อาหารเช้า ป้องกันเบาหวาน

หน้าต่างสุขภาพ

ต้นเหตุของการเกิดโรคเบาหวานในคนไทยอันดับ 1 มาจากน้ำหนักเกิน อันเนื่องจากการงดอาหารบางมื้อและรับประทานอาหารบางมื้อในปริมาณมากเกินไป ...

อีกครั้งกับการนำเสนอเรื่องประโยชน์ของอาหารเช้า ซึ่งนับวันก็จะยิ่งมีข้อมูลที่ยืนยันว่า อาหารเช้า มีความสำคัญมากจริงๆค่ะ โดยในวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี องค์การอนามัยโลกและสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ กำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) เพื่อรณรงค์ให้ทุกประเทศทั่วโลก รณรงค์ป้องกันพร้อมกัน โดยประเด็นรณรงค์ระหว่างปี 2557 - 2559 มีว่า "การให้ความสำคัญสุขภาพและโรคเบาหวาน" (Healthy Living and Diabetes) เนื่องจากรายงานล่าสุดทั่วโลก พบว่ามีผู้ป่วยเบาหวานมากกว่า 347 ล้านคน จำนวนยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดใน พ.ศ.2573 จะมีผู้ป่วยโรคนี้ถึง 552 ล้านคน และร้อยละ 80 อยู่ในประเทศด้อยพัฒนาและประเทศกำลังพัฒนา

กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับ สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย กำหนดประเด็นรณรงค์ในปีนี้เอาไว้ว่า "กินพอเพียง ไม่เสี่ยงเบาหวาน เลือกไม่ยาก เลือกให้เป็น เริ่มด้วยอาหารมื้อเช้า" เนื่องจากปัญหาโรคเบาหวานที่พบในประเทศ ร้อยละ 98 เกิดมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือเรียกติดปากว่า เบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งป้องกันได้ ที่เหลือส่วนน้อยเพียงร้อยละ 2 เป็นเบาหวานที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม สถิติล่าสุดในปี 2556 พบคนไทยเสียชีวิตจากเบาหวานเกือบ 10,000 ราย และมีส่วนที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เกือบ 700,000 ครั้ง ค่ารักษาปีละเกือบ 4,000 ล้านบาท ปัญหาของโรคนี้หากผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมอาการได้ จะทำให้เกิดไตวาย เท้าเน่า และตาบอดตามมา

พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้คนไทยป่วยเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น ที่พบมากที่สุดคือ การมีน้ำหนักตัวเกิน และอ้วน ในปีนี้จึงได้เน้นการรณรงค์ให้ประชาชนทุกวัยหันมารับประทานอาหารมื้อเช้า เนื่องจากเป็นมื้ออาหารมื้อแรกของวัน ที่ร่างกายต้องการนำพลังงานไปใช้ทำกิจกรรมต่างๆ หลังจากนอนหลับตอนกลางคืน 8 - 12 ชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ทำให้รู้สึกหิว หากไม่รับประทานอาหารมื้อเช้าเติมพลังงานให้กับร่างกาย ร่างกายจะดึงพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตที่สะสมไว้ในตับออกมาใช้ เพื่อเพิ่มน้ำตาลในเลือด นำไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ การงดหรืออดอาหารเช้าจะมีโอกาสน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วนได้ง่ายกว่าคนที่กินอาหารเช้า เนื่องจากจะมีอาการโหยอาหารทั้งวันและจะทำให้กินอาหารมื้อต่อไปมากกว่าปกติ รวมทั้งกินจุบกินจิบทั้งวัน ซึ่งอาหารที่กินจุบจิบมักมีส่วนประกอบไขมันและน้ำตาลสูงทำให้น้ำหนักตัวขึ้นเร็ว ขณะเดียวกันในช่วงที่ร่างกายหิว จะกระตุ้นการสร้างและการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาเพิ่มขึ้น เพื่อนำน้ำตาลเข้าเซลล์แล้วเปลี่ยนไปใช้เป็นพลังงาน หากมีปริมาณของฮอร์โมนอินซูลินมากเกินเป็นเวลานาน โดยที่ร่างกายไม่ได้รับอาหาร จะทำให้ร่างกายเกิดการตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินลดลง เป็นสาเหตุการเกิดโรคเบาหวานได้ในที่สุด

ด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้ข้อมูลว่า ประโยชน์ของอาหารเช้ายังช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมอาหารได้ดีขึ้น จากการศึกษาในต่างประเทศพบว่าคนส่วนมากมักเข้าใจผิดว่าผู้ที่เป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ควรจะกินอาหารทีละน้อยๆ แต่บ่อยครั้งประมาณ 5 - 6 มื้อย่อยต่อวัน แต่ในความจริงแล้วผู้ที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี คือกลุ่มที่กินอาหาร 3 มื้อ โดยเน้นอาหารเช้า อาหารเที่ยง เป็นมื้อหลัก และกินอาหารมื้อเย็นน้อยลง นอกจากจะมีผลดีในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ยังมีผลดีต่อการลดน้ำหนัก และทำให้ไขมันในตับยังลดลงด้วย

โรคเบาหวาน เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ ทำให้น้ำตาลไม่สามารถเข้าสู่เซลล์ในร่างกายได้ตามปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกิน ในระยะยาวจะมีผลในการทำลายหลอดเลือด ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่สภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ อาการเบื้องต้นของเบาหวานคือ น้ำหนักตัวลดอย่างรวดเร็ว ปวดปัสสาวะบ่อยครั้งขึ้นโดยเฉพาะตอนกลางคืน สังเกตได้จากมีมดมาตอมปัสสาวะ เนื่องจากมีน้ำตาลค้างในกระแสเลือดและอวัยวะต่างๆอยู่มาก ไตจึงกรองน้ำตาลออกมาในปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะหวาน จึงเป็นที่มาของการเรียกโรคนี้ว่า เบาหวาน และมีอาการกระหายน้ำ ดื่มน้ำครั้งละมากๆ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง เบื่ออาหาร เป็นต้น

การป้องกันโรคนี้ สิ่งสำคัญคือต้องควบคุมน้ำหนักตัว โดยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละอย่างน้อย 3 วัน วันละ ไม่ต่ำกว่า 30 นาที รับประทานอาหารที่ไม่หวานจัด เพิ่มผัก ผลไม้ให้มากขึ้น ตรวจสุขภาพประจำปี ส่วนผู้ที่เป็นแล้วก็ต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ และไปตรวจตามนัดทุกครั้ง เพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดตามมา เช่น โรคไต ตาต้อกระจก เป็นต้น

จัดอาหารเช้าของคุณให้พร้อมพรั่ง ดังที่กล่าวว่า กินอาหารเช้าแบบพระราชา และควรกินหลากหลายให้ครบทั้ง 5 หมู่ รับรองว่า สุขภาพดีแน่ๆค่ะ