ประโยชน์ของกาแฟมีมากอย่างคาดไม่ถึง...

โน้ตบุ๊ค

หลังจากนำเสนอคุณผู้อ่านถึงกาแฟชนิดต่างๆในปักษ์ที่ผ่านมาแล้ว ปักษ์นี้ "บันนี่" ขอเล่าถึงประโยชน์ของกาแฟบ้าง เพราะคนส่วนใหญ่มักนึกว่ากาแฟมีโทษมากกว่า บางคงถึงกับพยายามลดบ้าง อดบ้าง หรือเลิกดื่มไปเลยก็มี โถ! อย่าเพิ่งมองกาแฟในแง่ร้ายอย่างเดียวซิคะ...ข้อดีเขาก็มีมากมายค่ะ!

การดื่มกาแฟ ถ้าดื่มให้เหมาะสม ก็ทำให้สุขภาพที่แจ่มใสได้ นอกจากจะทำให้ผู้ดื่มรู้สึกกระปรี้กระเปร่า หายจากอาการง่วงเหงาหาวนอนแล้ว ยังมีประโยชน์อีกมากมาย

ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์คในปี 2002 เผยว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวัน จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีลดลงประมาณ 25% เช่นเดียวกับผลการวิจัยก่อนหน้านี้ที่บอกว่า ผู้ชายที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้เช่นกัน นอกจากนั้น กาแฟยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย คนที่ดื่มกาแฟประมาณ 2-3 แก้วต่อวัน จะลดความเครียดได้ประมาณ 15% หากดื่ม 4 แก้วต่อวัน จะสามารถลดความเครียดได้ถึง 20% ในขณะที่ผลวิจัยจากภาครังสีวิทยาของอเมริกาเหนือกล่าวว่า การดื่มกาแฟ 2 แก้วต่อวัน จะสามารถพัฒนาความจำและปฏิกิริยาตอบโต้ได้ดีขึ้นสอดคล้องกับการวิจัยของอีกสถาบันหนึ่งบอกว่า สตรีอายุ 65 ปีขึ้นไป หากดื่มกาแฟมากกว่า 3 แก้วต่อวัน จะมีความจำดีขึ้นกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ หรือดื่มน้อยกว่านี้ ส่วนมหาวิทยาลัยฟลอริด้าเผยว่าคนอายุล่วงเข้าวัยกลางคน ควรดื่มกาแฟประมาณ 4-5 แก้วต่อวันเพื่อเพิ่มระดับฮอร์โมน GCSF ซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นอัลไซเมอร์นั่นเอง

จากการศึกษาของภาคการเกษตรและเคมี อาหารของสหรัฐอเมริกา ทำให้ทราบว่านักดื่มกาแฟตัวยงจะมีโอกาสรอดพ้นจากโรคเบาหวานประมาณ 50% เนื่องจากคาเฟอีนมีคุณสมบัติช่วยยับยั้ง HIAPP และโพลีเปปไทด์ ตัวการก่อให้เกิดโปรตีนผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั่นเอง นอกจากนั้น ยังมีผลการวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่า การดื่มกาแฟวันละ 2-5 แก้วต่อวัน จะช่วยลดความเสี่ยงเกิดเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งตับได้ด้วย โดยประสิทธิภาพของคาเฟอีน จะช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์ผิดปกติ และกำจัดสารพิษที่ร่างกายได้รับในระดับหนึ่ง

อีกข้อหนึ่งที่น่าจะถูกใจสุภาพสตรีทั้งหลายคือคาเฟอีนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเมตาบอลิซึม หรือระบบเผาผลาญ ผลการวิจัยเมื่อปี 2006 มีข้อสรุปว่า คาเฟอีนในเมล็ดกาแฟสดคั่วบด มีผลในการลดน้ำหนักเฉลี่ยได้ 7.7 กิโลกรัมภายใน 22 สัปดาห์

สำหรับผู้ที่เสี่ยงในการเป็นโรคพาร์กินสัน สถาบันการแพทย์อเมริกันได้ทำการวิจัยและพบว่า คาเฟอีนในกาแฟมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงเป็นโรคพาร์กินสันโดยผู้ดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้วเป็นประจำทุกวัน จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคพาร์กินสันได้ถึง 25%

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ากาแฟเป็นยาแก้ง่วงที่วิเศษที่สุดชนิดหนึ่ง เนื่องจากคาเฟอีนมีคุณสมบัติไม่ต่างจากสารกระตุ้นดีๆชนิดหนึ่ง ที่สามารถปลุกความตื่นตัวให้กับร่างกายที่อ่อนล้าหรืออ่อนเพลียได้ในระยะเวลาสั้นๆ ยืนยันด้วยการทดลองกับนักกีฬากลุ่มหนึ่งซึ่งได้ดื่มกาแฟระหว่างฝึกซ้อม พบว่าสามารถฝึกซ้อมได้นานขึ้นกว่าเดิมและคึกคักขึ้นประมาณหนึ่งชั่วโมง

สำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ทางการแพทย์จะแนะนำให้ดื่มกาแฟประมาณ 3-6 แก้วต่อวันอย่างต่อเนื่อง สามารถบรรเทาอาการอักเสบของข้อ เนื่องมาจากกรดยูริกที่เกินขนาดอย่างได้ผล และคนที่ดื่มกาแฟ 6 แก้วต่อวันจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคเกาต์ได้ถึง 60%

รู้อย่างนี้แล้วคอกาแฟที่ดื่มกาแฟแบบกลัวๆกล้าๆคงสบายใจขึ้น แต่ผลวิจัยต่างๆเหล่านี้กล่าวถึงกาแฟดำและคุณสมบัติของคาเฟอีนเท่านั้นนะคะ ไม่ได้รวมถึงกาแฟประเภทต่างๆที่ "บันนี่" ได้นำเสนอไปแล้วที่มีส่วนผสมของนมและผสมน้ำตาลเพิ่มความหวาน ความมัน หรือบางคนผสมครีมเทียมแทน อย่างนั้นกลับกลายเป็นโทษต่อสุขภาพมากกว่าค่ะ เห็นไหมคะว่ากาแฟมีประโยชน์มากกว่าที่คิด แต่ก็ต้องตรึกตรองให้ดีก่อนเลือกดื่มว่าจะได้ประโยชน์หรือโทษจากการดื่มแต่ละครั้ง!