ภาพเขียนสีสี่พันปีที่ ผาแต้ม

ร้อยเรื่องเมืองไทย
ช่างภาพ: 

ตอนที่ 1. เสาเฉลียงและผาขาม

คุณผู้อ่านทราบไหมคะ ว่าในประเทศไทยมีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์อายุหลายพันปีที่ไหนบ้าง ภาพเหล่านี้มีทั้งภาพเหมือนจริง คือมองปุ๊บก็รู้ปั๊บ ว่าเป็นภาพอะไร เช่น คน ปลา เก้ง กวาง และภาพเหนือจริง คือลวดลายแปลกตาต่างๆ แล้วแต่ผู้ดูใช้จินตนาการว่าเป็นภาพอะไร

ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทยมีอยู่มากมายหลายแห่งค่ะ เช่น ทางภาคใต้ พบที่ถ้ำผีหัวโต อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ และเขาเขียน อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ภาคเหนือพบที่ประตูผา จังหวัดลำปาง และภาคอีสานพบที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ที่เราจะพาคุณผู้อ่านไปชมในฉบับนี้

เราใช้ทางหลวงหมายเลข 217 จากจังหวัดอุบลราชธานี ไปอำเภอพิบูลมังสาหาร แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 2222 ไปอำเภอโขงเจียม จากอำเภอโขงเจียมใช้เส้นทางสาย 2134 (โขงเจียม - ศรีเมืองใหม่) ประมาณ 5 กิโลเมตร แยกขวา เข้าเส้นทางสาย 2112 อีกประมาณ 9 กิโลเมตร ถึงทางแยกขวา และก่อนถึงผาแต้ม ประมาณ 1.5 กิโลเมตร เราพบกับ "เสาเฉลียง" เป็นจุดแรกที่เราแวะถ่ายรูปกันค่ะ

คำว่า "เสาเฉลียง" แผลงมาจาก "สะเลียง" แปลว่า "เสาหิน" ลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สืบเนื่องมาจากกระบวนการกัดเซาะและกัดกร่อนด้วยอิทธิพลของน้ำและลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสึกกร่อนโดยแม่น้ำหรือธารน้ำไหลกัดเซาะเป็นเวลาชั่วนาตาปี เกิดขึ้นในชั้นหินที่วางตัวอยู่ในแนวราบหรือเกือบราบและในแต่ละชั้นมีส่วนประกอบของแร่ที่แตกต่างกัน จึงทำให้มีความแข็งและทนทานที่ไม่เหมือนกัน จนเกิดเป็นประติมากรรมชิ้นเอกร่วมกันของหินทราย 2 ยุค คือ หินทรายยุค ครีเตเซียส ซึ่งมีอายุประมาณ 130 ล้านปี เป็นส่วนดอกเห็ดอยู่ท่อนบน และหินทราย ยุคไดโนเสาร์ มีอายุประมาณ 180 ล้านปี เป็นส่วนต้น เสาหินท่อนล่างโดยผ่านการถูกชะล้างพังทลายอันเกิดจากสภาพอากาศ ฝนและลมพายุเป็นเวลาหลายล้านปี ซึ่งคุณสมบัติทางธรณีวิทยาของหินทรายนั้นง่ายต่อการสึกกร่อนกว่าหินชนิดอื่นที่จัดอยู่ในกลุ่มหินชั้นเดียวกัน เมื่อผ่านการสึกกร่อนไปได้ระยะหนึ่งก็มีสิ่งที่เรียกว่า กระบวนการต้านทานทางธรรมชาติ และแรงกดทับของเม็ดฝนทำให้หินทรายแข็งยิ่งขึ้น เป็นผลให้สามารถรักษาสภาพให้คงรูปได้...แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเจ้าเสาหินเหล่านี้ยืนกลางแดดตากลมตากฝนเป็นร้อยล้านปี เพื่อรอเวลาที่เราจะเดินทางมาพบ

ลานหินแตก อยู่ถัดจากเสาเฉลียงขึ้นไปบนเนินเขา เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สืบเนื่องมาจากกระบวนการกัดเซาะและกัดกร่อนด้วยอิทธิพลของน้ำและลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสึกกร่อนโดยน้ำหรือธารน้ำไหลกัดเซาะเป็นเวลาชั่วนาตาปี

จากนั้นเราก็เดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เพื่อชมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ หากใครเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก แนะนำให้เข้าไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ใกล้ลานจอดรถก่อนค่ะ เพื่อขอข้อมูลอุทยานฯก่อนเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ เราสามารถขอแผนที่เดินเท้าไปชมภาพเขียนสีโบราณได้ เพราะภาพเขียนสีโบราณแต่ละจุดไม่ใกล้กันเลย ที่ศูนย์บริการนี้มีรูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น น้ำตก ลานดอกไม้ จำหน่ายของที่ระลึก ด้านหลังเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยงามอีกด้วยค่ะ

ถ้ากายพร้อม ใจพร้อม เราก็ออกเดินเท้าไปชมภาพเขียนสีอายุกว่าสี่พันปีกันเลยค่ะ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีพื้นที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร ในเขตอำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร เมื่อวันที่15 พฤษภาคม พ.ศ.2524 อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม และ พรชัย สุจิตต์ แห่งภาควิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ค้นพบภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์อายุกว่าสี่พันปี ขนาดยาวประมาณ 200 เมตร ที่หน้าผาริมแม่น้ำโขง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาได้มีการสำรวจศึกษาเพิ่มเติมพบภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์กว่า 300 ภาพ นับเป็นกลุ่มภาพเขียนสีโบราณที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ลักษณะของภาพแบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ ภาพฝ่ามือ ภาพสัตว์ ภาพคน ภาพวัตถุสิ่งของเครื่องใช้ และภาพรูปทรงเรขาคณิต ในอดีตชาวบ้านเชื่อว่าผาแต้มเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ต้องห้าม เป็นแหล่งอาศัยของภูตผีปีศาจ เรียกว่า "ภูผาแห่งความตาย"...ติดตามอ่านตอนจบในฉบับหน้าค่ะ