ความฝันในมือ เมทินี กิ่งโพยม "เมนเทอร์ลูกเกด" แห่ง The face Thailand

ศิลปบันเทิง
ช่างภาพ: 

(ตีพิมพ์ ๒๔ ธันวาคม ๒๐๑๔)

"ที่เกดมาเป็นเมนเทอร์ตรงนี้เพราะประสบการณ์ของเกด ๒๒ ปี ในวงการ ไม่ว่าจะเป็นนางแบบหรือการแสดงอะไรก็ตามเกดทำมาเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นเกดจะมีอะไรที่อยากจะมาสอนเด็กๆเหล่านี้แน่นอน แล้วเรารับผิดชอบความฝันของเขาถ้าจะมาแบบครึ่งๆกลางๆ มันก็คงไม่แฟร์"

นี่คือคำกล่าวของ เมทินี กิ่งโพยม หรือ ลูกเกด นางงาม นางแบบ และนักแสดง ที่มีผลงานในวงการบันเทิงต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา ๒๒ ปี กับบทบาทล่าสุดของการทำหน้าที่เป็น เมนเทอร์ (Menter) หรือ ผู้ให้คำปรึกษา ในรายการเรียลลิตี้ชื่อดังจากต่างประเทศ อย่าง The Face ที่หลายคนมองว่าเมนเทอร์ลูกเกด ดูเคร่งเครียด และอาจจะจริงจังมากเกินไป กับการแข่งขันที่หลายคนมองว่าเป็นแค่โชว์ในทีวีเท่านั้น

The Face เป็น Reality Show จากต่างประเทศ ที่ค้นหาดาวดวงใหม่เข้ามาโลดแล่นในวงการบันเทิง แต่การแข่งขันเพื่อเป็นดาวดวงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้เข้าแข่งขัน หากยังมี "เมนเทอร์" ทั้ง ๓ คน ซึ่งดูแลผู้เข้าแข่งขันทั้ง ๓ ทีม เป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จและความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง เพราะเมนเทอร์ทั้ง ๓ อยู่ในกระบวนการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการคัดเข้ามา หรือคัดออกไป อาจเรียกได้ว่า เป็นการแข่งขัน "ปั้นดาว" ของ "ดาว" นั่นเอง

ในประเทศไทย เมนเทอร์ทั้ง ๓ ของรายการ The Face Thailand ประกอบด้วย รฐา โพธิ์งาม เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ และ เมทินี กิ่งโพยม ซึ่งดีกรีความแข็งแกร่งของเมนเทอร์ทั้ง ๓ เป็นอย่างไร ดีกรีความดุเดือดของการแข่งขันในรายการก็เป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะ เมทินี กิ่งโพยม ที่ผู้ติดตามรายการย่อมรู้ดีว่า เธอจริงจังกับการแข่งขันในทุกครั้ง มากขนาดไหน

ลูกเกดเล่าย้อนที่มาของการเข้ามาเป็นเมนเทอร์ในรายการนี้ว่าเกิดจากการที่ทางบริษัทกันตนาฯติดต่อมา และเธอก็รู้จัก รวมถึงสนใจรายการนี้อยู่แล้ว ส่วนบทบาทการเป็นเมนเทอร์นั้น เป็นสิ่งที่มาจากตัวตนของเธอเอง

"จริงๆแล้วเวลารับโจทย์มักจะคิดเป็นภาพใหญ่ก่อน แล้วก็รีเพลย์ในหัวว่าสิ่งที่เราอยากจะเห็นคืออะไร ภาพสวยแบบนี้มันควรจะเป็นแบบไหน จะใช้จินตนาการก่อนแล้วก็ค่อยดูความเรียบร้อย ดูรายละเอียด การเล่าเรื่องที่ต้องเล่าเป็นเรื่องเดียวกัน เกดจะบอกเลยว่าเกดเป็นคนที่ทำการบ้าน ๒ - ๓ วันก่อนที่จะมาถ่ายรายการ เกดจะทำการบ้านแล้ว เกดจะคิดเลยว่า ถ้าเป็นโจทย์นี้จะทำอะไรประมาณไหน หรือว่าถ้าเราชนะแล้ว มีเมนเทอร์คนอื่นเขาจะส่งเด็กคนไหนเข้ามา เราจะเล่นยังไงพูดยังไง อันนี้เกดจะเริ่มดีไซน์ไว้ เกดจะทำการบ้านของเกดแล้ว เพราะว่าเราทำอะไรแบบนี้เราต้องเตรียมตัว คือเกดรับหน้าที่มาเป็นเมนเทอร์ เกดมีหน้าที่เป็นครู เป็นที่ปรึกษา แล้วก็เป็นแม่ของเด็กพวกนี้ เด็กพวกนี้อนาคตของเขามันอยู่ในมือเกด เพราะฉะนั้นเกดจะต้องทำทุกอย่างให้ดี เพื่อทำให้เขาไปต่อไป อันนี้พูดถึงเด็กโดยรวม ๑๕คน แต่ในทีมของเกด แน่นอนว่าเกดจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขาจะได้ชนะ เพราะฉะนั้นเกดคงไม่มานั่งเล่นๆ การเป็นเมนเทอร์คือรับผิดชอบความฝันของเขา เกดต้องเต็มที่กับเขาแน่นอน"

