โครเมียม แร่ธาตุที่ถูกมองข้าม

หน้าต่างสุขภาพ

เมื่อพูดถึงโครเมียม เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะนึกถึงความวาววับของส่วนประกอบรถยนต์มาก่อนเลย ใช่มั้ยคะ แถมหลายคนอาจจะงงๆ ด้วยซ้ำว่าโครเมียมมาเกี่ยวกับสุขภาพได้อย่างไร ไม่ต้องแปลกใจไปค่ะ โครเมียมที่เข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ จากเหมืองแร่และโรงงานอุตสาหกรรมนั้น เป็นพิษและเป็นอันตรายต่อร่างกายดังที่เราคงจะทราบกันดี แต่ในที่นี้ เรากำลังพูดถึงโครเมียมจากธรรมชาติที่มีอยู่ในอาหารหลายชนิด ซึ่งนอกจากไม่เป็นอันตรายแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะกับคนที่เป็นเบาหวานหรือโรคหัวใจ และยิ่งในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองวันสำคัญเช่นในช่วงนี้ ซึ่งจะมีทั้งตรุษจีน วาเลนไทน์ ต่อเนื่องไปจนถึงสงกรานต์ เป็นช่วงของการ "กินฉลอง" ซึ่งจะขาดไม่ได้ก็คือบรรดาเค้ก ช็อกโกเลต ขนมเปี๊ยะ ขนมไทย ขนมหวานทั้งหลาย ซึ่งโครเมียมจะเข้ามามีบทบาทมากเป็นพิเศษในช่วงนี้นี่เองค่ะ เพราะโครเมียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเผาผลาญแป้งและน้ำตาลโดยเฉพาะ แต่ถึงจะมีความสำคัญขนาดนี้ มันกลับถูกมองข้ามและไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าไหร่นัก

บทบาทของโครเมียมต่อสุขภาพ :

- ช่วยให้หลอดเลือดและหัวใจแข็งแรง

- ลดอาการเหวี่ยง วีน เนื่องจากอารมณ์แปรปรวน

- ช่วยคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เนื่องจากโครเมียมช่วยเผาผลาญอาหารจำพวกแป้งและไขมัน

- ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในสภาวะที่สมดุล

- ช่วยให้ร่างกายสร้างพลังงาน

สัญญาณที่บ่งบอกถึงการขาดธาตุโครเมียม :

- ร่างกายไม่สามารถจัดการกับน้ำตาลและแอลกอฮอล์ได้

- ระดับโคเลสเตอรอลเพิ่มสูงขึ้น

- อยากกินแต่ขนมหวานจำพวกแป้งและน้ำตาล

- ระดับไขมันในเลือดสูง

- เกิดภาวะไฮโปไกลซีเมีย หรือน้ำตาลในเลือดต่ำเรื้อรัง

- เบาหวาน (แม้จะมีปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย แต่ปัจจัยที่พบได้บ่อยคือการขาดโครเมียม)

แต่อาการเหล่านี้ ไม่ได้จำเพาะว่าเกิดจากการขาดโครเมียมเท่านั้น อาจเกิดจากปัญหาสุขภาพอย่างอื่นได้ด้วย ดังนั้น ควรไปให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยเพื่อความถูกต้องจะดีที่สุดค่ะ

แหล่งอาหารที่มีแร่ธาตุโครเมียม

โครเมียมมีอยู่มากใน น้ำมันข้าวโพด พริกไทยดำ เนื้อไก่ ยีสต์ ตับ ไข่แดง เห็ด หอยนางรม หอยกาบ ผักใบเขียว ถั่วฝัก มันฝรั่ง ธัญพืช ข้าวชนิดต่างๆ เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต เนยแข็ง กากน้ำตาล และเบียร์ แต่ถึงแม้ว่าเบียร์จะมีโครเมียมอยู่มาก เบียร์ก็มีแอลกอฮอล์ และมัลโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งที่เป็นอาหารของยีสต์ตัวร้าย ที่สามารถจะทำให้เกิดการติดเชื้อยีสต์ได้ ดังนั้น จึงไม่ควรบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปนะคะ

อันที่จริงแล้ว น้ำตาลอ้อยก็มีโครเมียมเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่กระบวนการผลิตน้ำตาลในโรงงานอุตสาหกรรม ขัดเอาแร่ธาตุต่างๆออกจนเหลือเป็นน้ำตาลขัดขาวที่แทบไม่มีแร่ธาตุอะไรหลงเหลืออยู่แล้ว แม้แต่น้ำตาลแดงก็มักจะทำจากน้ำตาลขัดขาวที่มีการเติมกากน้ำตาลลงไป ซึ่งจะเหลือโครเมียมเหลืออยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น น้ำตาลและขนมหวานจึงไม่ใช่แหล่งโครเมียมที่ดี แถมยังควรหลีกเลี่ยง หรือกินหวานให้น้อยที่สุด เพื่อจะได้ไม่ไปขัดขวางการสะสมของโครเมียม

ปริมาณของธาตุโครเมียมที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน

  โดยปกติ ร่างกายควรได้รับโครเมียมในปริมาณวันละ 20 - 120 ไมโครกรัม แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับนักกีฬาควรจะได้รับมากถึงวันละ 200 - 290 ไมโครกรัม เพราะมีความเสี่ยงที่จะขาดโครเมียมมากเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องใช้พลังงานมากกว่าคนทั่วไป

โครเมียมในอาหารเสริม

โครเมียมในอาหารเสริมมีหลายรูปแบบ เช่น โครเมียม คลอไรด์ กลูโคส โทเลอเรนซ์ แฟ็คเตอร์ โครเมียม (GTF) โครเมียม โพลีนิโคติเนท โครเมียม ไดนิโคติเนท และโครเมียม ไพโคลิเนท นักโภชนาการไม่ได้ฟันธงว่าแบบไหนดีที่สุด เพราะร่างกายของแต่ละคนมีการตอบสนองต่อแร่ธาตุแต่ละชนิดต่างกัน เราจึงต้องสังเกตตัวเองว่าแบบไหนที่ดีกับร่างกายของเรามากที่สุด ซึ่งกว่าจะเห็นผลจากการเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน สำหรับการกินอาหารเสริมเป็นประจำทุกวัน

ได้ทำความรู้จักกับโครเมียมกันพอสมควรแล้ว หวังว่าคนรักสุขภาพคงหันมาใส่ใจกับแร่ธาตุชนิดนี้กันมากขึ้นนะคะ ของดีๆอย่างนี้จะมองข้ามกันได้อย่างไร