถึงความงามและสะท้อนถึงเสน่ห์อันเปี่ยมล้นสูงค่าของแม่หญิงงามแห่งภาคเหนือของประเทศไทย

เช็คอินเข้าพักที่ ปราชญ์ ราชพฤกษ์ รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่ อยู่ใกล้อุทยานหลวงราชพฤกษ์ บูติครีสอร์ท บรรยากาศส่วนตัว โอบล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เชื่อว่าหากใครที่ได้มาพักต้องหลงรักที่นี่เช่นเดียวกัน ภายในห้องพักตกแต่งไว้ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงบรรยากาศของความเป็นปราชญ์ ต้องมาพิสูจน์ด้วยตนเอง เยี่ยมชมที่เว็บไซต์ www.pratrajapruekc.om หรือโทรศัพท์ 0-5311-4006

วิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ เปิดเผยว่าโครงการ หลงรักเชียงใหม่ กับ 7 เส้นทางสายหมอกและดอกไม้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้าทางการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในฤดูแห่งการท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งพรรณไม้ และได้จัดกิจกรรมคาราวาน ชมดอกไม้เมืองหนาว และชมทะเลหมอกบนดอยอินทนนท์ ในช่วงเดือนมกราคม 2558 ซึ่งจะนำนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจไปสัมผัสความสวยงามของดอกไม้โครงการหลวงและอากาศที่หนาวเย็น

"ในแต่ละเส้นทางนอกจากจะได้ชมความงามของดอกไม้ที่มีความโดดเด่นแล้ว ยังได้เที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวหลักในบริเวณใกล้เคียง อันจะก่อให้เกิดการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวมายังจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง ททท สำนักงานเชียงใหม่จึงได้นำเสนอ เส้นทางโรแมนติค หลงรักเชียงใหม่ กับ 7 เส้นทางสายหมอกและดอกไม้ ในฤดูท่องเที่ยวนี้"

เส้นทางโรแมนติค "หลงรักเชียงใหม่" กับ7 เส้นทางสายหมอกและดอกไม้ ประกอบด้วย เส้นทางที่ 1 ดอกไม้งามในเมืองลือเลื่องอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ร่วมกับอุทยานหลวงราชพฤกษ์ สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา-สวนสัตว์เชียงใหม่ และเชียงใหม่ ซู อะควาเรียม-เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี วันที่ 1 ธันวาคม 2557 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2558

เส้นทางที่ 2 ดอกไม้งาม อร่ามบนดอยอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง-หมู่บ้านชาวเขาบ้านขอบด้ง-พิพิธภัณฑ์โครงการหลวงที่ 1

เส้นทางที่ 3 ไหว้สาพระธาตุดอยสุเทพ ชมสวนกุหลาบงามที่พระตำหนักภูพิงค์ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย-วัดพระธาตุดอยสุเทพ-พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์-ดอกพญาเสือโคร่งที่ขุนช่างเคี่ยน-ดอยปุย

เส้นทางที่ 4 โรแมนติคขุนเขาม่อนแจ่ม ศึกษาเรียนรู้สวนพฤกษศาสตร์ ฟาร์มกล้วยไม้-สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์-โครงการหลวงหนองหอย-ม่อนแจ่ม-ม่อนล่อง-ไร่สตรอว์เบอร์รี่สะเมิง

เส้นทางที่ 5 ยลทะเลหมอกห้วยน้ำดัง ตระการตาผืนป่าสนวันจันทร์ กัลยานิวัฒนา อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง-ขุนแม่ยะ-ป่าสนวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา

เส้นทางที่ 6 สักการะ 2 พระธาตุเจดีย์ ชมไม้ดอกเมืองหนาวขุนวางบนดอยอินทนนท์ บ้านถวาย-วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร-โครงการหลวงขุนวาง-พระมหาธาตุนภเมทนีดล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ-โครงการหลวงดอยอินทนนท์-พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศวร

เส้นทางที่ 7 ชมดอกเสี้ยวบานที่เทพเสด็จและบ้านป่าเหมี้ยง อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง นมัสการพระธาตุดอยสะเก็ดพระอารามหลวง-โครงการศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ-น้ำพุร้อนดอยสะเก็ด-ดอกเสี้ยว ตำบลเทพเสด็จ ดอกเสี้ยวที่บ้านป่าเหมี้ยง อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0-5323-6140-2 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.tourismchiangmai และ Facebook/fanpage : Amazing Chiang Mai Jao

"เทศกาลชมสวน" ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ และ "โครงการหลงรักเชียงใหม่กับ 7 เส้นทางสายหมอกและดอกไม้" จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้คนกับสีสันของดอกไม้ เป็น"มนต์เสน่ห์ของล้านนา" สะกดใจให้หลงรัก และตั้งใจเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ความงามของธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นการกระจายรายได้ด้านการท่องเที่ยวสู่ชุมชนโดยตรง กระจายรอยยิ้มสู่ทุกคนทั้งชาวไทยและนานาชาติด้วยค่ะ