ในมุมมองของคนอื่น นี่อาจเป็นเพียงรายการ Reality แต่สำหรับลูกเกด นี่คือความฝันของเด็กกลุ่มหนึ่งด้วย

"มันเป็นความฝันของเด็กแน่นอน เด็ก ๕ คนที่มาอยู่ในทีมเกดเนี่ย เราเหมือนแม่เขา เพราะฉะนั้นเวลาเราทำอะไร เราก็ผิดพลาดได้ แต่เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะว่าบางครั้งเด็กเราอาจไม่ควรถูกคัดออก หรือบางทีเราคัดคนอื่นออกที่ไม่ควรคัดออกเพราะว่ามันเป็นเกม เพราะฉะนั้นคุณต้องจริงจัง เกดก็จริงจังกับเกมนี้"

ประสบการณ์การเดินตามฝันของลูกเกดทั้งการประกวด และการทำงานในวงการบันเทิงที่ผ่านมา คือส่วนหนึ่งของการจัดสรรกลวิธีที่ดีในการเป็นเมนเทอร์ ที่แม้ว่าจะคัดเด็กคนไหนออกจากการแข่งขันไป แต่ก็ต้องไม่ทำให้ความฝันของเขาเสียหาย

"สำหรับเกดคือบางครั้งถ้าเราว่าอะไรหรือบอกอะไรเด็กๆ หรือคัดเขาออกหรืออะไรอย่างนี้ ถ้าเราให้เหตุผลเขา เขาก็จะเข้าใจ แล้วเขาก็อาจจะเสียใจนิดหนึ่ง แต่ถ้าอยู่ดีๆ ไปบอกว่าเออเธอออกนะ หรือว่าเธอไม่ดีทำไม่ดี แต่ไม่ให้เหตุผลเขา ไม่บอกเขาว่าคุณควรจะแก้อย่างไร เกดคิดว่าแบบนั้นมันไม่แฟร์กับเด็ก จริงๆ แล้ว เด็กก็ผิดหวังได้ แต่ต้องเข้าใจว่าทำไมไม่ถูกเลือก ถ้าเป็นอย่างนั้นเกดว่าเขารับตรงนั้นได้"อvvน็นดว

หลายหลากเรื่องราวใน The Face Thailand ที่สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และหยดน้ำตาจากเรื่องราวที่หลากหลาย ลูกเกดยืนยันว่าทั้งหมดคือความจริงที่เกิดขึ้นบนเส้นทางของความฝัน ซึ่งไม่ได้มีการปรุงแต่งแต่อย่างใด

"บางอย่างที่เกิดขึ้นในรายการ เราไม่รู้ว่ามีการวางแผนหรือจัดการอะไรยังไงหรือเปล่า แต่อันนี้จะมานั่งโวยวายว่าแบบนี้มันไม่แฟร์ เราก็ไม่ เราก็แค่โอ.เค. ในเมื่อมันเป็นแบบนี้เราก็คิดว่ามันเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งที่เราจะต้องผ่านตรงนี้ไป เราก็ทำให้มันเต็มที่แล้วกัน เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องเล่นเกมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าไม่มีสคริปท์"

ไม่ใช่แค่ชีวิตจริงที่ลูกเกดทำหน้าที่ดูแล และรับผิดชอบความฝันของคนอื่น บทบาทสมมติอย่างละครก็ย้อนเข้ามาใกล้ชิดกับเรื่องราวของเธอ นั่นคือเรื่องของนางงาม ใน "สงครามนางงาม" กับบทบาทผู้จัดการกองประกวด ที่ต้องดูแลความฝันของสาวงามที่มาจากทั่วสารทิศ

"ในสงครามนางงาม เกดรับบทเป็นนัสริน เป็นนางงามรุ่นพี่ ๑๐ ปีมาแล้ว แล้วก็เป็นผู้จัดการกองประกวด แล้วก็เป็นคนที่รัก เทิดทูน Miss Beauty & Talent Thailand มาก แล้วก็เป็นคนที่บริสุทธิ์ใจ เหมือนกับว่าต้องดูแลเด็กๆพวกนี้ให้หมด แล้วจะไม่ชอบอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องของการขายตัวเองเพื่อจะได้ดี ก็จะไม่พอใจด้วยว่าเรื่องแบบนี้มันใกล้ตัว เกิดขึ้นกับเด็กๆที่อยู่ในการดูแลของนัสริน"

