ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในโลกไซเบอร์

หญิงไทยไอที

สดๆ ร้อนๆ ระหว่างกำลังปั่นต้นฉบับเรื่องนี้อยู่เลยครับ

คือเมื่อเช้านี้ ผบทบ (ผู้บัญชาการที่บ้าน) ของผมได้รับอีเมลฉบับนึงมีรายละเอียดดังนี้

เห็นทีแรกตกใจว่า ผบ. ของเราไปแอบเปิด iBank ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เนื่องจากเป็นผู้บัญชาการที่มีหน้าที่เก็บเงินของเรา เพื่อเอามาจ่ายเป็นเงินเดือนให้เรา (คุณผู้อ่านว่ามันแปลกๆ มั๊ย) ก็เลยต้องทำเงียบๆ ไว้ แล้วก็พิจารณาว่ามันยังไงกันแน่ จนเจอจุดจับผิดจนได้ว่านี่คืออีเมลหลอกลวง โดยหวังจะให้เราแวะเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวในเว็บของเขา แล้วเขาค่อยเข้ามาจัดการการเงินแทนเราในภายหลัง

อยากรู้ว่าจับผิดได้ตรงไหนดูได้จากหัวข้อที่ 6 ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่อจากเมื่อคราวก่อนนะครับ

6. ใช้บริการธุรกรรมผ่าน HTTPS พวกเว็บที่เขาเอาไว้ทำธุรกรรมต่างๆ นั้น เขาจะใช้ Protocol แบบ HTTPS

ก่อนที่จะมีใครงงกับคำว่า Protocol ผมต้องรีบอธิบายก่อนครับ ว่า Protocol เป็นศัพท์เฉพาะทางด้านคอมพิวเตอร์ ที่หมายถึงรูปแบบ หรือกฎเกณฑ์ในการทำงานของอะไรก็ตามที่วิ่งอยู่ในคอมพิวเตอร์ หรือระบบเครือข่าย แล้วสิ่งที่ทำงานบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตปกติก็จะเป็น HTTP ที่ย่อมาจาก Hypertext Markup Language (ไม่ต้องแปลครับ มันคือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แบบหนึ่ง) ซึ่ง http เนี่ย มันอยู่ในลิงค์ที่เขาให้มาในจดหมายหลอกลวงที่ผมหยิบมาเป็นตัวอย่างในตอนแรก ลองหาดูสิครับ

จุดนี้ก็เลยเป็นจุดที่ผมจับได้ว่ามันเป็นจดหมายหลอกลวง เพราะของจริงในด้านธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตต้องเป็น HTTPS แบบนี้เท่านั้น (ดูในช่องใส่ชื่อเว็บไซต์ได้ครับ วงเอาไว้แล้ว)

บางท่านอาจคิดในใจว่า เราไม่ใช่นักไอทีแบบอีตาคนเขียนจะรู้ได้อย่างไรเล่า คำตอบง่ายมากครับคือการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตนั้น จะต้องเริ่มโดยผู้ใช้บริการติดต่อเข้าไปที่ธนาคารผ่านเว็บไซต์เท่านั้นครับ (คือเราต้องเข้าเว็บของเขาเท่านั้น) ไม่มีธนาคารไหนส่งอีเมลมาแจ้งให้เราเข้าเว็บตามลิงค์ที่แนบมากับอีเมลเด็ดขาด เพราะอีเมลนั้นสร้างแบบเก๊ๆ นั้นง่ายมาก ดังนั้นเจอแบบนี้ลบทิ้งได้เลย หรือใครไม่แน่ใจก็โทรไปสอบถามจากธนาคารได้โดยตรงเลยครับ

7. หลีกเลี่ยง Wi-Fi สาธารณะ เรื่องต่อไปคือการใช้เน็ตฟรีตามที่สาธารณะ เช่นร้านกาแฟหลายๆ ร้านที่เข้าไปสั่งกาแฟ แล้วใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ของเขาได้แบบนี้ ถ้าจะใช้ก็ใช้กับเรื่องทั่วไป เช่นเข้าเว็บนั้น อ่านเว็บนี้ แบบนี้ไม่ค่อยมีปัญหาครับ แต่ถ้าคิดจะทำธุรกรรมผ่าน Wi-Fi ฟรีของร้านกาแฟแล้วล่ะก็จงคิดให้หนัก เพราะไม่แน่ว่าโต๊ะข้างๆ อาจเป็นแฮ็กเกอร์ที่คอยดักจับข้อมูลของเราอยู่ก็เป็นได้ (ทำยังกับหนังสายลับ) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ครับ แต่คงยากหน่อยสำหรับคนเดินดินกินข้าวแกงแบบเรา เพราะถ้าเขาดักข้อมูลเราไปจริงๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้มาก ยกเว้นภาพลับเฉพาะที่เราเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของเราเท่านั้นเอง แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ถ้าเครื่องเราไม่ได้ลงโปรแกรมป้องกันไวรัสเอาไว้ Wi-Fi ฟรีพวกนี้ ก็คือแหล่งแพร่ไวรัสให้กับเราดีๆ นี่เอง เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่นั่งโต๊ะข้างๆ นั้น เครื่องเขาติดไวรัสอยู่หรือเปล่า

8. อย่าใช้ข้อมูลสำคัญผ่าน Internet Caf? นอกจาก Wi-Fi ฟรีจะน่ากลัวแล้ว อีกแห่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ Internet Caf? ครับ เพราะที่นี่นอกจากเครือข่ายที่ใช้ร่วมกับคนไม่รู้จักแล้ว เครื่องคอมพิวเตอร์ยังเป็นของที่ใช้ร่วมกับใครก็ไม่รู้อีกหลายคน แล้วทีนี้ด้วยความหวังดีของโปรแกรมต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ ที่ไม่ว่าเราจะกรอกข้อมูลอะไรเข้าไปในอินเทอร์เน็ต เครื่องก็มักเก็บข้อมูลเหล่านี้เอาไว้ให้เรา เผื่อวันข้างหน้าเรากลับมาใช้อีก จะได้ไม่ต้องเสียเวลากรอกใหม่ ทีนี้ลองนึกต่อนะครับว่าถ้าเราไปใช้เครื่องใน Internet Caf? เพื่อ Login เข้าเว็บสำคัญเว็บหนึ่ง แล้วก็กลับบ้านโดยที่ไม่ได้สั่งล้างข้อมูลที่ฝังอยู่ในเครื่องเลย ถ้ามีใครมาใช้ต่อ แล้วบังเอิญว่ามาเข้าเว็บเดียวกับเรา ทีนี้ละครับ รหัสลับก็จะไม่ลับอีกต่อไป (น่ากลัวเนอะ)

9. ตั้งรหัสผ่านให้เดายากเข้าไว้ เรื่องสุดท้าย คือเรื่องรหัสผ่านครับ โดยในการตั้งรหัสผ่านนั้น ผมขอแนะนำว่าให้ลืมเรื่องจะใช้เป็นวันเดือนปีเกิด ชื่อลูก ชื่อแฟน ชื่อน้องหมา ชื่อน้องแมวไปเลย เพราะสิ่งที่ผู้ประสงค์จะเจาะเข้ามาในระบบของเรานึกถึงจะเป็นชื่อพวกนี้เป็นอันดับต้นๆ หรือถ้าใครเปิด Dictionary แล้วสุ่มเอาคำศัพท์มาใช้เป็นรหัสผ่านก็ต้องคิดดีๆ เช่นกัน เพราะเดี๋ยวนี้เขามีโปรแกรมแกะรหัสผ่านโดยอาศัยคำจากพจนานุกรมออกมาแล้ว ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็รู้ได้ทันทีว่ารหัสผ่านของเราคืออะไร

ทางที่ดีที่สุดในการตั้งรหัสผ่านคือ ใช้ตัวเลขผสมตัวอักษรธรรมดาแล้วก็เติมตัวอักษรพิเศษเข้าไป พวกอักษรพิเศษก็ได้แก่ !@#$%^&*_()+ หรือก็คืออักษรแบบที่ไม่ใช่ ABC นั่นเอง หรือใครจะใช้วิธีตั้งเป็นคำในภาษาไทย แต่พิมพ์ด้วยตัวภาษาอังกฤษ ก็ได้ เช่นหญิงไทย ถ้าใช้แป้นพิมพ์คำนี้เป็นภาษาอังกฤษก็จะได้เป็น sPb'wmp แบบนี้ (ไม่มีลิขสิทธิ์นะครับ วิธีนี้)

เผลอหน่อยเดียวเขียนเกินหน้ากระดาษมาตั้งมากมาย เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนหน้ากระดาษ ผมก็ขอจบเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้นะครับ