ไม่ว่าจะชีวิตจริงหรือในละคร ลูกเกดก็ล้วนต้องใกล้ชิดกับดาวดวงใหม่ที่พยายามก้าวเข้ามาในวงการบันเทิง ในมุมมองของลูกเกดที่มีผลงานต่อเนื่องมาตลอด ๒๒ ปี เธอบอกว่าเรื่องการเข้าออกวงการเป็นเรื่องธรรมดา เพราะสิ่งสำคัญอยู่ที่การทำอย่างไรให้อยู่ในวงการบันเทิงได้อย่างยาวนานต่างหาก

"ตอนนี้มีดาราใหม่เยอะ เข้าออกเร็วมาก แต่คุณจะทำยังไงให้ตัวเองอยู่ได้ยาวนาน สิ่งแรกคือ ไม่เฟค ต้องเป็นคนที่จริงจัง แล้วต้องมีความรับผิดชอบมีวินัย แล้วจะอยู่ได้นาน เพราะว่าคนที่เราน่ารักด้วยเขาก็จะอยู่กับเรา เขาจะคอยช่วยคอยสนับสนุน คอยหนุนเรา นั้นคือสิ่งที่ทำให้เราอยู่ได้นาน และแน่นอนถ้าหนูอยากเป็นนักแสดง หนูก็ต้องแอ็คติ้งได้ด้วย แอ็คติ้งได้แต่ต้องไม่เฟค เพราะว่าสมัยนี้คนไม่ชอบคนเฟค เพราะเขาดูออก"

ความฝันของหลายคนเดินหน้าไป ขณะที่ความฝันของลูกเกดแม้จะดูเหมือนอยู่ตัว แต่ก็ไม่เคยหยุดนิ่ง เพราะเธอก็ยังเดินทางตามรอยฝันของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ โดยมีครอบครัวเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ

"เกดโชคดีว่าที่บ้านช่วยกัน คุณสามีก็ทำงานจากบ้าน เพราะฉะนั้นก็จะช่วยดูลูกเวลาที่เกดไม่อยู่ เราเหนื่อยบ้าง แต่ก็มีความสุข โชคดีตรงที่ว่าเกดไม่จำเป็นต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา คุณสามีก็ช่วยอยู่ เพราะฉะนั้นช่วงไหนที่อยากหยุดอยู่กับลูก ก็หยุดรับงานแล้วก็มาโฟกัสกับครอบครัวก็ได้ ถ้าเริ่มคิดถึงวงการก็กลับมาได้"

นอกจากผลงานในวงการบันเทิงที่ยังคงต่อเนื่อง ธุรกิจความสวยความงามของลูกเกดก็ยังคงเดินหน้า กับร้านทำผม แฟชั่นThe Louge Hair Salon ที่ทุกคนสามารถเข้าไปหาประสบการณ์การทำผมในแบบเทรนดี้ของThe Louge ได้ที่K Village สุขุมวิท ๒๖

บทบาทความฝันของทุกคนต่างเดินหน้าไป แต่บทบาทความฝันผ่านหน้าจอโทรทัศน์มีมนต์เสน่ห์บางอย่างที่หลอกให้ความจริงนั้นเกินความจริงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อ หรือการเลือกถ่ายทำ ดังนั้น แม้จะมีความจริงที่เมนเทอร์ลูกเกดบอกไว้ว่า The Face Thailand ไม่มีสคริปท์ ก็อย่าลืมความจริงอีกข้อ ที่เมนเทอร์ลูกเกดกล่าวทิ้งท้ายไว้ สำหรับผลงานของเธอ ทั้งรายการและละคร

"อยากให้ทุกคนเข้าใจนะคะว่ารายการ The Face Thailand ไม่ได้เป็นรายการสคริปท์นะคะ แต่มันคือการเล่นเกมของ ๓ เมนเทอร์ แล้วก็เป็นรายการทีวี ส่วนสงครามนางงาม ดูแล้วก็อย่าลืมนะคะ ว่านั่นคือละคร"

ติดตามรายการ The Face Thailand รายการทีวี ทุกเย็นวันเสาร์ เวลา ๑๗.๐๐ น. ช่อง ๓ และละครสงครามนางงาม (๑๘+) ทุกวันศุกร์และเสาร์ ๒๒.๑๕ น. ทางช่อง one